วันที่ข่าว: 25 ธันวาคม 2568
AFCON 2025 ที่โมร็อกโกเดินหน้ามาถึงช่วงที่ “ภาพรวมการลุ้นเข้ารอบ” เริ่มชัดขึ้นแบบเร็วเกินคาด เพราะจบนัดแรกของหลายกลุ่มแล้วมีทีมแต้มเท่ากันทันที—และสิ่งที่แยกอันดับกันอยู่ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจาก ผลต่างประตู (Goal Difference) ที่เริ่มกลายเป็นตัวแปรสำคัญตั้งแต่สัปดาห์แรกของทัวร์นาเมนต์
ตารางคะแนนล่าสุดหลังจบนัดแรก: หลายกลุ่มแต้มเท่ากัน แต่ “GD” แยกอันดับทันที
หลังเกมนัดแรกครบในหลายสาย จะเห็นภาพชัดว่า “ชนะเหมือนกัน” ไม่ได้แปลว่า “สถานการณ์เท่ากัน” เพราะสกอร์ที่ทำได้และสกอร์ที่เสียไป ส่งผลต่ออันดับบนตารางแบบทันที
ตัวอย่างภาพรวมที่น่าจับตา (หลังจบนัดแรก):
- กลุ่ม A โมร็อกโกออกตัวดี นำด้วยผลต่าง +2 ขณะที่มาลีและแซมเบียมี 1 แต้มเท่ากัน (GD 0)
- กลุ่ม C ตูนิเซียและไนจีเรียต่างชนะนัดแรกเหมือนกัน แต่ตูนิเซียขึ้นนำกลุ่มด้วย GD ที่ดีกว่า (+2 vs +1)
- กลุ่ม D เซเนกัลชนะขาด ทำให้ GD พุ่ง (+3) นำหน้า ดีอาร์ คองโก (+1) ทั้งที่ต่างมี 3 แต้ม
- กลุ่ม E แอลจีเรียชนะ 3-0 ทำให้ได้เปรียบชัดเจน นำกลุ่มด้วย GD +3 ส่วนบูร์กินาฟาโซตามมาด้วย
- กลุ่ม F ไอวอรี่โคสต์และแคเมอรูนชนะนัดแรกทั้งคู่ มี 3 แต้มเท่ากัน และ GD เท่ากัน (+1) ทำให้ “รายละเอียดเล็ก ๆ” อย่างประตูได้เสีย อาจตัดสินกันยาวไปถึงนัดท้าย
พูดง่าย ๆ คือ… นัดแรกบางทีมเหมือนได้ “โบนัส” จากสกอร์ขาด ขณะที่บางทีมชนะก็จริง แต่ยังต้องแบกความกดดันไว้ เพราะโอกาสจบกลุ่มด้วยแต้มเท่ากันมีสูงมากในทัวร์นาเมนต์แบบนี้
ทำไม “ผลต่างประตู” ถึงเริ่มสำคัญเร็ว?
เหตุผลหลักมี 3 ข้อ
1) กลุ่ม 4 ทีม แค่พลาดนิดเดียวก็โดนบีบให้ต้องยิงคืน
เมื่อมีทีมชนะ-แพ้กันสลับไปมา แต้มมักออกมา “เบียดกัน” ทำให้อันดับต้องใช้ตัวชี้วัดอื่นแยก
2) เกมที่ชนะด้วยสกอร์ขาด = ได้เปรียบสองชั้น
นอกจากได้ 3 แต้ม ยังได้ GD ไปต่อรองในกรณีแต้มเท่ากัน เช่น แอลจีเรียเปิดหัว 3-0 ทำให้สถานการณ์ในกลุ่ม E ดูสบายกว่าทีมที่ชนะเฉือน
3) บางกลุ่มมีทีมเต็ง 2 ทีมชนะพร้อมกันตั้งแต่นัดแรก
เคสนี้ทำให้ “ใครยิงมากกว่า” หรือ “เสียประตูน้อยกว่า” มีผลต่อการลุ้นแชมป์กลุ่มทันที เช่น กลุ่ม C และ D ที่อันดับ 1-2 แยกกันด้วย GD ตั้งแต่จบนัดแรก
กติกาไทเบรกของ AFCON 2025: ไม่ได้ดู GD ก่อนเสมอไป
