ที่มา: The Guardian
วันที่เผยแพร่: 22 ธันวาคม 2025
มาลีเกือบเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ได้อย่างสวยงาม แต่สุดท้ายต้องจบด้วยความน่าเสียดาย เมื่อ แพ็ตสัน ดาก้า โหม่งตีเสมอในช่วงทดเจ็บ ช่วยให้ซัมเบียไล่เจ๊า 1-1 ในเกมเปิดกลุ่มศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ 2025 ที่คาซาบลังกา
เกมนี้เป็นภาพสะท้อน “บทเรียนคลาสสิกของฟุตบอลทัวร์นาเมนต์” ได้ชัดเจน—ต่อให้รูปเกมเหนือกว่าและโอกาสมากกว่า แต่หากปิดเกมไม่ลง ความผิดพลาดเล็ก ๆ ในช่วงท้ายก็อาจเปลี่ยน 3 แต้มให้เหลือเพียงแต้มเดียว
รูปเกม: มาลีครองเกมเหนือกว่า แต่ความเด็ดขาดไม่พอ
ตลอดเกมมาลีเป็นฝ่ายคุมจังหวะได้มากกว่า สร้างโอกาสเข้าทำต่อเนื่อง และกดดันซัมเบียให้ต้องถอยตั้งรับหลายช่วง โดยภาพรวมมาลีมีโอกาสจบสกอร์มากกว่าชัดเจน (The Guardian ระบุว่ามาลีมีโอกาสยิงรวมมากถึง 14 ครั้ง ขณะที่ซัมเบียมีเพียง 1 ครั้ง)
อย่างไรก็ตาม ความเหนือกว่าด้านเกมรุกกลับไม่แปรเป็นสกอร์ได้เร็วพอ และทำให้เกมยัง “เปิดช่อง” ให้ซัมเบียมีลุ้นจากจังหวะเดียวในช่วงท้าย
จุดเปลี่ยนครึ่งแรก: มาลีพลาดจุดโทษ
หนึ่งในโมเมนต์สำคัญคือจังหวะจุดโทษครึ่งแรกที่มาลีมีโอกาสขึ้นนำ แต่ เอล บิลาล ตูเร่ ยิงไม่ผ่านการเซฟของผู้รักษาประตูซัมเบีย วิลลาร์ด มวันซา ทำให้เกมยังคง 0-0 ทั้งที่มาลีมีโอกาสได้เปรียบก่อน
การพลาดโอกาสทองแบบนี้มักสร้างผลกระทบทางจิตวิทยาในเกมทัวร์นาเมนต์—ยิ่งคุณยิงไม่ได้เร็ว คู่แข่งยิ่งตั้งหลักได้ และยิ่งลากเกมไปไกล โอกาส “โดนลงโทษ” ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
มาลีได้ประตูขึ้นนำ แต่ปิดเกมไม่ลง
มาลีปลดล็อกสำเร็จในครึ่งหลังจากจังหวะที่แนวรับซัมเบียพลาด และเป็น ลาสซีน ซินาโยโก้ ยิงให้มาลีขึ้นนำในนาที 62
หลังได้ประตู เกมดูเหมือนจะเข้าทางมาลี เพราะยังคุมจังหวะและลดความเสี่ยงได้ แต่ช่วงท้ายเกมกลับกลายเป็นจุดที่ทีมเริ่ม “ถอย” และปล่อยให้ซัมเบียเดินเกมมากขึ้น ซึ่ง The Guardian มองว่าแนวทางช่วงท้ายของมาลีออกไปทาง “เล่นแบบรับมือ” มากเกินไป และสุดท้ายต้องจ่ายราคา
นาที 90+2: ดาก้ากระโดดโขก ช่วยซัมเบียเอาคืน 1 แต้ม
ขณะที่มาลีคิดว่าจะเก็บชัยได้อยู่แล้ว ซัมเบียมาได้ประตูตีเสมอในช่วงทดเจ็บจากจังหวะเปิดบอลโค้งของ แมทธิวส์ บันดา ก่อนที่ แพ็ตสัน ดาก้า จะอ่านทางได้ดีและพุ่งโหม่งแบบ “ไดฟ์วิงเฮดเดอร์” ส่งบอลเข้าประตูในนาที 90+2 ตีเสมอ 1-1
ประตูนี้ไม่เพียงช่วยชีวิตซัมเบีย แต่ยังตอกย้ำว่าเกมระดับทัวร์นาเมนต์ “ตัดสินกันที่ความนิ่งในช่วงท้าย” มากแค่ไหน—โดยเฉพาะเมื่อทีมที่นำเลือกถอยไปป้องกันผลมากกว่ามองหาประตูที่สองเพื่อปิดกล่องให้ชัดเจน
บทเรียนของเกม: ปิดเกมไม่ได้ = เสียแต้ม
ภาพรวมจบลงด้วยการแบ่งแต้ม ซึ่งในมุมซัมเบียถือเป็นผลลัพธ์เชิงบวกจากสถานการณ์ในเกมที่แทบเป็นรองตลอด แต่ในฝั่งมาลี นี่คือเกมที่น่าจะได้ 3 แต้มเต็ม หากไม่พลาดจุดโทษ และคุมรายละเอียดช่วงท้ายให้แน่นกว่านี้
สำหรับมาลี สิ่งที่ต้องปรับชัดเจนคือ “ความเด็ดขาด” และการจัดการเกมเมื่อขึ้นนำ ส่วนซัมเบียได้ความมั่นใจจากการไม่ยอมแพ้ และการใช้โอกาสเพียงครั้งเดียวให้กลายเป็นประตูสำคัญ
สรุป
มาลีทำได้ดีกว่าในภาพรวม แต่ แพ็ตสัน ดาก้า กลายเป็นคนเปลี่ยนเรื่องทั้งหมดด้วยลูกโขกนาที 90+2 ทำให้ซัมเบียตามตีเสมอ 1-1 ในเกมเปิดกลุ่ม AFCON 2025
เกมนี้จึงเป็นตัวอย่างชัด ๆ ว่า “ในฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ ชนะต้องชนะให้ได้” เพราะปล่อยให้เกมยื้อถึงนาทีสุดท้ายเมื่อไร ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวก็ทำให้แต้มหล่นทันที
