ที่มา: Reuters วันที่แข่งขัน: 20 ธันวาคม 2025
สนาม: เซนต์ เจมส์ พาร์ก
รายการ: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เชลซีรอดพ้นความพ่ายแพ้แบบ “ใจหายใจคว่ำ” หลังบุกไปตามหลังนิวคาสเซิลถึง 2 ประตูตั้งแต่ช่วงต้นเกม แต่กลับมาฮึดไล่ตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จ โดยช็อตที่ปลุกโมเมนตัมทีมเยือนแบบเห็นภาพชัดคือฟรีคิกโค้งเสียบตาข่ายของ รีซ เจมส์ เพียงไม่กี่นาทีหลังเริ่มครึ่งหลัง ก่อนที่เชลซีจะตามตีเสมอได้ในเวลาต่อมา แบ่งแต้มสำคัญออกจากเซนต์ เจมส์ พาร์ก
ผลเสมอเกมนี้ช่วยให้เชลซียังยืนในกลุ่มหัวตารางต่อไป ขณะที่นิวคาสเซิลต้องเจอกับคำถามเดิม ๆ เรื่อง “ปิดจ็อบไม่ลง” หลังครองความได้เปรียบชัดเจนในครึ่งแรกแต่สุดท้ายหลุดแต้มอีกครั้ง
ภาพรวมการแข่งขัน
นิวคาสเซิลออกสตาร์ตได้ร้อนแรงเหมือนตั้งใจ “จบงานให้เร็ว” และทำได้จริงเมื่อ นิค โวลเทมาเด ยิงให้เจ้าถิ่นขึ้นนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงต้นเกม ก่อนจะมาบวกประตูที่สองในช่วง 20 นาทีแรก ทำให้บรรยากาศในสนามเหมือนกำลังจะกลายเป็นคืนที่นิวคาสเซิลเก็บสามแต้มสวย ๆ
เชลซีในครึ่งแรกดูติดขัด ทั้งจังหวะขึ้นเกมและการรับมือกับความดุดันของเจ้าบ้าน จนกระทั่งเข้าสู่ครึ่งหลังที่ภาพเกมพลิกชัดเจน เมื่อทีมเยือนเริ่มกล้าเล่นมากขึ้นและจังหวะเซ็ตพีซกลายเป็นอาวุธสำคัญที่เปลี่ยนทิศทางเกมนี้
ไฮไลท์สำคัญ
- นิวคาสเซิลนำ 2-0 เร็วมาก: โวลเทมาเดยิงสองประตูในช่วงต้นเกม ทำให้เจ้าถิ่นได้ทั้งสกอร์และความมั่นใจ
- เจมส์ปลุกเกมด้วยฟรีคิก: เชลซีตีไข่แตกได้ตั้งแต่นาทีต้น ๆ ของครึ่งหลังจากฟรีคิกโค้งของกัปตันทีม
- เชลซีตีเสมอจากบอลยาว: ประตู 2-2 มาจากจังหวะบอลยาวที่ทำให้นิวคาสเซิลหลุดตำแหน่ง และ เจา เปโดร หลุดไปจบสกอร์ได้ในนาที 66
- ดราม่าจังหวะจุดโทษ: นิวคาสเซิลมองว่าควรได้จุดโทษจากจังหวะปะทะใส่ แอนโธนี กอร์ดอน แต่ผู้ตัดสินไม่ให้
- เกือบมีฮีโร่ท้ายเกม: ช่วงท้ายเจ้าบ้านเกือบแซงชนะจากจังหวะวอลเลย์ของ ฮาร์วีย์ บาร์นส์ แต่บอลเฉียดออกไป
จุดเปลี่ยนเกม
จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดคือ “ช่วง 5 นาทีแรกของครึ่งหลัง” เมื่อเชลซีได้ฟรีคิกในระยะที่ลุ้นได้ และรีซ เจมส์ยิงโค้งผ่านกำแพงเสียบเข้าไปอย่างเฉียบคม ประตูนี้ไม่ได้แค่ลดช่องว่างสกอร์ แต่ทำให้โมเมนตัมกลับมาอยู่ฝั่งเชลซีทันที — เกมที่เคยเป็นของนิวคาสเซิลในครึ่งแรก เริ่มกลายเป็นเกมที่เจ้าบ้านต้องถอยมารับความกดดันมากขึ้น
จากนั้นนิวคาสเซิลเริ่มมีอาการ “ลังเล” ในการยืนไลน์และการคุมพื้นที่ ขณะที่เชลซีเริ่มเล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้น จนไปจบที่ประตูตีเสมอจากบอลยาวที่หลุดตัวประกบสำคัญ
ผู้เล่นเด่น
รีซ เจมส์ (เชลซี)
นอกจากบทบาทในฐานะกัปตันทีม ฟรีคิกของเขาคือช็อตที่เปลี่ยนเกมแบบจับต้องได้ เป็นประตูที่จุดประกายให้เพื่อนร่วมทีมเชื่อว่า “เกมนี้ยังกลับมาได้”
เจา เปโดร (เชลซี)
การวิ่งหลุดแนวรับและจบสกอร์ในนาที 66 คือความเด็ดขาดที่เชลซีต้องการในเกมที่ไล่ตาม เป็นประตูที่ทำให้แต้มเริ่มเอียงเข้าหาทีมเยือน และทำให้นิวคาสเซิลต้องกลับมาเล่นแบบระวังมากขึ้น
นิค โวลเทมาเด (นิวคาสเซิล)
สองประตูในช่วงต้นเกมคือเครื่องยืนยันว่าเขา “คม” และใช้โอกาสไม่เปลือง แม้สุดท้ายทีมจะรักษาสกอร์ไม่อยู่ แต่ผลงานส่วนตัวถือว่าโดดเด่นที่สุดของเจ้าบ้านในแมตช์นี้
แท็กติก
นิวคาสเซิลเริ่มเกมด้วยความดุดัน เน้นโจมตีเร็วและใช้ความได้เปรียบจากจังหวะสอง ทำให้เชลซีเสียทรงในช่วงต้นและโดนลงโทษทันที สกอร์ 2-0 ทำให้เจ้าบ้านมีทางเลือกทั้งการคุมเกมและรอสวนกลับ
แต่ครึ่งหลังเชลซีแก้เกมได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการเร่งจังหวะและการเล่นบอลไปพื้นที่อันตรายเร็วขึ้น ประตูแรกจากเซ็ตพีซทำให้โครงเกมเปลี่ยน และประตูตีเสมอจากบอลยาวสะท้อนปัญหาการยืนไลน์/การคุมตัวของนิวคาสเซิลในช่วงที่ถูกกดดัน
ภาพรวมจึงออกมาเป็น “เกมสองครึ่ง” ที่ครึ่งแรกนิวคาสเซิลเหนือกว่า แต่ครึ่งหลังเชลซีไล่กดดันจนเจ้าถิ่นเริ่มเสียความนิ่ง และท้ายที่สุดก็จบด้วยการแบ่งแต้ม
สรุปหลังเกม
ผลเสมอ 2-2 ทำให้เชลซียังเกาะกลุ่มบนของตารางได้ต่อ ขณะที่นิวคาสเซิลเสียโอกาสเก็บชัยชนะหลังนำห่างถึงสองลูก และยังถูกตอกย้ำปัญหาเกมรับที่ “ปิดเกมไม่ลง” ตามรายงานระบุว่านี่เป็นช่วงที่เจ้าบ้านยังคงหาคลีนชีตได้ยากต่อเนื่อง