หลายคนคุ้นกับการดู “ผลต่างประตูรวม” เป็นอันดับแรกเวลาแต้มเท่ากัน แต่สำหรับ AFCON ตามระเบียบของ CAF จะมีลำดับพิจารณาที่ละเอียดกว่า โดยกรณี “สองทีมแต้มเท่ากัน” จะเริ่มจาก เฮดทูเฮด ก่อน แล้วค่อยไล่ไปที่ตัวชี้วัดอื่น
ลำดับสำคัญโดยสรุป (กรณี 2 ทีมแต้มเท่ากัน):
- แต้มจากเกมที่เจอกันโดยตรง
- ผลต่างประตูจากเกมที่เจอกันโดยตรง
- ประตูทีมเยือนจากเกมที่เจอกันโดยตรง
- ผลต่างประตูรวมทั้งกลุ่ม
- จำนวนประตูได้รวมทั้งกลุ่ม
- จับสลาก
และถ้าเป็น “มากกว่า 2 ทีมแต้มเท่ากัน” ก็จะวนพิจารณาเฮดทูเฮดในกลุ่มทีมที่แต้มเท่ากันก่อน จากนั้นค่อยไปดู GD รวม/ประตูรวม ฯลฯ
สรุปให้แฟนบอลเข้าใจง่าย:
- ถ้าทีมแต้มเท่ากันแล้ว “ยังไม่เจอกัน” (ช่วงนัดแรก-นัดสอง) → GD มีผลต่ออันดับชั่วคราวทันที
- แต่พอเริ่มมีเกมเฮดทูเฮดครบ → ผลการเจอกันตรง ๆ อาจแซง GD ได้
“ทีมเก็บ 3 แต้มได้” ได้เปรียบแท็กติกจริงไหม?
จริง และเห็นชัดมากในทัวร์นาเมนต์ที่เกมรับมีคุณค่า
- ทีมที่ชนะนัดแรก มักมีทางเลือกมากขึ้นในนัดสอง: เล่นรัดกุม, เน้นไม่เสีย, บริหารแรง
- ทีมที่พลาดแต้มในนัดแรก จะถูกบังคับให้ “ต้องเอาคืน” เร็วขึ้น ส่งผลให้เปิดพื้นที่โดนสวนกลับง่ายขึ้น
ตัวอย่างเกมที่สะท้อนแรงกดดันได้ดีคือ บูร์กินาฟาโซ ที่แม้ได้เปรียบตัวผู้เล่น แต่กว่าจะยิงได้ต้องรอถึงช่วงทดเจ็บและจบด้วยชัยชนะ 2-1 แบบดราม่า ซึ่งชัยชนะแบบนี้สำคัญมาก เพราะทำให้ยังอยู่ในกลุ่มบนทันที (พร้อม GD +1)
โปรแกรมนัดถัดไป: เกมที่ทำให้ “GD” เปลี่ยนหน้าตารางได้ในคืนเดียว
หลังนัดแรก ตารางหลายกลุ่มยัง “หลวม” มากพอให้พลิกได้ทุกวัน โดยโปรแกรมช่วงถัดไปมีคู่ที่น่าจับตา เช่น
- โมร็อกโก vs มาลี และ แซมเบีย vs โคโมโรส (กลุ่ม A)
- แองโกลา vs อียิปต์ และ ซิมบับเว vs แอฟริกาใต้ (กลุ่ม B)
- เกมกลุ่ม E และ F ช่วงปลายเดือน ที่ทีมใหญ่มีโอกาสยิงเพิ่มเพื่อ “ปั้น GD”
จุดสำคัญคือ เมื่อเข้าใกล้นัดสอง-นัดสาม หลายทีมจะเริ่มคิดเรื่อง “จัดการสกอร์” มากขึ้น เช่น ถ้านำอยู่ 1-0 จะเร่งเอาลูกสองเพื่อกันความเสี่ยง หรือถ้าตาม 0-1 ก็อาจต้องเปิดเกมแลกเพื่อประตูตีเสมอ เพราะ “แพ้หนึ่งลูก” กับ “แพ้สองลูก” มีผลต่อ GD และโอกาสลุ้นอันดับในกลุ่มแบบจับต้องได้
บทสรุป: AFCON 2025 เพิ่งเริ่ม แต่การลุ้นเข้ารอบเริ่มเข้มข้นแล้ว
ภาพรวมหลังนัดแรกชี้ชัดว่า AFCON 2025 ไม่ใช่ทัวร์นาเมนต์ที่ “ชนะแล้วจบ” เพราะหลายกลุ่มมีทีมชนะพร้อมกันตั้งแต่เกมแรก ทำให้ ผลต่างประตู กลายเป็นสิ่งที่แฟนบอลต้องตามติดทุกคืน—อย่างน้อยก็ในช่วงที่ผลเฮดทูเฮดยังไม่ครบ
