ที่มา: Confédération Africaine de Football
ศึก แอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ (AFCON) 2025 ที่โมร็อกโก เดินทางสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย เรียบร้อยแล้ว หลังรอบ 16 ทีมปิดฉากลง พร้อมมีการ “ยืนยันโปรแกรมรอบก่อนรองฯ” อย่างเป็นทางการ ซึ่งจุดนี้ความเข้มข้นจะพุ่งทันที เพราะเข้าสู่โหมดน็อกเอาต์เต็มตัว—พลาดครั้งเดียวร่วง ไม่มีคำว่าแก้ตัว
ยิ่งไปกว่านั้น รอบนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในรอบ 8 ทีมที่ “ชื่อชั้นแน่น” เพราะหลายชาติเป็นอดีตแชมป์ และมีตัวท็อประดับโลกอยู่ครบ ทำให้คอนเทนต์แนว จับสาย–ชี้จุดชี้ขาด–ดาวเด่น/ตัวเปลี่ยนเกม เล่นได้สนุกทุกคู่
8 ทีมสุดท้าย AFCON 2025 (ยืนยันแล้ว)
- โมร็อกโก
- แคเมอรูน
- เซเนกัล
- มาลี
- ไนจีเรีย
- แอลจีเรีย
- อียิปต์
- ไอวอรี่โคสต์
ตารางรอบก่อนรองชนะเลิศ (Quarter-finals) ยืนยันแล้ว
เวลาในข่าวส่วนใหญ่ระบุเป็น GMT — ผมใส่เวลาไทย (ICT = GMT+7) ให้ด้วยเพื่อเอาไปลงเว็บได้ง่าย
วันศุกร์ที่ 9 มกราคม 2026
- มาลี vs เซเนกัล — 16:00 GMT (23:00 น. เวลาไทย) | Tangier (Ibn Batouta Stadium)
- แคเมอรูน vs โมร็อกโก — 19:00 GMT (02:00 น. วันถัดไป เวลาไทย) | Rabat (Prince Moulay Abdellah Stadium)
วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2026
- แอลจีเรีย vs ไนจีเรีย — 16:00 GMT (23:00 น. เวลาไทย) | Marrakesh (Marrakesh Stadium)
- อียิปต์ vs ไอวอรี่โคสต์ — 19:00 GMT (02:00 น. วันถัดไป เวลาไทย) | Agadir (Adrar Stadium)
จับสายรอบรองฯ ใครชนใคร ถ้าผ่านรอบ 8 ทีม
ภาพรวมเส้นทางหลังจบรอบก่อนรองฯ จะถูกล็อกไว้แล้ว (วางสายแบบน็อกเอาต์) โดยรอบรองฯ แข่งวันที่ 14 มกราคม และไปเตะที่ Rabat / Tangier
- ผู้ชนะ มาลี–เซเนกัล จะไปเจอผู้ชนะ อียิปต์–ไอวอรี่โคสต์ ในรอบรองฯ
- ผู้ชนะ แอลจีเรีย–ไนจีเรีย จะไปเจอผู้ชนะ แคเมอรูน–โมร็อกโก ในรอบรองฯ
4 คู่เดือดรอบ 8 ทีม: จุดชี้ขาด + ตัวเปลี่ยนเกม (แบบหยิบไปทำบทความได้ทันที)
1) มาลี vs เซเนกัล — “ทีมไม่แพ้” ปะทะ “ทีมเกมรุกจัด”
- จุดชี้ขาด: มาลีขึ้นชื่อว่าเล่นเหนียวและพาเกมไปไกลได้แม้ไม่ได้หวือหวา ส่วนเซเนกัลมักชนะด้วยคุณภาพเกมรุกและจังหวะสุดท้าย
- ตัวเปลี่ยนเกมที่คนดูอยากเห็น: ฝั่งเซเนกัลมีสตาร์แนวรุกอย่าง ซาดิโอ มาเน่ ที่ช่วยยกระดับเกมใหญ่ได้เสมอ
2) แคเมอรูน vs โมร็อกโก — เจ้าภาพแบกความกดดัน เจองานหนักของจริง
- จุดชี้ขาด: โมร็อกโกเป็นเจ้าภาพและถูกคาดหวังสูง แต่แรงกดดันก็มหาศาล ขณะที่แคเมอรูนมาแนว “หนัก–แน่น–ปะทะ” พร้อมทำเกมเจ้าภาพเสียจังหวะ
- ตัวเปลี่ยนเกม: โมร็อกโกมีแข้งระดับท็อปอย่าง อัชราฟ ฮาคิมี่ และ บราฮิม ดิอาซ (ชื่อที่แฟนบอลจดจำได้ง่าย ทำคอนเทนต์ต่อยอดได้ดี)
3) แอลจีเรีย vs ไนจีเรีย — คู่ “ของแข็ง” ที่หลายคนมองว่ามีแววเป็นรอบชิงล่วงหน้า
- จุดชี้ขาด: ทั้งสองทีมถูกยกเป็นกลุ่มเต็ง และมีทรงบอลที่ “เอาเกมใหญ่ได้” ทำให้รายละเอียดเล็ก ๆ เช่นลูกตั้งเตะ/วินัยเกมรับ อาจเป็นตัวตัดสิน
- ตัวเปลี่ยนเกม: ไนจีเรียมีอาวุธชัดอย่าง วิคเตอร์ โอซิมเฮน ที่ทำให้เกมสวนกลับและการเข้าทำตรงกรอบอันตรายขึ้นทันที
4) อียิปต์ vs ไอวอรี่โคสต์ — เกมแห่งศักดิ์ศรี “ทีมแชมป์เก่า” vs “เจ้าของเกมรับวินัยสูง”
- จุดชี้ขาด: ไอวอรี่โคสต์มาในฐานะแชมป์เก่า และต้องผ่านเกมที่แรงเสียดทานสูงสุดเกมหนึ่งของรอบนี้ เพราะอียิปต์เป็นทีมที่เล่นทัวร์นาเมนต์เก่งและรับ-รอสวนได้มีเขี้ยว
- ตัวเปลี่ยนเกม: ฝั่งอียิปต์มี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ “จังหวะเดียวเปลี่ยนโมเมนตัม” ได้ ส่วนไอวอรี่โคสต์มีแกนกลางอย่าง แฟรงค์ เคสซิเย่ ที่คุมจังหวะและชนแดนกลางได้ทั้งเกม
สรุป: รอบนี้ “เกมเดียวชี้ชะตา” คอนเทนต์ต้องเน้นอะไร
รอบก่อนรองฯ คือช่วงที่เหมาะที่สุดในการทำคอนเทนต์แนว:
- จับสาย + สถานการณ์เข้ารอบ (ชนะแล้วไปชนใครต่อ)
- ชี้จุดชี้ขาดของแต่ละคู่ (ลูกตั้งเตะ/เกมรับ/การจบสกอร์/ความกดดันเจ้าภาพ)
- ดาวเด่น/ตัวเปลี่ยนเกม (สตาร์ที่คนอ่านรู้จัก + ดาวรุ่งที่น่าจับตา)
เพราะทุกคู่คือ “ห้ามพลาด” และผล 90 นาทีสามารถพลิกหน้าทัวร์นาเมนต์ได้ทันทีในคืนเดียว
