วันที่เผยแพร่: 22 ธันวาคม 2025
สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) ประกาศ “ในหลักการ” ว่าจะเดินหน้าเปิดตัวรายการใหม่ AFC Nations League เพื่อยกระดับการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติในทวีปเอเชีย ให้มีเกมที่ “มีความหมายและคุณภาพสม่ำเสมอ” มากขึ้น พร้อมเพิ่มโอกาสเชิงพาณิชย์ให้ชาติสมาชิกทั่วทวีปในระยะยาว
แนวคิดสำคัญของรายการนี้ คือการจัดแข่งขันภายใต้ ช่วงปฏิทินทีมชาติ (FIFA international match windows / ฟีฟ่าเดย์) เป็นหลัก เพื่อให้ทีมชาติได้ลงเล่นเกมที่มีเดิมพันมากกว่า “อุ่นเครื่องทั่วไป” และช่วยสร้างความชัดเจนด้านปฏิทินแข่งขันที่ต่อเนื่องขึ้นสำหรับทุกชาติสมาชิก
หมายเหตุ: แม้หลายสื่อจะคาดว่าอาจเริ่มได้ “ปีหน้า” แต่ AFC ยังไม่ได้ประกาศวันเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าจะใช้ช่วงฟีฟ่าเดย์ และรายละเอียดเรื่องรูปแบบ/ไทม์ไลน์จะประกาศเพิ่มเติมหลังปรึกษาผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ทำไม AFC ต้องทำ Nations League ในตอนนี้
AFC ชี้ว่า “การใช้ช่วงฟีฟ่าเดย์ให้คุ้มค่า” ทำได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ จากหลายปัจจัย เช่น การหาคู่แข่งที่เหมาะสมได้จำกัด, ต้นทุนการเดินทางและจัดการแข่งขันสูงขึ้น, รวมถึง ความซับซ้อนด้านโลจิสติกส์ ซึ่งทำให้เกมทีมชาติหลายครั้ง “คุณค่าทางกีฬา” ลดลงเมื่อเทียบกับต้นทุนที่จ่าย
ในมุมของ AFC การสร้างการแข่งขันแบบมีโครงสร้าง จะช่วยให้ชาติสมาชิกเข้าถึงเกมระดับคุณภาพได้ต่อเนื่องมากขึ้น และลดปัญหาการนัดเกมที่ไม่สอดคล้องกับระดับความสามารถหรือความพร้อมของทีม
เป้าหมายหลัก: เกมทีมชาติ “มีความหมาย” และสร้างโครงสร้างระยะยาว
แกนหลักของ AFC Nations League คือการยกระดับ “ฟุตบอลทีมชาติ” ให้มีความเป็นระบบและยั่งยืนมากขึ้น โดย AFC ระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางผลักดันการเติบโตและความสมดุลทางการแข่งขัน ควบคู่กับการทำให้ทีมชาติวางแผนโปรแกรมได้ชัดเจนขึ้น
ด้าน วินด์เซอร์ จอห์น (Windsor John) เลขาธิการ AFC ระบุว่า รายการนี้เป็นก้าวสำคัญต่อการสนับสนุนชาติสมาชิกทั้ง 47 ชาติ และจะช่วยให้ทุกทีมเข้าถึงเกมคุณภาพสูงได้สม่ำเสมอ พร้อมลดปัญหาด้านต้นทุนและการเดินทางที่ทีมชาติจำนวนมากเจออยู่ในปัจจุบัน
รูปแบบการแข่งขันจะเป็นอย่างไร?
ตอนนี้ AFC และสื่อหลายแห่งอธิบายภาพรวมว่าแนวทางมีลักษณะ “ใกล้เคียงแนวคิดของยุโรป” ที่เคยเริ่มใช้กันมาก่อน โดยเน้นการจัดโปรแกรมให้ทีมได้เจอคู่แข่ง “ใกล้เคียงระดับกัน” มากขึ้น เพื่อยกระดับความเข้มข้นของเกมในทุกระดับ
อย่างไรก็ตาม AFC ยืนยันตรงกันว่า รายละเอียดเชิงรูปแบบ (เช่น แบ่งลีก/จำนวนกลุ่ม/ระบบเลื่อนชั้น-ตกชั้น/ผลพ่วงคัดเลือกทัวร์นาเมนต์อื่น) รวมถึง ไทม์ไลน์และขั้นตอนการใช้งานจริง จะประกาศในภายหลังหลังการหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
โยงกับรายการใหญ่ของเอเชียอย่างไร?
ปัจจุบัน AFC มีรายการเรือธงทีมชาติคือ AFC Asian Cup ที่จัดทุก 4 ปี โดยครั้งถัดไปของรอบสุดท้าย 24 ทีม จะไปเตะกันที่ ซาอุดีอาระเบีย ในเดือนมกราคม 2027
ดังนั้น Nations League ที่จะเพิ่มเข้ามา ถูกมองว่าเป็น “โครงสร้างแข่งขันระหว่างทัวร์นาเมนต์ใหญ่” ช่วยให้ทีมชาติมีเกมที่ต่อเนื่องและมีคุณภาพมากขึ้นในช่วงเวลาที่ปกติอาจเป็นเกมอุ่นเครื่องหรือการหาคู่แข่งแบบเฉพาะกิจ
ทำไมแฟนบอลควรสนใจ: ผลดีต่อทีมใหญ่-ทีมกลาง-ทีมเล็ก
ถ้ามองจากแนวคิดที่ถูกพูดถึงในระดับสากล การมี Nations League มักให้ประโยชน์หลายชั้น เช่น
- ทีมระดับท็อป ได้เกมที่เข้มข้นขึ้นในฟีฟ่าเดย์ ลดเกมที่ “ชนะ/แพ้ขาด” เกินไป
- ทีมระดับกลาง ได้แข่งกับคู่แข่งสมดุลกว่า มีเกมที่ลุ้นผลจริง และสร้างแรงจูงใจเชิงพัฒนา
- ทีมแรงกิ้งต่ำกว่า มีโอกาสเจอทีมระดับใกล้เคียงกัน ทำให้การพัฒนาเป็นรูปธรรม และเพิ่มความน่าสนใจทางการตลาด/สปอนเซอร์ได้ในระยะยาว
AFC เองวางเป้าว่ารายการนี้จะช่วยเพิ่ม “มูลค่าทางพาณิชย์” ของฟุตบอลทีมชาติเอเชีย โดยทำให้โปรแกรมทีมชาติมีความหมายและติดตามได้ง่ายขึ้น
สรุป
การประกาศเปิดตัว AFC Nations League คือสัญญาณชัดว่า AFC ต้องการยกระดับฟุตบอลทีมชาติให้ “เป็นระบบและมีคุณค่า” มากขึ้น โดยยึดการแข่งในช่วง ฟีฟ่าเดย์ เป็นแกนหลัก เพื่อลดปัญหาเกมอุ่นเครื่องที่ไม่ตอบโจทย์ ทั้งด้านคุณภาพ เกมที่มีความหมาย และต้นทุนการจัดการของชาติสมาชิก
