วันที่ข่าว: 12 มกราคม 2026
ที่มา: The FA
ศึก เอฟเอคัพ อังกฤษ 2025/26 เพิ่มดีกรีความคึกคักอีกขั้น เมื่อ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (The FA) ยืนยันรายละเอียดการ จับสลากรอบ 4 ที่จะมีขึ้น คืนวันจันทร์ที่ 12 มกราคม 2026 โดยเลือกจัดจาก สนามแอนฟิลด์ ก่อนเกมรอบ 3 นัดปิดท้ายระหว่าง ลิเวอร์พูล vs บาร์นสลีย์ ทำให้บรรยากาศยิ่ง “ได้อารมณ์บอลถ้วย” เพราะแฟนบอลจะได้รู้คู่ต่อสู้รอบถัดไปกันแบบสด ๆ แทบทันที
หลายทีมใหญ่ผ่านเข้ารอบไปแล้วและกำลังรอผลจับสลากว่าจะต้องเจอศึกหนักตั้งแต่ต้นหรือไม่ ขณะที่ทีมจากลีกล่างยังเหลืออยู่หลายราย ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้รอบนี้ถูกมองว่าเป็นช่วงเวลาแห่ง “โอกาสพลิกล็อก” และสร้างคู่ประกบที่คาดไม่ถึงได้เสมอ
เวลาเริ่มจับสลาก และช่องทางถ่ายทอดสด
The FA ระบุว่า รายการพรีแมตช์จะเริ่ม 18:30 น. (GMT) และการจับสลากจะเริ่มราว 18:35 น. (GMT) ก่อนเกมลิเวอร์พูล–บาร์นสลีย์ที่คิกออฟ 19:45 น. (GMT)
เพื่อให้แฟนบอลไทยตามได้ง่าย (ไทยเร็วกว่า GMT 7 ชั่วโมง)
- เริ่มรายการ: 01:30 น. (เวลาไทย)
- เริ่มจับสลาก: ประมาณ 01:35 น. (เวลาไทย)
- เริ่มแข่ง ลิเวอร์พูล–บาร์นสลีย์: 02:45 น. (เวลาไทย)
ช่องทางรับชมการจับสลาก ถ่ายทอดสดผ่าน
- TNT Sports 1
- discovery+
- TNT Sports YouTube
ใครเป็นผู้ทำหน้าที่จับสลาก
อีกสีสันที่ The FA คอนเฟิร์มคือ “คนจับสลาก” ซึ่งเป็นชื่อที่แฟนบอลคุ้นเคยบนเกาะอังกฤษ ได้แก่
สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ โจ โคล ที่จะขึ้นมาจับสลากต่อหน้าแฟนบอลในบรรยากาศแอนฟิลด์
แค่รายชื่อก็พอจะเดาได้ว่าภาพออกมาน่าจะเข้มขลังและเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย โดยเฉพาะหากมีคู่บิ๊กแมตช์หรือการประกบที่ชวน “เสียว” สำหรับทีมใหญ่โผล่ขึ้นมาในคืนเดียวกัน
ทำไมรอบ 4 ถึงถูกจับตาเป็นพิเศษ
เอฟเอคัพเป็นรายการที่ขึ้นชื่อเรื่อง “ความไม่แน่นอน” อยู่แล้ว แต่ รอบ 4 มักเป็นจุดที่ความเข้มข้นพุ่งขึ้น เพราะ
- ทีมใหญ่หลายทีมเริ่มเจอกันเองได้
- ทีมจากลีกล่างที่หลุดเข้ามา มักเล่นด้วยพลังใจและความกล้าแบบ “ไม่มีอะไรจะเสีย”
- ผู้จัดการทีมต้องตัดสินใจเรื่อง โรเตชัน ให้สมดุลระหว่างบอลถ้วยกับโปรแกรมลีกที่อัดแน่น
ดังนั้นผลจับสลากรอบนี้จึงมีผลต่อภาพรวมทั้ง “เส้นทางลุ้นแชมป์” และ “การบริหารทีม” โดยเฉพาะทีมที่ลุ้นหลายถ้วย เพราะคู่แข่งที่จับได้จะเป็นตัวกำหนดว่าต้องทุ่มแรงตั้งแต่ต้น หรือจะพอมีช่องให้พักตัวหลักได้บ้างในช่วงโปรแกรมหนัก
3 สถานการณ์ที่แฟนบอลลุ้นกันมากสุดในคืนจับสลาก
บิ๊กทีมชนกันเองตั้งแต่รอบ 4
นี่คือซีนที่คนดูรอ—ถ้าเกิดขึ้นจริงจะเป็นเกมเรตติ้งสูงทันที และทำให้ทีมหนึ่งต้องตกรอบเร็วแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งส่งผลต่อโมเมนตัมทั้งฤดูกาล
ทีมใหญ่เจอทีมรอง แต่เป็น “งานยาก”
บางครั้งชื่อชั้นดูเหมือนง่าย แต่การไปเยือนสนามเล็ก บรรยากาศอัดแน่น และสไตล์เกมที่เข้าปะทะหนัก อาจทำให้เกมกลายเป็นกับดักได้ โดยเฉพาะถ้าทีมใหญ่โรเตชันมากเกินไป
ทีมรองเจอทีมรอง เปิดทาง “ม้ามืด”
หากทีมจากลีกล่างจับสลากเจอกันเอง โอกาสที่จะเห็นทีมเซอร์ไพรส์ทะลุถึงรอบลึกจะสูงขึ้นทันที และนี่คือเสน่ห์ของเอฟเอคัพที่แฟนบอลรักที่สุด
จับสลากที่แอนฟิลด์ยิ่งเพิ่มความเดือดก่อนเกม
การเลือก แอนฟิลด์ เป็นสถานที่จัดจับสลาก ไม่ได้เป็นแค่เรื่องความสวยงามของฉากหลัง แต่ยังช่วยปั่นบรรยากาศให้ “เหมือนคืนบอลถ้วยจริง ๆ” เพราะหลังจับสลากเสร็จ เกมรอบ 3 นัดปิดท้ายก็จะเริ่มทันที
พูดง่าย ๆ คือ ลิเวอร์พูลกับบาร์นสลีย์จะรู้ข่าวรอบถัดไปในค่ำคืนเดียวกัน และแฟนบอลก็ได้ดูทั้งอารมณ์ “ลุ้นคู่แข่ง” ต่อด้วย “ลุ้นผลการแข่งขัน” แบบต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแพ็กความมันที่บอลถ้วยมอบให้เสมอ
สรุป
คืน 12 มกราคม 2026 แฟนบอลเตรียมลุ้นกันได้เลยกับ การจับสลากเอฟเอคัพรอบ 4 ถ่ายทอดสดจาก แอนฟิลด์ ก่อนเกม ลิเวอร์พูล–บาร์นสลีย์ โดยเริ่มจับสลากประมาณ 18:35 น. (GMT) / 01:35 น. (เวลาไทย) และรับชมได้ผ่าน TNT Sports 1, discovery+ และ TNT Sports YouTube
