ที่มา: Reuters
วันที่เผยแพร่: 8 มกราคม 2569

เชลซีเข้าสู่ยุคใหม่แบบ “เร่งด่วน” เมื่อ เลียม โรซิเนียร์ เริ่มต้นภารกิจคุมทีมด้วยสารที่ชัดเจนต่อห้องแต่งตัวว่า ไม่มีเวลาให้รอ และต้อง “เร่งเครื่อง” กันตั้งแต่วันแรก เพื่อดึงทีมให้กลับมาอยู่ในทิศทางที่ถูกต้องในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล ซึ่งทุกแต้มมีความหมายต่อเป้าหมายโดยตรง
สถานการณ์บีบคั้น: ฟอร์มแกว่ง แต้มหล่น และวินัยเกมยังเป็นปัญหา
เหตุผลที่โรซิเนียร์ต้องออกตัวแรง ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนมือกุนซือ แต่เป็นเพราะภาพรวมผลงานของเชลซีในลีกช่วงหลัง สะดุดต่อเนื่อง โดยมี ชัยชนะเพียง 1 นัดจาก 9 เกมหลังสุด ตามรายงานของ Reuters
ขณะเดียวกัน “เรื่องวินัยในเกม” ก็กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทำให้ทีมเสียเปรียบซ้ำ ๆ ล่าสุดในเกมดาร์บี้กับฟูแล่ม เชลซีต้องเล่น 10 คนหลัง มาร์ก กูกูเรญา โดนใบแดง และนับเป็น ใบแดงใบที่ 8 ของทีมในฤดูกาลนี้ ก่อนจบด้วยความพ่ายแพ้ 1-2
สำหรับโค้ชคนใหม่ การแก้ปัญหาไม่ใช่แค่ปรับแท็กติก แต่ต้อง “รีเซ็ตมาตรฐาน” และสร้างความนิ่งให้ทีมกลับมาเร็วที่สุด โดยเฉพาะในจังหวะสำคัญของเกมที่มักเป็นตัวชี้ผลแพ้-ชนะ
“ไม่มีเวลาให้รอ” เพราะโปรแกรมโหดกำลังมา
โรซิเนียร์มาพร้อมงานหนักทันที เพราะเชลซีมีตารางแข่งแน่นชนิดหายใจรดต้นคอ โดย Reuters ระบุว่าเชลซีมีคิวลงสนามถึง 10 นัดใน 31 วัน ทำให้การซ้อม การปรับระบบ และการสร้างคาแรกเตอร์ทีม ต้องทำแบบ “ทางลัด” คือเน้นสาระสำคัญและยกระดับความเข้มข้นในการทำงานให้เร็วที่สุด
เกมแรกที่โรซิเนียร์เตรียมประเดิมคุมทีมคือ เอฟเอ คัพ พบ ชาร์ลตัน แอธเลติก ในวันเสาร์ ซึ่งจะเป็นบททดสอบทันทีว่า “แนวคิดใหม่” จะถูกส่งลงสนามได้แค่ไหนภายในเวลาสั้น ๆ
โรซิเนียร์จะเปลี่ยนเชลซีแบบไหน: เน้นพลัง งานหนัก และความเป็นทีม
ในมุมมองของโรซิเนียร์ เขาไม่ได้ประกาศว่าจะปฏิวัติทุกอย่างจนทีมต้องเริ่มจากศูนย์ แต่ชี้ว่ารูปแบบการเล่นของเขา “มีจุดร่วม” กับสิ่งที่เชลซีทำอยู่เดิม เพียงแต่เขาจะเติม “ลายเซ็น” ของตัวเองเข้าไป โดยเน้นเรื่อง พลัง, ความแข็งแกร่งทางจิตใจ, ความยืดหยุ่นในเกม และความเป็นหนึ่งเดียวกันของทีม
นี่เป็นสัญญาณว่าเชลซีอาจไม่ได้เปลี่ยนทรงบอลแบบหักดิบ แต่จะเปลี่ยนที่ “มาตรฐานการเล่น” และ “รายละเอียด” เช่น
- เล่นให้มีความดุดันในจังหวะกดดันคู่แข่งมากขึ้น
- ลดช่วงเวลาที่ทีมหลุดสมาธิหรือเสียรูปทรงง่าย ๆ
- ยกระดับความแน่นอนในเกมรับ เพื่อไม่ให้การเล่นเกมรุกต้องเริ่มใหม่ทุกครั้งจากการเสียประตูที่ไม่น่าเสีย
จุดที่ต้องแก้แบบเร่งด่วน 3 เรื่อง
1) วินัยและการคุมอารมณ์
เมื่อทีมโดนใบแดงถี่ การวางแผนเกมดีแค่ไหนก็พังได้ในพริบตา เชลซีต้องลด “ความเสี่ยงจากการเสียผู้เล่น” ให้ได้ เพราะการเล่น 10 คนในลีกที่เข้มข้น ส่งผลต่อทั้งผลการแข่งขันและความมั่นใจในระยะยาว
2) ความนิ่งในจังหวะชี้ขาด
ช่วงหลังเชลซีมีเกมที่ “คุมรูปเกมได้แต่ปิดไม่ลง” หรือ “เสียประตูจากจังหวะที่ควรจัดการได้” ซึ่งสะท้อนว่าเรื่องสมาธิและการตัดสินใจในวินาทีสุดท้ายยังไม่คงที่ และนี่คือพื้นที่ที่โค้ชใหม่ต้องใส่รายละเอียดให้เข้มขึ้น
3) การบริหารขุมกำลังในโปรแกรมถี่
10 นัดใน 31 วันหมายความว่าโรซิเนียร์ต้องตัดสินใจเรื่องโรเตชันให้เฉียบ ไม่ใช่แค่เลือกตัวที่เก่งที่สุด แต่ต้องเลือกตัวที่ “เหมาะกับเกม” และ “พร้อมที่สุด” ในแต่ละช่วง เพื่อรักษาความสด ลดอาการล้า และลดความผิดพลาดที่มาจากสภาพร่างกาย
สรุป
การมาของ เลียม โรซิเนียร์ ไม่ได้เป็นแค่การเปลี่ยนกุนซือ แต่เป็นการส่งสัญญาณว่าเชลซีต้อง “เร่งกลับสู่มาตรฐานทีมลุ้นแชมป์” ให้เร็วที่สุด ภายใต้สถานการณ์ที่ทีมสะดุดต่อเนื่อง วินัยเกมเป็นปัญหา และโปรแกรมแน่นจนแทบไม่มีเวลาซ้อมยาว
