วันที่ข่าว: 28 ธ.ค. 2025 (2568)
ที่มา: Reuters
เรื่องราวที่ถูกพูดถึงมากในช่วงปลายปีนี้ หนีไม่พ้นการคืนชีพของ โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน กองหน้าชาวอังกฤษวัย 28 ปี ที่ครั้งหนึ่งถูกมองว่า “พรสวรรค์มี แต่ร่างกายไม่เป็นใจ” จากอาการบาดเจ็บเรื้อรังกับเอฟเวอร์ตัน ทว่าในวันนี้ชื่อของเขากลับถูกหยิบขึ้นมาพร้อมคำว่า “เครื่องจักรถล่มประตู” หลังระเบิดฟอร์มกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด แบบต่อเนื่องจนแฟนบอลเริ่มเชื่อว่า นี่อาจเป็นการคัมแบ็กที่จริงจังที่สุดในอาชีพของเขา
จาก “รายงานอาการเจ็บ” สู่ “รายงานการทำประตู”
ย้อนกลับไปเพียง 6 เดือนก่อน เอฟเวอร์ตันปล่อยคัลเวิร์ต-ลูวินแบบ ฟรีทรานส์เฟอร์ หลังชื่อของเขาในช่วงท้ายกับกูดิสัน พาร์ก ถูกผูกกับอาการบาดเจ็บมากกว่าประตูที่ยิงได้ ฤดูกาลสุดท้ายเขายิงได้เพียง 3 ประตู และต้องตัดสินใจอำลาสโมสรที่อยู่มานานถึง 9 ปีอย่างยากลำบาก
แต่ลีดส์มองต่างออกไป พวกเขาเห็น “ศักยภาพที่ยังไม่ถูกรีดออกมาเต็มที่” และตัดสินใจเซ็นสัญญา 3 ปี เพื่อเดิมพันกับการกลับมาของหัวหอกที่ครั้งหนึ่งเคยถูกยกให้เป็นตัวเลือกสำรองทีมชาติอังกฤษที่เหมาะสมที่สุดรองจากแฮร์รี่ เคน
สตาร์ตช้า…แล้วพุ่งแรงแบบหยุดยาก
ช่วงแรกในเสื้อยูงทองไม่ได้หวือหวา คัลเวิร์ต-ลูวินยิงได้แค่ 1 ประตูจาก 11 นัดแรก กว่าจะเริ่มจับจังหวะของทีมได้
แต่เมื่อเข้าสู่ปลายเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา ภาพทุกอย่างเปลี่ยนไปทันที—เขายิง 7 ประตูจาก 6 นัดลีกติดต่อกัน และที่สำคัญคือเป็นการยิงใส่คู่แข่งระดับหัวแถวอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี และลิเวอร์พูล จนชื่อของเขากลับมาอยู่ในหน้าข่าวแบบ “ตัวจริง” อีกครั้ง
เกมล่าสุดที่ทำให้เรื่องราวยิ่งถูกพูดถึง คือวันที่ลีดส์บุกไปเสมอซันเดอร์แลนด์ 1-1 ซึ่งคัลเวิร์ต-ลูวินเป็นคนจบสกอร์จากจังหวะสวนกลับที่ Reuters ระบุว่าเป็นเพลย์ที่ “ผู้เล่นลีดส์ทุกคนได้สัมผัสบอล” ก่อนจบลงด้วยประตู—และนั่นทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นลีดส์คนแรกตั้งแต่ฤดูกาล 1959/60 ที่ยิงได้ในลีกสูงสุด 6 นัดรวด
ทำไมฟอร์มถึงกลับมา “คม” ขนาดนี้
คัลเวิร์ต-ลูวินอธิบายแบบตรงไปตรงมาว่า สิ่งสำคัญคือ “จังหวะและโมเมนตัม” เมื่อทุกอย่างลงตัว การอ่านเกมและการเข้าพื้นที่ก็จะมาถูกเวลามากขึ้น
