วันที่ข่าว: 29 ธันวาคม 2568
ที่มา: Reuters

มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ย้ำว่าความ “เจ็บปวด” จากช่วงเวลาที่ทีมพลาดเป้าหมายในอดีต คือแรงผลักสำคัญที่ทำให้ทีมยังคงรักษาความหิวกระหายในการเก็บชัยชนะ โดยเฉพาะช่วงโปรแกรมแน่นที่ความสม่ำเสมอคือสิ่งตัดสินการลุ้นแชมป์
รายงานระบุว่า อาร์เซน่อลกำลังเตรียมเปิดบ้านพบแอสตัน วิลล่าในเกมพรีเมียร์ลีก โดยอาร์เตต้าตั้งใจใช้บทเรียนจากความพ่ายแพ้แบบ “นาทีท้ายเกม” ที่วิลล่า พาร์กเมื่อต้นเดือน เป็นเชื้อเพลิงในการยกระดับทีมให้เฉียบคมกว่าเดิมในเกมรีแมตช์ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม
เปลี่ยน “ความเจ็บปวด” ให้เป็นพลังในการยืนระยะ
อาร์เตต้าสะท้อนว่า อาร์เซน่อลไม่ต้องการ “ดีเป็นช่วง ๆ” อีกต่อไป เพราะการลุ้นแชมป์ในลีกยาวตัดสินกันที่การชนะเกมที่ควรชนะอย่างต่อเนื่อง และการคุมรายละเอียดเล็ก ๆ ให้ครบตลอด 90 นาที ไม่ว่าจะเป็นการยืนตำแหน่งตอนเสียบอล การกันจังหวะสวนกลับ หรือการปิดเกมช่วงท้ายให้แน่นพอ
ในมุมของกุนซือปืนใหญ่ บทเรียนเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อ “ลืมอดีต” แต่เพื่อย้ำว่าทุกแต้มมีน้ำหนัก—และความผิดหวังที่เคยเกิดขึ้นต้องถูกแปลงให้เป็นแรงขับเคลื่อนที่ถูกทาง ไม่ใช่แรงกดดันที่ทำให้ทีมหลุดมาตรฐาน
วิลล่าคือคู่แข่งตัวจริง ไม่ใช่แค่ทีมฟอร์มแรง
อาร์เตต้ายอมรับตรง ๆ ว่าแอสตัน วิลล่าภายใต้การคุมทีมของอูไน เอเมรี่ คือทีมที่ “คู่ควร” กับการอยู่ในกลุ่มลุ้นแชมป์ จากความสม่ำเสมอและผลงานในสนาม โดยวิลล่ากำลังอยู่ในช่วงชนะต่อเนื่อง 11 นัดรวมทุกรายการ และไล่หลังอาร์เซน่อลบนตารางเพียง 3 คะแนน
ขณะเดียวกัน อาร์เซน่อลนำจ่าฝูงโดยมีแต้มเหนือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 คะแนน ทำให้เกมนี้ถูกมองว่าเป็นจุดวัดความนิ่งทางจิตใจและคุณภาพการปิดเกมของทีมในช่วงโค้งสำคัญ
รายชื่อเจ็บกวนใจ และสัญญาณ “ขยับตลาด” เดือนมกราคม
อีกประเด็นที่อาร์เตต้าพูดถึงคือปัญหาขุมกำลัง โดยทีมมีผู้เล่นคนสำคัญบาดเจ็บหลายราย เช่น ไค ฮาแวร์ตซ์, คริสเธียน มอสเกร่า และเบน ไวท์ ซึ่งอาจทำให้สโมสรต้อง “เตรียมพร้อม” สำหรับการเสริมทัพในตลาดเดือนมกราคม หากสถานการณ์ตัวเจ็บยืดเยื้อ
“อยากให้คู่แข่งต้องทรมาน” ภาพสะท้อนวิธีเล่นของอาร์เซน่อล
ในช่วงท้ายการให้สัมภาษณ์ อาร์เตต้าถูกถามถึงจังหวะที่อาร์เซน่อลได้ประโยชน์จาก “เข้าประตูตัวเอง” หลายครั้งในเดือนนี้ ซึ่งเขามองว่าเป็นผลจากแรงกดดันและความตั้งใจของทีมที่ต้องการทำให้ทุกทีมที่มาเยือนต้องเจองานหนักตลอดทั้งเกม
สรุป
อาร์เตต้ากำลังพยายามย้ำกับลูกทีมว่า ความเจ็บปวดจากอดีตและความพลาดหวังที่เคยเจอ ไม่ได้มีไว้เพื่อจมอยู่กับมัน แต่ต้องใช้เป็นเชื้อไฟให้ทีม “หิวชัย” ต่อไป—รักษามาตรฐานให้คงเส้นคงวา และคุมรายละเอียดเล็ก ๆ ให้ได้ทุกสัปดาห์ เพราะนั่นคือภาษาของทีมลุ้นแชมป์อย่างแท้จริง
