BREAKING

ที่มา: Reuters
วันที่เผยแพร่: 6 มกราคม 2569

อียิปต์ผ่านเกมที่ “เหนียวและกดดันสุด ๆ” ก่อนเฉือนชนะเบนิน 3-1 ในช่วงต่อเวลา เก็บตั๋วผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ ได้สำเร็จ โดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ รับบทปิดกล่องจากจังหวะสวนกลับช่วงท้ายเกม พร้อมให้สัมภาษณ์ตรงไปตรงมาว่า ทีมของเขา “ไม่ได้ถูกมองเป็นตัวเต็ง” แต่พร้อมสู้เต็มที่ทุกนัด เพราะรอบน็อกเอาต์ไม่มีเกมง่าย

แมตช์นี้เตะกันที่ อากาดีร์ (Agadir) และลากยาวถึง 120 นาทีเต็ม ก่อนอียิปต์จะอาศัยความนิ่งในช่วงสำคัญ รวมถึงคุณภาพการจบสกอร์ที่เฉียบกว่าในจังหวะสุดท้าย เปลี่ยนเกมที่ดูเหมือนจะยื้อยาวให้กลายเป็นชัยชนะที่สร้างโมเมนตัมได้อย่างมีนัยสำคัญ

เกมอึดอัด 90 นาที: ยิงก่อนแต่โดนไล่เจ๊า

ตลอดช่วงครึ่งแรกจนถึงกลางครึ่งหลัง เกมเป็นไปแบบรัดกุม ทั้งสองทีมเน้นความแน่นอนเป็นหลัก โอกาสจะแจ้งไม่ได้มากนัก จนกระทั่งอียิปต์ปลดล็อกได้จากจังหวะยิงไกลสุดสวยของ มาร์วาน อัตเตีย ที่ซัดจากระยะไกลพาทีมขึ้นนำในนาทีที่ 69 ทำให้บรรยากาศเกมเปลี่ยนทันที

อย่างไรก็ตาม เบนินไม่ยอมง่าย ๆ พวกเขาเร่งเกมกดดันและหาจังหวะโจมตีจากริมเส้น ก่อนตามตีเสมอช่วงท้ายจาก โจเดล ดอสซู ทำให้สกอร์กลับมาเป็น 1-1 และลากเกมเข้าสู่ช่วงต่อเวลา ท่ามกลางความตึงเครียด เพราะเพียงความผิดพลาดเล็กน้อยก็หมายถึงการตกรอบ

ต่อเวลาเป็นของอียิปต์: หัวโหม่งตัดสิน + ซาลาห์ปิดเกม

ช่วงต่อเวลา อียิปต์เริ่มคุมจังหวะได้ดีขึ้น และได้ประตูสำคัญจาก ยาสเซอร์ อิบราฮิม ที่โหม่งแบบกึ่งชิพกึ่งลูปจากบอลครอสของอัตเตีย ส่งบอลลอยข้ามมือผู้รักษาประตูเข้าไป ช่วยให้อียิปต์นำอีกครั้งเป็น 2-1

จากนั้นเกมเข้าสู่โหมด “ต้องวัดความนิ่ง” เบนินพยายามทุ่มทุกอย่างเพื่อทวงประตูคืน ขณะที่อียิปต์ถอยมารอจังหวะสวนกลับ จนถึงช่วงท้ายที่สุด ซาลาห์ได้โอกาสหลุดเดี่ยวจากการสวนกลับหลังเบนินดันสูง ก่อนจบสกอร์อย่างเยือกเย็นเป็นประตู 3-1 กลายเป็นการปิดกล่องที่ตอกย้ำว่า เกมน็อกเอาต์วัดกันที่รายละเอียดและความเด็ดขาดจริง ๆ

ซาลาห์ยอมรับ “ไม่ใช่ทีมเต็ง” แต่ย้ำทุกคนสู้สุดใจ

หลังเกม ซาลาห์ให้สัมภาษณ์ในทิศทางที่ชัดเจนว่า อียิปต์ไม่ได้ถูกมองเป็นทีมเต็งของทัวร์นาเมนต์นี้ แต่สิ่งที่ทีมทำได้คือ “สู้แบบไม่มีข้ออ้าง” และพร้อมทุ่มเททุกนัด เพราะในรอบน็อกเอาต์ไม่มีเกมไหนง่าย

สิ่งที่ซาลาห์เน้นย้ำเป็นพิเศษคือ “พลังของทีม” โดยอียิปต์ชุดนี้มีผู้เล่นอายุน้อยหลายคน และจำนวนไม่น้อยยังเล่นอยู่ในลีกภายในประเทศ แต่ทุกคนแสดงให้เห็นว่ามีวินัยและทำงานหนักพอจะยืนระยะในเกมที่ต้องใช้ทั้งแรงกายและแรงใจแบบนี้ได้

จุดเปลี่ยนของเกม: ความอดทน + ระบบที่ชัดขึ้น

ภาพรวมของอียิปต์ในเกมนี้สะท้อนว่า ทีมเริ่มเล่น “เป็นระบบ” มากขึ้น และยอมอดทนรอจังหวะที่ใช่แทนการเร่งเกมแบบเสี่ยง ๆ ความแตกต่างสำคัญคือช่วงต่อเวลา—เมื่อเกมเริ่มเปิดและนักเตะเริ่มล้า อียิปต์ยังคุมโครงสร้างได้ดีพอที่จะสร้างโอกาสแบบมีคุณภาพ และลงโทษคู่แข่งจากจังหวะสำคัญ

อีกด้านหนึ่ง เบนินก็ทำได้ดีและมีช่วงที่ทำให้อียิปต์ออกอาการเหมือนกัน แต่เมื่อเกมต้องใช้ความละเอียดสูงในช่วงท้าย “ความนิ่ง” คือสิ่งที่แยกผู้ชนะออกจากผู้แพ้ในคืนที่ทุกอย่างสูสี

ก้าวต่อไป: โมเมนตัมมาแล้ว แต่ยังต้องยกระดับ

ชัยชนะเกมนี้ทำให้อียิปต์ได้ทั้งผลการแข่งขันและความเชื่อมั่น โดยเฉพาะการผ่านเกมที่ตึงขนาดนี้ได้ จะช่วยให้ทีมแข็งขึ้นในแง่สภาพจิตใจอย่างมาก อย่างไรก็ตาม งานต่อไปยากขึ้นแน่นอน เพราะรอบก่อนรองฯ คือจุดที่คู่แข่งจะดุดันและคมกว่าเดิม

อียิปต์ยังมีรายละเอียดให้ปรับอีกไม่น้อย ทั้งการเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูในเวลาปกติ และการลดช่วง “เสียสมาธิ” ที่ทำให้โดนไล่เจ๊าท้ายเกม แต่ถ้าทีมรักษาความเป็นระบบและใช้จังหวะเด็ดขาดแบบที่ทำได้ในช่วงต่อเวลา โอกาสไปได้ไกลก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน

สรุป

อียิปต์ชนะเบนิน 3-1 หลังต่อเวลา ด้วยประตูยิงไกลของอัตเตีย, หัวโหม่งตัดสินของยาสเซอร์ อิบราฮิม และซาลาห์ที่ปิดกล่องช่วงท้าย พร้อมคำพูดหลังเกมแบบไม่อ้อมค้อมว่า ทีมยังไม่ใช่ตัวเต็ง แต่จะสู้เต็มที่ทุกนัด เพราะน็อกเอาต์ไม่มีเกมง่าย—และนี่คือชัยชนะที่เติมโมเมนตัมให้ “ฟาโรห์” ได้อย่างแท้จริง