BREAKING

ที่มา:  Premier League
วันที่แข่งขัน: 20 ธันวาคม 2025
สนาม: เอลแลนด์ โร้ด

ลีดส์ ยูไนเต็ดระเบิดฟอร์มเปิดบ้านถล่มคริสตัล พาเลซ 4-1 เก็บสามแต้มสำคัญและขยับหนีพื้นที่อันตรายได้ชัดเจนขึ้น โดยเกมนี้ โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน ทำสองประตูพาทีมคุมสถานการณ์ตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนปิดงานด้วยประตูช่วงทดเจ็บที่ทำให้สกอร์ขาดลอยและบรรยากาศในเอลแลนด์ โร้ด คึกคักแบบสุด ๆ

ชัยชนะนัดนี้ยังเป็นสัญญาณชัดว่า “แนวรุกเริ่มเข้าที่” ทั้งการประสานงานและประสิทธิภาพการจบสกอร์ โดยลีดส์ยืดสถิติไม่แพ้ในลีกต่อเนื่อง และขยับหนีโซนตกชั้นเป็น 6 แต้ม สร้างฐานคะแนนก่อนช่วงโปรแกรมปลายปีที่ขึ้นชื่อว่าโหดและแกว่งได้ทุกสัปดาห์ 

ภาพรวมการแข่งขัน

เกมเริ่มต้นด้วยจังหวะปะทะหนักและความเร็วสูง ก่อนลีดส์จะค่อย ๆ ได้เปรียบจากความดุดันในจังหวะสองและการเล่นลูกนิ่งที่เตรียมมาอย่างชัดเจน จุดสำคัญคือการบีบพื้นที่แดนกลาง ทำให้พาเลซขึ้นเกมลำบาก และต้องถอยมาตั้งรับลึกอยู่หลายช่วง 

สกอร์ไหลมาเป็น 2-0 ในครึ่งแรก จากคัลเวิร์ต-ลูวิน จากนั้นครึ่งหลัง “แอมปาดู” เติมประตูที่สามให้เจ้าบ้าน ก่อนที่พาเลซจะได้จุดโทษไล่มา 3-1 ช่วงท้ายเกม แต่ลีดส์ไม่ปล่อยให้มีดราม่า เพราะ “สตาค” ซัดฟรีคิกช่วงทดเจ็บปิดกล่องเป็น 4-1 

ไฮไลท์สำคัญ

  • คัลเวิร์ต-ลูวินเบิ้ล สร้างความต่างตั้งแต่ครึ่งแรก และยังทำสถิติยิงในพรีเมียร์ลีกต่อเนื่องเป็นเกมที่ 5 ติดต่อกัน (คนล่าสุดของลีดส์ที่ทำได้ใกล้เคียงถูกย้อนไปถึงยุค Mark Viduka)
  • ทีเด็ดลูกนิ่งของลีดส์ เกมนี้ถูกพูดถึงมาก เพราะประตูของเจ้าบ้านเกิดจากสถานการณ์ลูกตั้งเตะ/ลูกนิ่งหลายจังหวะ จนกุนซือพาเลซยอมรับว่าเสีย 4 ประตูจากเซ็ตพีซเป็นเรื่อง “น่าอาย”
  • ประตูปิดกล่องช่วงทดเจ็บ ของ “แอนตอน สตาค” จากฟรีคิก ทำให้เกมจบแบบเด็ดขาด ไม่เปิดช่องให้พาเลซฮึดไล่

จุดเปลี่ยนเกม

จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดคือช่วงท้ายครึ่งแรกที่ลีดส์ “หนีห่างเป็น 2-0” ทำให้ครึ่งหลังพาเลซต้องเปิดเกมมากขึ้น แต่ยิ่งเปิดพื้นที่ก็ยิ่งเข้าทางเจ้าบ้านที่คุมจังหวะและเล่นกับความกดดันได้ดี 

อีกจุดคือ “วินัยเกมรับลูกนิ่ง” ของพาเลซที่หลุดซ้ำ ๆ จนเสียความมั่นใจ เกมรับเริ่มแกว่ง และพอเสียลูกที่สามจากแอมปาดู โอกาสกลับมาแทบหมดทันที 

ผู้เล่นเด่น

โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน (Leeds)
เกมนี้คือภาพแทนคำว่า “กองหน้ามั่นใจ” อย่างแท้จริง ทั้งการหาพื้นที่ในกรอบ การจบสกอร์จังหวะแรก และการเล่นกับบอลยาว/ลูกโยนที่ลีดส์ใช้บ่อย เขากลายเป็นตัวสร้างความแตกต่างตั้งแต่ครึ่งแรก และยังต่อยอดฟอร์มยิงต่อเนื่องในลีกได้อีก 

อีธาน แอมปาดู (Leeds)
นอกจากสวมปลอกแขนกัปตันและคุมจังหวะเกมแดนกลาง เขายังเติมมาทำประตูสำคัญในครึ่งหลัง ช่วยให้ลีดส์ “ปิดเกมเร็ว” ไม่ต้องลุ้นยาว 

แอนตอน สตาค (Leeds)
ประตูฟรีคิกช่วงทดเจ็บคือรางวัลของคนที่เล่นมีวินัยและขยันในเกมรับ-เกมรุกตลอด 90 นาที และยังเป็นประตูที่ทำให้สกอร์ดู “สบายตา” แบบทีมหนีตกชั้นอยากได้ที่สุด 

แท็กติก

ลีดส์ของดาเนียล ฟาร์เค่ (ตามรายงานการแข่งขัน) เน้น “ความเข้ม” ในการแย่งบอลจังหวะสอง และเล่นลูกตั้งเตะอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะจังหวะทุ่มไกล/บอลโด่งที่สร้างปัญหาให้แนวรับพาเลซตลอดเกม 

ฝั่งพาเลซมีการโรเตชันหลายตำแหน่งจากโปรแกรมถี่ ทำให้การยืนโซนรับลูกนิ่งและการสื่อสารในแนวรับดูไม่แน่น เมื่อโดนกดดันต่อเนื่อง ความผิดพลาดเล็ก ๆ จึงถูกขยายเป็นประตูอย่างรวดเร็ว 

สรุปหลังเกม

ชัยชนะ 4-1 เหนือคริสตัล พาเลซ คือ “สามแต้มเกรดพิเศษ” สำหรับลีดส์ เพราะไม่ใช่แค่ได้คะแนนเพิ่ม แต่ได้ความมั่นใจจากรูปแบบการเล่นที่ชัดขึ้น โดยเฉพาะประสิทธิภาพเกมรุกและอาวุธลูกนิ่งที่ทำได้จริงในสนาม และที่สำคัญที่สุดคือ ลีดส์ขยับหนีโซนตกชั้นเป็นระยะที่เริ่มหายใจโล่งขึ้นก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาล ซึ่งทุกแต้มมีค่าเท่าทองสำหรับทีมในโซนล่างของตาราง