วันที่แข่งขัน: พฤหัสบดี 18 ธันวาคม 2568
เวลาแข่งขัน: 19:00 GMT / 20:00 CET / 22:00 (เวลาท้องถิ่นริยาด) — เวลาไทย 02:00 เช้ามืดวันศุกร์ 19 ธ.ค.
สนาม: Al-Awwal Park Stadium, ริยาด, ซาอุดีอาระเบีย
ที่มา: Lega Serie A
ภาพรวมการแข่งขัน
ศึก EA SPORTS FC Supercoppa Italiana 2025/26 เปิดฉากในซาอุดีอาระเบียด้วยรูปแบบ “Final Four” (4 ทีม) แข่งแบบน็อกเอาต์ 2 รอบรองฯ และนัดชิงฯ รวมทั้งหมด 3 เกม โดยเกมแรกคือ นาโปลี vs เอซี มิลาน ที่ริยาด
ในภาพใหญ่ เกมนี้มีความหมายมากกว่าถ้วยใบหนึ่ง เพราะเป็น “เกมวัดโมเมนตัม” ของสองทีมที่มีความเชื่อมั่นและแผนการเล่นต่างกันชัดเจน
- นาโปลี มาในฐานะทีมที่มักพึ่งพาจังหวะเข้าทำที่เร็วและการเปลี่ยนสปีดจากแดนกลาง
- มิลาน เน้นสมดุลเกมรับ-รุก และความเฉียบของแนวรุกเวลาขึ้นเกมเป็นชุด
และที่สำคัญ…นี่คือบอลถ้วยนัดเดียวตัดสิน ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึง “กลับบ้าน” ทันที
ไฮไลท์สำคัญที่ต้องจับตา
1) เกมนี้เล่นที่สนามกลาง แต่ความกดดันไม่กลาง
การเล่นในริยาดทำให้บรรยากาศต่างจากเกมลีกในอิตาลีโดยสิ้นเชิง ทั้งสภาพอากาศ เวลาแข่งขัน และจังหวะเกมที่มัก “ตึง” ตั้งแต่นาทีแรก เพราะทุกคนรู้ว่ามีถ้วยรออยู่ปลายทาง
2) คู่ชนะจะไปเจอใครในรอบชิงฯ
ผู้ชนะของคู่นี้จะผ่านเข้าไปชิงแชมป์กับผู้ชนะระหว่าง โบโลญญ่า vs อินเตอร์ (รอบรองฯ อีกคู่)
โดยโปรแกรมระบุชัดว่า รอบรองฯ อีกคู่แข่งวันที่ 19 ธ.ค. และนัดชิงฯ วันที่ 22 ธ.ค.
3) ไม่มีต่อเวลา — เสมอแล้วไปยิงจุดโทษทันที
นี่คือเงื่อนไขที่ทำให้แท็กติกท้ายเกมสนุกขึ้น: หาก 90 นาทีจบด้วยผลเสมอ จะตัดสินด้วย การดวลจุดโทษ ทันที (ไม่มี Extra Time)
ดังนั้น “การบริหารแรง” และ “ตัวสำรองสายยิงโทษ” อาจกลายเป็นอาวุธลับที่ชี้ชะตา
จุดเปลี่ยนเกมที่มีโอกาสเกิดขึ้น
1) ประตูแรกสำคัญสุด ๆ
ในเกมนัดเดียวตัดสิน ประตูแรกมักเปลี่ยนทุกอย่าง: ทีมที่นำจะถอยลงมาคุมพื้นที่และรอจังหวะสวนกลับ ส่วนทีมที่ตามต้องเปิดเกมจนเกิดช่องว่างหลังไลน์รับ
2) ลูกนิ่งและลูกสอง (Second Ball)
เกมที่อึดอัดมักถูกตัดสินด้วยลูกตั้งเตะ ไม่ว่าจะเป็นลูกเตะมุม ฟรีคิก หรือแม้แต่การเก็บบอลจังหวะสองหน้ากรอบเขตโทษ
