BREAKING

วันที่ข่าว: 8 มกราคม 2569
วันที่แข่งขัน: 7 มกราคม 2569
สนาม: เจดดาห์, ซาอุดีอาระเบีย
ที่มา: Reuters

บาร์เซโลนายังคงฟอร์ม “ร้อนแรงแบบหยุดไม่อยู่” เมื่อไล่ถล่มแอธเลติก บิลเบา 5-0 ในรอบรองชนะเลิศ สแปนิช ซูเปอร์คัพ ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ส่งทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแบบขาดลอย พร้อมต่อยอดสถิติชนะรวดเป็นนัดที่ 9 ติดต่อกันในทุกรายการ 

เกมนี้กลายเป็นคืนของแนวรุก “บาร์ซ่า” อย่างแท้จริง โดย ราฟินญา กดคนเดียว 2 ประตู ขณะที่ เฟร์มิน โลเปซ เด่นสุดด้วยผลงานยิง 1 จ่าย 2 มีส่วนโดยตรงกับสกอร์สำคัญหลายจังหวะ ส่วนอีกสองประตูมาจาก เฟร์ราน ตอร์เรส และ รูนี บาร์ดจี 


ภาพรวมการแข่งขัน

รูปเกมเป็นบาร์เซโลนาที่คุมจังหวะได้ครบ ทั้งการต่อบอลขึ้นเกมและการเพรสซิ่งเพื่อแย่งบอลคืนเร็ว ทำให้บิลเบาแทบตั้งลำไม่ได้ โดยเฉพาะช่วงกลางครึ่งแรกที่บาร์ซ่า “เร่งเครื่อง” จนสกอร์ไหลแบบหยุดไม่อยู่—ก่อนพักครึ่งนำไปถึง 4-0 

สิ่งที่เห็นชัดคือการขึ้นเกมทางริมเส้นและการหาช่องระหว่างไลน์รับคู่แข่ง เมื่อบิลเบาถอยต่ำเพื่ออุดพื้นที่ บาร์ซ่ายังเจาะได้ด้วยการสลับตำแหน่งและแทงทะลุในจังหวะเดียว ทำให้เกมรับคู่แข่งเสียรูปบ่อยครั้ง


ไฮไลท์สำคัญ

  • นาที 22 เฟร์ราน ตอร์เรส ปลดล็อกประตูแรกให้บาร์เซโลนาขึ้นนำ 1-0
  • นาที 30 เฟร์มิน โลเปซ ยิงให้ทีมหนีเป็น 2-0 ก่อนจะเป็นคนคุมเกมรุกอยู่ตลอดครึ่งแรก
  • นาที 34 รูนี บาร์ดจี ซัดเพิ่มเป็น 3-0 ช่วยให้เกมเริ่ม “ขาด” อย่างรวดเร็ว
  • นาที 38 ราฟินญา ยิง 4-0 ก่อนพักครึ่ง ปิดฉากช่วงเวลาฝันร้ายของบิลเบาใน 45 นาทีแรก
  • นาที 52 ราฟินญายิงประตูที่สองของตัวเองเป็น 5-0 ย้ำความเหนือชั้นแบบไม่ต้องลุ้นต่อ

จุดเปลี่ยนเกม

จุดเปลี่ยนจริง ๆ คือการที่บาร์เซโลนาทำ “สกอร์ไหลในครึ่งแรก” ภายในเวลาสั้น ๆ จนบิลเบาต้องเปลี่ยนแผนจากตั้งรับรอโต้กลับ มาเป็นพยายามดันขึ้นมาแก้เกม ซึ่งยิ่งเปิดพื้นที่ให้บาร์ซ่าเล่นงานง่ายขึ้นกว่าเดิม 

เมื่อทีมที่เป็นรองเสียประตูติด ๆ กัน ความมั่นใจในเกมรับจะหายไปทันที—และเกมนี้บิลเบาก็โดนลงโทษจากความผิดพลาดในการยืนตำแหน่งและการรับมือบอลด้านข้างหลายครั้ง จนสุดท้าย “แพแตก” ตั้งแต่ยังไม่หมดครึ่งแรก