เขาเล่าว่าในฐานะกองหน้า บางครั้งวิ่งทำทางเป็นสิบครั้งแต่ไม่ได้บอล การจะเป็นประตูต้องให้หลายอย่างประกอบกัน ทั้งการจ่าย การเคลื่อนที่ และจังหวะสุดท้าย แต่ก็ยอมรับว่าในช่วงนี้ “ฟอร์มกำลังดี” และเขาเริ่มเข้าไปอยู่ “ตำแหน่งที่ใช่” บ่อยขึ้น ทำให้การจบสกอร์ออกมาชัดเจน
อีกประโยคที่สะท้อนการคืนฟอร์มได้ชัดคือ เขารู้สึกว่า “ทุกอย่างไหลลื่น” มากขึ้น และเพื่อนร่วมทีมเริ่มเข้าใจว่าเขาถนัดอะไร ต้องการบอลแบบไหน เมื่อได้รับการบริการที่ถูกจังหวะ เขามั่นใจว่าตัวเอง “อันตรายในกรอบเขตโทษ” เสมอ
ตัวเลขที่น่าสนใจ: เคนยังไม่เคยทำแบบนี้ในพรีเมียร์ลีก
ความร้อนแรงครั้งนี้มีสถิติที่ทำให้แฟนบอลต้องหันมามองใหม่ เพราะ Reuters ระบุว่าแม้แต่ แฮร์รี่ เคน เองก็ “ไม่เคย” ยิงในพรีเมียร์ลีกได้ 6 นัดติด แบบที่คัลเวิร์ต-ลูวินทำอยู่ตอนนี้ และนี่ถือเป็นสถิติการยิงต่อเนื่องที่ยาวที่สุดของกองหน้าชาวอังกฤษนับตั้งแต่ เจมี วาร์ดี้ เคยยิงได้ 8 นัดติดเมื่อปี 2019
เมื่อวัดกันด้วยบริบทชีวิตนักเตะ ตัวเลขพวกนี้ไม่ได้แปลว่าเขาเหนือกว่าใครในภาพรวม แต่สะท้อนอย่างหนึ่งว่า “ถ้าฟิตและมั่นใจ” คัลเวิร์ต-ลูวินสามารถขึ้นไปอยู่ในกลุ่มกองหน้าที่เกมรับคู่แข่งต้องระวังจริง ๆ
เป้าหมายใหญ่: โอกาสคืนทีมชาติอังกฤษ และแรงกดดันเชิงบวก
ผลงานกับลีดส์กำลังพาเขากลับสู่เส้นทางเดิมที่เคยถูกวางไว้ นั่นคือทีมชาติอังกฤษ—โดยเขาไม่ได้ติดธงมาตั้งแต่ปี 2021 และในศึกยูโร 2021 เขาได้ลงเล่นเพียง 2 นัดแบบตัวสำรอง รวมแล้วแค่ 18 นาทีเท่านั้น
แต่เมื่อฟุตบอลโลก 2026 ใกล้เข้ามา Reuters มองว่า หากเขายังรักษามาตรฐานเดิมได้ต่อไป อาจทำให้โธมัส ทูเคิล (กุนซือทีมชาติอังกฤษ) ต้องคิดหนักเรื่องการเลือกกองหน้าในอนาคต เพราะตอนนี้คัลเวิร์ต-ลูวินกำลังส่งสัญญาณชัดว่าเขา “พร้อมกลับมาแข่งขัน” อีกครั้ง
สรุป: ไม่ใช่แค่ยิงเยอะ แต่คือ “ความมั่นใจกลับมาแล้ว”
ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่จำนวนประตู แต่คือ “คุณภาพของกองหน้า” ที่กลับมาให้เห็นครบ: ความมั่นใจ การเคลื่อนที่ในกรอบเขตโทษ และการเชื่อมเกมกับเพื่อนร่วมทีมที่ลื่นไหลขึ้นเรื่อย ๆ
และถ้าฟอร์มแบบนี้ยังอยู่ต่อเนื่อง ลีดส์อาจได้แต้มเพิ่มจากเกมสูสีมากขึ้น เพราะพวกเขามีคนที่พร้อม “เปลี่ยนครึ่งโอกาสให้เป็นประตู” ได้จริง—ซึ่งในพรีเมียร์ลีก นี่คือสิ่งที่มีค่ามากพอ ๆ กับแท็กติกทั้งกระดานเลยทีเดียว
