วันที่แข่งขัน: 14 ธันวาคม 2025
สนาม: เมนดิซอร์โรซา, บีโตเรีย (Vitoria)
ที่มา: Taipei Times (AFP)

เรอัล มาดริด คว้า 3 แต้มสำคัญด้วยการบุกชนะ เดปอร์ติโบ อลาเบส 2-1 ในศึกลาลีกา เกมนี้มีทั้งจังหวะคุณภาพจากแนวรุก, โมเมนตัมที่แกว่งในครึ่งหลัง และดราม่าการตัดสินช่วงท้ายเกมที่ทำให้ฝั่งทีมเยือนต้องลุ้นจนวินาทีสุดท้าย
ชัยชนะนัดนี้ช่วยให้ “ราชันชุดขาว” ยังคงเกาะกลุ่มลุ้นแชมป์ต่อไป โดยไล่ตามบาร์เซโลน่าจ่าฝูงเหลือ 4 คะแนน และยังเป็นชัยชนะที่ถูกมองว่ามีความหมายต่อสถานการณ์ความกดดันของ ชาบี อลอนโซ่ ด้วย
ภาพรวมการแข่งขัน
มาดริดออกสตาร์ทเกมด้วยความตั้งใจชัดเจน พยายามคุมจังหวะและเร่งเกมรุกตั้งแต่ต้น โดย คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กลายเป็นตัวอันตรายที่สุดของทีมเยือน แม้ก่อนเกมมีประเด็นเรื่องอาการเจ็บเข่าที่ทำให้เจ้าตัวต้องนั่งสำรองในนัดแชมเปียนส์ลีกช่วงกลางสัปดาห์
อลาเบสเลือกเล่นแบบรัดกุม ถอยต่ำและพยายามตัดเส้นจ่าย แต่สุดท้ายก็โดนความเฉียบคมลงโทษจนได้
คีย์โมเมนต์สำคัญของเกม
- นาที 25: เอ็มบัปเป้พามาดริดขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ได้บอลและพุ่งเข้าหาประตู ก่อนปั่นเสียบมุมบนอย่างเด็ดขาด และถูกระบุว่าเป็นประตูลีกลูกที่ 17 ของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้
- มาดริดเกือบได้เพิ่มจาก จู๊ด เบลลิงแฮม แต่ประตูถูกยกเลิกเพราะแฮนด์บอล
- นาที 68: อลาเบสตีเสมอ 1-1 จาก คาร์ลอส บิเซนเต้ ที่หลุดหลังแนวรับ รับบอลชิพแล้วจบสกอร์ผ่าน ติโบต์ กูร์กตัวส์
- นาที 76: มาดริดกลับขึ้นนำ 2-1 วินิซิอุส จูเนียร์ ลากขึ้นทางซ้ายก่อนเปิดเข้ากลางให้ โรดรีโก้ เข้าชาร์จระยะเผาขนเป็นประตูชัย
ช่วงท้ายเกมมีจังหวะที่วินิซิอุสล้มในเขตโทษและฝั่งมาดริดมองว่า “ควรเป็นจุดโทษ” โดยอลอนโซ่ให้สัมภาษณ์ในเชิงตั้งคำถามว่าทำไมจังหวะดังกล่าวไม่ถูกพิจารณาโดย VAR ทำให้เกมนี้ยิ่งเดือดขึ้นไปอีก
ผู้เล่นเด่น
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ — นอกจากยิงประตูขึ้นนำแล้ว ยังเป็นคนที่ทำให้เกมรุกมาดริดมีมิติ ทั้งการพาบอลเข้าพื้นที่อันตรายและการจบสกอร์ที่เฉียบขาด
โรดรีโก้ — รับบท “คนปิดเกม” อีกครั้ง และยังเป็นช่วงที่ฟอร์มกำลังกลับมา โดยรายงานระบุว่าเป็นประตูที่ 2 ใน 2 เกมหลังจากก่อนหน้านี้ยาวนานถึง 32 นัดที่ยิงไม่ได้
วินิซิอุส จูเนียร์ — แอสซิสต์ประตูชัย และมีส่วนสร้างปัญหาให้แนวรับอลาเบสต่อเนื่อง รวมถึงเป็นศูนย์กลางจังหวะดราม่าเรียกจุดโทษท้ายเกม
แท็กติกที่น่าพูดถึง
ภาพรวมมาดริดพยายามคุมบอลและเร่งจังหวะจากด้านข้าง โดยเฉพาะฝั่งวินิซิอุสที่ใช้สปีดเล่นงานแนวรับ ก่อนตัดเข้ากลางหรือเปิดให้ตัวสอดมายิง ขณะเดียวกันอลาเบสเน้นวินัยเกมรับ ถอยต่ำและรอโอกาสโจมตีจากบอลยาว/จังหวะหลุดหลังแนวรับ ซึ่งได้ผลจนตีเสมอในครึ่งหลัง
อีกจุดที่น่าสนใจคืออลอนโซ่ส่งดาวรุ่ง วิคตอร์ วัลเดเปนญาส ประเดิมสนามในตำแหน่งแบ็กซ้าย จากสถานการณ์ตัวหลักติดโทษแบนและมีปัญหาอาการบาดเจ็บหลายราย
ผลต่ออันดับและโมเมนตัมทีม
ชัยชนะเกมนี้ทำให้มาดริดยังคงเป็นทีมอันดับ 2 และลดช่องว่างกับบาร์เซโลน่าลงมาเหลือ 4 คะแนน พร้อมเรียกความมั่นใจก่อนเข้าสู่โปรแกรมถัดไป ขณะเดียวกันยังช่วย “ผ่อนแรงกดดัน” จากกระแสข่าวเรื่องอนาคตของกุนซือ หลังฟอร์มช่วงก่อนหน้าชนะได้เพียง 3 จาก 9 เกมรวมทุกรายการ
สรุปหลังเกม
เรอัล มาดริดได้สามแต้มแบบหืดจับ แต่เป็นชัยชนะที่มีความหมายหลายชั้น ทั้งในแง่การลุ้นแชมป์ การเรียกความมั่นใจ และการยืนยันว่าทีมยังมี “ตัวตัดสินเกม” อย่างเอ็มบัปเป้–โรดรีโก้–วินิซิอุส ที่พร้อมเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ในจังหวะเดียว