ผู้เล่นเด่น

ราฟินญา: จบสกอร์คม และเป็นตัวปิดบัญชี

2 ประตูของราฟินญาไม่ได้เป็นแค่การเพิ่มสกอร์ แต่เป็นการตอกย้ำว่าแนวรุกบาร์ซ่ากำลังมั่นใจสุด ๆ โดยเฉพาะจังหวะในครึ่งหลังที่ยิงลูกที่สอง ทำให้เกมหมดความหมายในทันที 

เฟร์มิน โลเปซ: ยิงหนึ่ง จ่ายสอง “หัวใจของเกมรุก”

เฟร์มินคือคนที่พาบอลพุ่งทะลุช่อง ทำลายโซนรับ และเชื่อมเกมรุกกับจังหวะสุดท้ายได้ต่อเนื่อง ผลงานยิง 1 และแอสซิสต์ 2 สะท้อนว่าเขาเป็นจุดศูนย์กลางของเกมบุกในแมตช์นี้อย่างแท้จริง 

เฟร์ราน ตอร์เรส & รูนี บาร์ดจี: เติมมิติและความเร็วให้แนวรุก

ประตูของตอร์เรสที่มาเร็วทำให้เกมเข้าทางบาร์ซ่าตั้งแต่ต้น ส่วนบาร์ดจีที่เติมมาซัดเพิ่มเป็นอีกคนที่ทำให้เกมริมเส้นและการเข้าทำหลากหลายขึ้นมาก 


แท็กติกที่ทำให้บาร์ซ่าชนะขาด

บาร์เซโลนาเล่นด้วยไอเดียชัดเจน 3 อย่าง

  1. เพรสซิ่งเร็วหลังเสียบอล เพื่อไม่ให้บิลเบาได้ออกบอลสวย ๆ
  2. โจมตีริมเส้นและฮาล์ฟสเปซ สร้างสถานการณ์ 2 ต่อ 1 ให้ตัวรุกได้เปิด/ตัดเข้าใน
  3. เข้าทำแบบรวดเร็วเมื่อได้เปรียบพื้นที่ ไม่ต่อบอลช้า ทำให้เกมรับบิลเบา “ตั้งโซนไม่ทัน”

ผลลัพธ์คือ 4 ประตูในครึ่งแรก และคุมเกมครึ่งหลังแบบไม่ต้องเสี่ยงเพิ่มมากนัก 


โปรแกรมนัดต่อไป: รอผู้ชนะ “มาดริดดาร์บี้” เข้าชิง

หลังผ่านบิลเบา บาร์เซโลนาจะรอพบผู้ชนะอีกคู่ระหว่าง เรอัล มาดริด vs แอตเลติโก มาดริด ในรอบรองฯ อีกสาย เพื่อไปชิงแชมป์ในรอบชิงชนะเลิศวันอาทิตย์นี้
โดยทัวร์นาเมนต์ปีนี้แข่งขันช่วงวันที่ 7–11 มกราคม 2026 ที่เมืองเจดดาห์ และรอบชิงชนะเลิศถูกกำหนดไว้วันที่ 11 มกราคม 2026 


สรุปหลังเกม

บาร์เซโลนาโชว์ฟอร์มระดับ “ย้ำแชมป์” อย่างแท้จริงด้วยการถล่มบิลเบา 5-0 เกมรุกไหลลื่น จบสกอร์เฉียบ และคุมเกมได้ทุกจังหวะ โดยมี ราฟินญา เป็นตัวปิดบัญชีด้วย 2 ประตู และ เฟร์มิน โลเปซ เป็นเครื่องจักรสร้างสรรค์เกมรุกยิงหนึ่งจ่ายสอง จากนี้สิ่งที่น่าติดตามคือ ใครจะผ่านเข้ามาเป็นคู่ชิง—เพราะไม่ว่าจะเจอทีมไหน บาร์ซ่าในฟอร์มแบบนี้ “พร้อมชนทุกคน” เพื่อเดินหน้าคว้าแชมป์สแปนิช ซูเปอร์คัพอีกสมัย และยืดสถิติความสำเร็จของสโมสรในรายการนี้ให้ไกลขึ้นไปอีก