วันที่เผยแพร่: 24 ธันวาคม 2568 (2025)
ที่มา: CNA

บรรยากาศช่วงคริสต์มาสของทีมพรีเมียร์ลีกมักมี “เส้นบาง ๆ” ระหว่างการพักผ่อนกับการรักษาวินัย และกรณีของ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เมื่อ ฌอน ไดช์ เฮดโค้ชของทีมออกมาพูดถึงการดูแลนักเตะในช่วงเทศกาลว่า เขาไม่ได้คิดจะทำตัวเป็น “สครูจ” ไปคุมทุกคำที่ลูกทีมกินในมื้อคริสต์มาส แต่สิ่งที่ย้ำคือ ความเป็นมืออาชีพและสามัญสำนึก—สนุกได้ แต่อย่าให้กระทบสภาพร่างกายจนกลับมาซ้อมแล้วไม่พร้อมแข่งขัน
ประเด็นนี้ยิ่งน่าสนใจ เพราะฟอเรสต์มีโปรแกรมรออยู่ทันทีหลังช่วงวันหยุด และฟุตบอลอังกฤษช่วงปลายปีขึ้นชื่อเรื่อง ตารางแข่งถี่ แทบไม่มีเวลาฟื้นตัวเต็มที่ หากผู้เล่นปล่อยให้ความฟิตดร็อปเพียงเล็กน้อย ก็อาจสะเทือนทั้งการซ้อม การเลือกตัวจริง และผลงานในสนามได้ทันที
“ไม่ต้องมาชั่งน้ำหนัก” แต่ต้องกลับมาพร้อมทำงาน
แก่นของคำพูดไดช์คือ เขา ไม่เน้นมาตรการกดดันแบบจับผิด เช่น การชั่งน้ำหนักทันทีหลังวันหยุด แต่จะใช้แนวทางที่ให้ผู้เล่นรับผิดชอบตัวเองมากกว่า อย่างไรก็ตาม เขายืนยันชัดว่าคำว่า “ปล่อย” ไม่ได้แปลว่า “ตามใจ” เพราะสุดท้ายแล้ว พรีเมียร์ลีกเป็นงานที่วัดกันด้วยรายละเอียด—ใครพร้อมกว่า ยืนระยะได้ดีกว่า ก็มีโอกาสได้ลงสนามมากกว่า
เมื่อเปรียบเทียบกับอีกฝั่งอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีข่าวว่า เป๊ป กวาร์ดิโอลาให้ความสำคัญกับวินัยด้านร่างกายอย่างเข้มงวดในช่วงคริสต์มาส (จนกลายเป็นประเด็นในสื่อ) คำพูดของไดช์จึงดูเหมือน “เตือนแบบนุ่ม ๆ” มากกว่า—ให้มีชีวิตส่วนตัวได้ แต่ต้องไม่เสียความเป็นนักกีฬาอาชีพ
ทำไมน้ำหนักและความฟิต “สำคัญกว่าที่คิด” ในโปรแกรมเทศกาล
แฟนบอลอาจมองว่า “น้ำหนักขึ้นนิดหน่อย” ไม่น่ากระทบมาก แต่ในระดับฟุตบอลอาชีพ ความต่างเพียงเล็กน้อยสามารถแปลเป็นผลในสนามได้ เช่น
- ความเร็วต้นและการเร่งสปีด: น้ำหนักและสภาพร่างกายส่งผลกับจังหวะเร่ง-ชะลอ โดยเฉพาะเกมที่ต้องเพรสซิ่งหรือไล่บอล
- ความทนทาน (endurance): โปรแกรมถี่ทำให้ร่างกายล้าเร็ว หากความฟิตไม่เต็มจะหมดแรงก่อน
- ความคมในการดวล 1 ต่อ 1: ทั้งการเข้าปะทะและการหลบหลีกต้องใช้กำลังและสมดุล
- ความเสี่ยงบาดเจ็บ: กล้ามเนื้อและเอ็นจะรับภาระมากขึ้นเมื่อร่างกายไม่พร้อม
ด้วยเหตุนี้ “มื้อคริสต์มาส” เลยไม่ใช่เรื่องตลกในมุมฟุตบอล เพราะหลังวันหยุดมักมีเกมหนักรออยู่ และโค้ชส่วนใหญ่ต้องการให้ผู้เล่นกลับมาด้วยสภาพที่ไม่ต้องใช้เวลาฟื้นฟูเพิ่ม
สัญญาณจากโค้ช: สนุกได้ แต่ใครไม่พร้อมอาจหลุดทีม
อีกมุมหนึ่ง คำพูดของไดช์ยังสะท้อนการบริหารทีมเชิงจิตวิทยา เขาเปิดพื้นที่ให้นักเตะได้ใช้เวลากับครอบครัวเพื่อผ่อนคลาย แต่ก็วาง “มาตรฐาน” ว่าหลังวันหยุด ทีมจะเลือกคนที่พร้อมที่สุดลงสนามจริง
ในโลกของพรีเมียร์ลีก มาตรฐานนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะทีมที่ต้องเก็บแต้มให้ต่อเนื่อง เพราะช่วงปลายปีเป็นช่วงที่แต้ม “ขยับอันดับ” ได้เร็วพอ ๆ กับที่ “พลาดแล้วหล่น” ได้ง่ายเช่นกัน และสำหรับฟอเรสต์ที่ต้องการความสม่ำเสมอ การคุมวินัยของทีมในช่วงเทศกาลจึงเป็นรายละเอียดที่มองข้ามไม่ได้
มุมมองที่แฟนฟอเรสต์อยากเห็นหลังคริสต์มาส
สิ่งที่แฟนบอลคาดหวังหลังเทศกาล ไม่ได้มีแค่ว่า “นักเตะไม่อ้วนขึ้น” แต่คือการเห็นทีมกลับมาด้วยพลังงานที่ดี และพร้อมแข่งขันเต็มสูบ เช่น
- ความเข้มข้นในการซ้อมยังอยู่
- สภาพร่างกายพร้อมวิ่งเพรสซิ่งตามแผน
- ความสดของตัวหลัก และความฟิตของตัวโรเตชัน
- ลดข้อผิดพลาดง่าย ๆ ที่มักเกิดจากความล้า
หากทำได้ครบ โอกาสเก็บแต้มช่วงโปรแกรมถี่ก็จะเพิ่มขึ้น และช่วยให้ทีมเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคงกว่าการ “แผ่วหลังวันหยุด”
สรุป
คำพูดของ ฌอน ไดช์ อาจฟังดูเป็นกันเอง—ไม่ห้ามลูกทีมจัดมื้อคริสต์มาสกับครอบครัว แต่สารจริง ๆ คือการย้ำมาตรฐานของอาชีพ: พักได้ แต่ต้องไม่เสียวินัย เพราะเมื่อกลับมารวมทีมอีกครั้ง ทุกอย่างจะถูกตัดสินด้วยความพร้อมในสนาม ไม่ใช่บรรยากาศวันหยุด
