BREAKING

ที่มา: Reuters

วันที่ข่าว/วันที่แข่งขัน: 06-01-69
สนาม: เฟซ (Morocco)

ไนจีเรียเดินหน้าแบบ “โหดจัด” ในศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ (AFCON) รอบน็อกเอาต์ หลังไล่ถล่มโมซัมบิก 4-0 ด้วยฟอร์มเกมรุกที่ทั้งเร็ว ทั้งคม และเล่นกันลื่นไหล โดย อเดโมลา ลุคแมน เป็นคนคุมจังหวะเกมรุก ยิง 1 ประตูและทำ 3 แอสซิสต์ ส่วน วิคเตอร์ โอซิมเฮน เหมาสองประตู พาทีมตีตั๋วสู่รอบก่อนรองชนะเลิศแบบมั่นใจสุด ๆ


ภาพรวมการแข่งขัน

ตลอด 90 นาที ไนจีเรียคุมเกมได้ชัดเจนกว่า ทั้งเรื่องความแน่นในแดนกลาง การเพรสซิ่งที่บีบให้โมซัมบิกจ่ายพลาด และการเข้าทำที่ “จบได้จริง” ในทุกพื้นที่อันตราย โดยเฉพาะเกมริมเส้นที่ทำให้แนวรับโมซัมบิกต้องถอยลึกตลอดเวลา

ด้านโมซัมบิกพยายามตั้งเกมรับให้เป็นระบบ แล้วรอสวนกลับเป็นระยะ แต่เมื่อเสียประตูแรก เกมเริ่มเปิดมากขึ้น และนั่นยิ่งเข้าทางไนจีเรียที่มีสปีดกับความเฉียบคมในการโจมตีพื้นที่ว่าง


ไฮไลท์สำคัญ

  • 20 นาที: ไนจีเรียขึ้นนำ 1-0 จาก ลุคแมน จุดชนวนให้เกมรุก “ติดเครื่อง” ทันที
  • หลังจากนั้นไม่นาน ไนจีเรียขยับเป็น 2-0 จากจังหวะเข้าทำต่อเนื่องที่ปลายทางจบด้วย โอซิมเฮน
  • ต้นครึ่งหลัง: ไนจีเรียหนีเป็น 3-0 และยังเป็น โอซิมเฮน ที่เก็บตกในเขตโทษได้เฉียบ
  • นาที 75: ปิดกล่อง 4-0 จาก อาคอร์ อดัมส์ เติมความเด็ดขาดให้สกอร์ขาดลอย

ภาพรวมคือ ไนจีเรียใช้การโจมตีแบบ “กดดัน-เติมคน-จบเร็ว” และเมื่อมีโอกาสก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือ จนกลายเป็นชัยชนะที่ขาดลอยที่สุดของทัวร์นาเมนต์ในช่วงเวลานั้น


จุดเปลี่ยนเกม

ประตูแรกของลุคแมน คือจุดเปลี่ยนหลัก เพราะทำให้โมซัมบิกต้องขยับไลน์ขึ้นและกล้าเสี่ยงมากขึ้นกว่าเดิม จากเกมที่ตั้งใจรับแน่น ๆ กลายเป็นเกมที่ต้องหาทางตีเสมอ ซึ่งทำให้พื้นที่ด้านหลังแนวรับเริ่มเปิด

เมื่อมีพื้นที่ ไนจีเรียก็ทำในสิ่งที่ถนัดที่สุด:

  • เร่งสปีดเข้าทำ
  • บีบให้คู่แข่งตั้งตัวไม่ทัน
  • เล่นจังหวะสองและเก็บบอลตกหล่นได้ดีกว่า
    และสุดท้ายคือ การตัดสินใจในพื้นที่สุดท้าย ที่เฉียบกว่าอย่างชัดเจน

ผู้เล่นเด่น

อเดโมลา ลุคแมน — 1 ประตู 3 แอสซิสต์ “คุมเกมรุกทั้งแผง”

เกมนี้ลุคแมนไม่ใช่แค่คนยิงเปิด แต่ยังเป็นคน “สร้างความแตกต่าง” ทุกครั้งที่ได้บอล เขาเลือกจังหวะได้ดีมาก ทั้งการพาบอลกินตัว การแทงบอลเข้าช่อง และการจ่ายจังหวะสุดท้ายที่ทำให้เพื่อนร่วมทีมเข้าทำได้ง่ายขึ้น

พูดง่าย ๆ คือ ไนจีเรียโจมตีได้หลากหลาย เพราะลุคแมนทำให้เกมรุกมีทั้ง “ไอเดีย” และ “ความเร็ว” ในเวลาเดียวกัน

วิคเตอร์ โอซิมเฮน — เหมาสอง “เพชฌฆาตในกรอบ”

โอซิมเฮนยังคงเป็นหัวหอกที่จบสกอร์ได้เด็ดขาด โดยเฉพาะการอ่านเกมในเขตโทษ จังหวะยืนตำแหน่ง และการซ้ำจังหวะสองที่ไว้ใจได้ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมไนจีเรียถึงดูน่ากลัวมากเมื่อบอลไปถึงพื้นที่สุดท้าย

อาคอร์ อดัมส์ — ประตูปิดเกมที่ทำให้สกอร์ “ขาดจริง”

การได้ประตูที่ 4 สำคัญในแง่ “ฆ่าเกม” ทำให้ไนจีเรียไม่ต้องลุ้นช่วงท้าย และยังสะท้อนว่าแนวรุกสำรอง/ตัวสลับของทีมก็ยังมีความคมพอจะปิดงานได้


แท็กติกที่ทำให้ไนจีเรียชนะขาด

  1. เพรสซิ่งเป็นทีม
    ไนจีเรียไม่ได้วิ่งไล่แบบเปลืองแรง แต่ไล่เป็นจังหวะและบีบให้โมซัมบิกจ่ายไปในพื้นที่เสี่ยง ทำให้การขึ้นเกมของคู่แข่งขาดความต่อเนื่อง
  2. เกมริมเส้น + การเข้าทำเร็ว
    ลุคแมนและเพื่อนร่วมทีมใช้ริมเส้นดึงแนวรับให้กว้าง แล้วแทงเข้ากลางทันที ทำให้กองหลังโมซัมบิกต้อง “หันหน้ากลับเข้าประตู” บ่อยครั้ง และนั่นคือสถานการณ์ที่อันตรายที่สุด
  3. จบคม และเก็บบอลจังหวะสองได้ดี
    นี่คือความต่างของเกมน็อกเอาต์ ทีมที่มีโอกาสแล้วทำได้เลย จะคุมโมเมนตัมไว้ได้ทั้งหมด ซึ่งไนจีเรียทำได้ครบทั้งยิง-ซ้ำ-และปิดกล่อง

สรุปหลังเกม

ชัยชนะ 4-0 เหนือโมซัมบิก ทำให้ไนจีเรียส่งสัญญาณชัดว่าเป็นหนึ่งในทีมที่ “น่ากลัวที่สุด” ของสายนี้ เพราะเกมรุกมีทั้งความเร็วและความคม แถมยังมีผู้เล่นที่สร้างความต่างได้จริงอย่างลุคแมน และเพชฌฆาตในกรอบอย่างโอซิมเฮน

จากนี้ไนจีเรียเดินหน้าสู่รอบก่อนรองฯ ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม และถ้ายังรักษามาตรฐานการเล่นแบบนี้ได้ต่อเนื่อง เป้าหมายลึก ๆ ในทัวร์นาเมนต์ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม