วันที่แข่งขัน: 08-01-69
สนาม: Vitality Stadium
ผลการแข่งขัน: บอร์นมัธ 3-2 สเปอร์ส
ที่มาไฮไลท์: พรีเมียร์ลีก (คลิปไฮไลท์การแข่งขัน)
ภาพรวมการแข่งขัน
เกมนี้เป็นคืนที่ “จังหวะเดียวเปลี่ยนทุกอย่าง” ทั้งสองทีมเปิดหน้าแลกตั้งแต่ต้น สเปอร์สออกนำก่อนและดูคุมเกมได้ช่วงหนึ่ง แต่บอร์นมัธยกระดับความดุดันในพื้นที่สุดท้าย ใช้ความเร็วเกมริมเส้นและการจบสกอร์ที่เด็ดขาดกว่า พลิกแซงได้สำเร็จ ก่อนจะปิดเกมด้วยช็อตยิงไกลช่วงทดเวลาที่ทำให้ทั้งสนามระเบิดอารมณ์
ไฮไลท์สำคัญ
- สเปอร์สออกสตาร์ตดีและขึ้นนำจาก มาติส เทล ทำให้เกมเปิดเร็วตามแผนทีมเยือน
- บอร์นมัธไม่ถอย เดินหน้ากดดันต่อเนื่องก่อนยิงคืนจาก เอวานิลซอน
- ช่วงที่บอร์นมัธได้โมเมนตัม พวกเขาแซงนำจาก เอลี จูเนียร์ ครูปี ที่ฉวยโอกาสจบคม
- สเปอร์สไม่ยอมง่าย ตีเสมอ 2-2 จาก ชูเอา ปัลญินญ่า ด้วยลูกจบสกอร์สุดสวย
- นาที 90+5 บอร์นมัธได้ประตูชัยจาก อองตวน เซเมนโย่ ซัดไกลปิดบัญชี 3-2 แบบดราม่าสุด ๆ
จุดเปลี่ยนเกม
จุดเปลี่ยนไม่ใช่แค่ประตูชัย แต่เป็นช่วงที่บอร์นมัธ “เร่งสปีด” หลังตามหลัง/หรือหลังตีเสมอได้ พวกเขากล้าเล่นบอลทะลุช่องและเล่นจังหวะสองเร็ว ทำให้แนวรับสเปอร์สเสียระยะบ่อยครั้ง พอเกมเข้าสู่ช่วงท้าย ความล้าและการยืนตำแหน่งหลวม ๆ เปิดพื้นที่ให้ลูกยิงไกลนาที 90+5 เกิดขึ้นได้จริง
ผู้เล่นเด่น
- อองตวน เซเมนโย่ (บอร์นมัธ): ทีเด็ดลูกยิงไกลช่วงทดเวลา เป็นช็อตตัดสินเกม และยังมีส่วนช่วยพาบอลขึ้นหน้าในหลายจังหวะ
- เอวานิลซอน (บอร์นมัธ): เป็นจุดพักบอลและตัวจบสกอร์สำคัญ ทำให้ทีมกลับสู่เกมได้เร็ว
- เอลี จูเนียร์ ครูปี (บอร์นมัธ): อ่านเกมดี เข้าพื้นที่ถูกจังหวะและจบสกอร์ได้เด็ดขาด
- มาติส เทล (สเปอร์ส): เปิดเกมให้ทีมได้ตามฝัน จบสกอร์แรกช่วยตั้งโทนเกมรุก
- ชูเอา ปัลญินญ่า (สเปอร์ส): ลูกตีเสมอคุณภาพสูง เติมมิติในแดนกลางและช่วยยื้อเกมได้จนท้าย
แท็กติก
บอร์นมัธเน้นเพรสซิ่งเป็นช่วง ๆ แล้วเปลี่ยนเป็นเกมโจมตีเร็วเมื่อแย่งบอลได้ จุดเด่นคือการพาบอลเข้า “ช่องครึ่งพื้นที่” (half-space) เพื่อบังคับให้แนวรับสเปอร์สตัดสินใจยากว่าจะออกมาบีบหรือถอยคุมกรอบเขตโทษ
ฝั่งสเปอร์สพยายามคุมจังหวะด้วยการต่อบอลและเล่นเกมรุกให้หลากหลาย แต่เมื่อโดนบอร์นมัธเร่งจังหวะ บางช่วงเสียรูปทรงตอนเปลี่ยนจากรุกเป็นรับ ทำให้โดนโจมตีจากการวิ่งทำทางและจังหวะสองบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ
สรุปหลังเกม
บอร์นมัธคว้า 3 แต้มแบบสุดระทึกด้วยสกอร์ 3-2 เป็นเกมที่สะท้อนคาแรกเตอร์ “ไม่ยอมแพ้” และความเด็ดขาดในจังหวะสำคัญ ขณะที่สเปอร์สมีช่วงเวลาที่เล่นได้ตามแผน แต่อาการหลุดสมาธิและความแน่นอนในแนวรับช่วงท้ายเกม ทำให้ต้องเจ็บปวดกับประตูตัดสินในนาที 90+5