ถ้าวันนี้ฝ่ายใดคุม “บอลตก” ได้มากกว่า มีสิทธิ์สร้างโอกาสแบบไม่ต้องต่อบอลสวย ๆ
3) วินัยของฟูลแบ็ก / วิงแบ็ก
นาโปลีและมิลานต่างมีแผนโจมตีจากริมเส้น การเติมเกมของแบ็กอาจทำให้ทีมได้เปรียบ แต่ถ้าเติมพร่ำเพรื่อแล้วเสียบอล…โดนสวนทีเดียวอาจถึงกับเสียประตูทันที
ผู้เล่นเด่นที่น่าจับตา
ขอเล่าแบบ “บทบาทในเกม” มากกว่ารายชื่อยาว ๆ เพื่อให้ลงเว็บอ่านง่าย:
- ตัวคุมจังหวะ (Playmaker/Controller): คนที่คุมสปีดเกมได้ จะทำให้ทีมไม่หลุดทรงในช่วงที่เกมเริ่มเดือด โดยเฉพาะ 15 นาทีแรกและช่วงท้ายเกม
- ตัวทะลุไลน์ (Line-breaker): เกมแบบนี้ต้องมีคนพาบอลผ่านแดนกลางหรือแทงช่องครั้งเดียวให้หลุด ถ้าใครมีจังหวะนี้ 1–2 ครั้งอาจพอสำหรับชัยชนะ
- ผู้รักษาประตู: เมื่อไม่มีต่อเวลา “การเซฟในช่วงท้าย” หรือ “การเซฟจุดโทษ” คือสิ่งที่ทำให้คนหนึ่งกลายเป็นฮีโร่ทันที
แท็กติก: เกมจะออกหน้าไหน?
ภาพรวมแท็กติกที่มีโอกาสสูง
- นาโปลีมีแนวโน้มพยายาม “เร่งเกม” ช่วงต้น เพื่อบังคับให้มิลานถอยและเสียทรง แล้วค่อยหาจังหวะเข้าทำจากครึ่งพื้นที่ (half-space)
- มิลานมักถนัดกับ “การยืนทรงให้แน่น” แล้วค่อยเลือกจังหวะสวนกลับ/เข้าทำเป็นชุด โดยอาศัยการเคลื่อนที่ฉลาด ๆ ของแนวรุก
สิ่งที่แฟนบอลควรดูระหว่างเกม
- เวลามิลานขึ้นเกม นาโปลีเพรสสูงแค่ไหน? ถ้าเพรสแตกบ่อย มิลานจะมีพื้นที่แทงทะลุทันที
- เวลานาโปลีได้บอลในแดนสามสุดท้าย มิลานปิดพื้นที่หน้ากรอบได้ดีหรือไม่? ถ้าปิดไม่อยู่ จะโดนยิงไกล/แทงบอลทะลุช่องบ่อย
- นาที 70 เป็นต้นไป โค้ชจะ “กล้าเปลี่ยน” แค่ไหน เพราะถ้าเสมอ = ไปยิงโทษทันที แผนสำรองและมือยิงโทษมีผลมาก
สรุปหลังเกม
นาโปลี vs เอซี มิลาน คือเกมเปิดฉากซูเปอร์คัพอิตาลีที่เข้มข้นตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เพราะเป็นนัดเดียวตัดสิน แถมมีเงื่อนไข “ไม่มีต่อเวลา” ทำให้ทุกวินาทีมีความหมาย สำหรับแฟนบอลไทย อย่าลืมเช็กเวลาให้ดี: แม้จะระบุเป็น พฤหัส 18 ธ.ค. ตามเวลาแข่งขันหลัก แต่ เวลาไทยคือ 02:00 เช้ามืดวันศุกร์ 19 ธ.ค.
ใครคมกว่า คุมอารมณ์เกมใหญ่ได้ดีกว่า และบริหารช่วงท้ายเกมได้เหนือกว่า มีโอกาสกุมตั๋วสู่รอบชิงฯ ไปเจอผู้ชนะจากอีกสาย และลุ้นแชมป์วันที่ 22 ธ.ค. ต่อทันที
