วันที่: 14 มกราคม 2569
ที่มา: Chelsea FC

ก่อนเกมดาร์บีลอนดอนที่เดือดทุกครั้ง เชลซีปล่อยชุดข้อมูล “Key statistics and facts” เพื่อเพิ่มอุณหภูมิให้ศึกคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยย้ำชัดว่า เชลซีและอาร์เซนอลเจอกันในลีกคัพเป็นครั้งที่ 7 และนี่คือการดวลกันใน รอบรองฯ เป็นครั้งที่ 3 ของสองทีมในถ้วยนี้—แค่ได้ยินประโยคเดียวก็พอจะรู้ว่า “คู่นี้มีประวัติศาสตร์ให้หยิบมาเล่า” แบบยาว ๆ
เจอกันลีกคัพบ่อยจริง และเชลซีเคยคุมสถิติไว้ได้
จากสถิติที่เชลซีสรุปไว้ การพบกัน 6 ครั้งก่อนหน้านี้ในลีกคัพ เชลซี ชนะ 4 นัดจาก 6 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้เกมคืนนี้มีมิติพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นศึกแย่งตั๋วสู่เวมบลีย์แล้ว ยังเป็นเวทีที่เชลซีเคย “ทำได้ดี” เวลาเจออาร์เซนอลในรายการนี้
ไล่เรียงความทรงจำลีกคัพ: จากรอบสี่ สู่รอบชิง
เชลซีแจกแจงไทม์ไลน์ที่แฟนบอลเอาไปต่อยอดเป็น “ประวัติศาสตร์ย่อของคู่นี้ในลีกคัพ” ได้ทันที เช่น
- ปี 1997/98 เจอกันรอบรองฯ แบบเหย้า-เยือน (เชลซีแพ้นอกบ้านก่อน แล้วกลับมาชนะที่บ้าน)
- ปี 2006/07 คือภาพจำคลาสสิกในรอบชิง ที่เชลซีคว้าแชมป์เหนืออาร์เซนอล
- ปี 2017/18 คือครั้งล่าสุดที่ชนกันรอบรองฯ และเป็นอาร์เซนอลที่ผ่านเชลซีไปได้
แปลเป็นภาษาง่าย ๆ คือ “คู่นี้ไม่ได้เจอกันแค่ในลีก” แต่เคยเจอกันในเกมที่เดิมพันสูงระดับรอบรองฯ/รอบชิงมาแล้ว และประวัติศาสตร์ก็มีทั้งสุขและเจ็บสลับกันไป
สถิติรวมบอกความใหญ่ของดาร์บี: เจอกันมากที่สุดในประวัติศาสตร์เชลซี
อีกจุดที่ทำให้ข่าวนี้น่าสนใจสำหรับสายคอนเทนต์คือ เชลซียืนยันว่า อาร์เซนอลคือคู่แข่งที่เชลซีเจอมากที่สุดตลอดกาล (ทุกรายการ) รวม 212 นัด และเกมนี้จะเป็นการเจอกันที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ นัดที่ 99 ในทุกรายการด้วย
นี่คือชนิดของสถิติที่ “วางไว้ในย่อหน้าเปิด” ได้เลย เพราะมันช่วยปูว่าทำไมดาร์บีนี้ถึงมีน้ำหนักมากกว่าคำว่า “เกมใหญ่” แบบทั่วไป
แต่ฟอร์มช่วงหลังเจอปืนใหญ่: เชลซีไม่ได้ชนะง่าย ๆ
แม้สถิติลีกคัพจะดูเป็นใจ แต่เชลซีก็ยอมรับตรง ๆ ว่าในภาพรวมช่วงหลัง การดวลอาร์เซนอล “ไม่ง่าย” โดยระบุว่าเชลซี ชนะเพียง 1 จาก 13 นัดหลังสุด ที่เจอกันในทุกรายการนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2020
ยิ่งไปกว่านั้น เกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เชลซี ไม่ชนะอาร์เซนอลมา 6 นัดติด (เสมอ 3 แพ้ 3) และชัยชนะในบ้านครั้งล่าสุดย้อนไปถึงปี 2018
มุมนี้ทำให้บทความก่อนเกม “บาลานซ์” มากขึ้น: ลีกคัพเชลซีเคยคุมสถิติได้ดี แต่ความจริงปัจจุบันคืออาร์เซนอลเป็นคู่แข่งที่ทำให้เชลซีลำบากบ่อยครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
เป้าหมายคืนนี้ชัด: ชิงความได้เปรียบก่อนนัดสอง
เชลซียังปูบริบทของรอบรองฯ ให้ชัดว่า ผู้ชนะจากคู่นี้จะได้ไปชิงแชมป์กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ นิวคาสเซิล ที่อยู่อีกสายหนึ่ง
นั่นทำให้ “นัดแรก” สำคัญมากในเชิงจิตวิทยาและแท็กติก—เพราะเกมระดับรอบรองฯ การได้ผลลัพธ์ที่ดีตั้งแต่นัดแรก เท่ากับกุมความได้เปรียบก่อนกลับไปตัดสินในนัดสอง
เกร็ดฝั่งเชลซี: รอบรองฯ ลีกคัพเป็นเวทีถนัด
เชลซีชี้ว่าทีมมีประสบการณ์ในรอบตัดเชือกค่อนข้างสูง โดยพวกเขา ผ่านเข้าชิงลีกคัพได้ 10 จาก 16 ครั้งหลังสุดที่มาถึงรอบรองฯ และกำลังลุ้นไปให้ถึง “รอบชิงครั้งที่ 11” ของสโมสรในรายการนี้
พร้อมกันนั้น เชลซียังย้ำว่าทีมคว้าแชมป์ลีกคัพมาแล้ว 5 ครั้ง (ครั้งล่าสุดปี 2015) และมีเพียงไม่กี่สโมสรที่คว้าแชมป์รายการนี้มากกว่าพวกเขา
สรุป: ดาร์บีคืนนี้มีมากกว่าแค่ชื่อทีม
“Key facts” ของเชลซีทำให้ดาร์บีลอนดอนคืนนี้มีรสชาติครบ:
- เจอกันในลีกคัพบ่อย และนี่คือการชนกันรอบรองฯ ครั้งที่ 3
- สถิติลีคัพเชลซีดูดี แต่ฟอร์มทุกรายการช่วงหลังอาร์เซนอลทำเชลซีเหนื่อย
- เดิมพันคือความได้เปรียบก่อนนัดสอง และเส้นทางสู่เวมบลีย์อยู่แค่เอื้อม
คืนวันแข่งจึงไม่ใช่แค่ “เกมใหญ่” แต่มันคือเกมที่มีบริบทจากอดีตของรายการนี้เข้ามาปรุงให้เดือดขึ้น—และแฟนบอลคู่นี้ก็น่าจะหยิบเรื่องเดิม ๆ มาคุยกันได้ยาวเหมือนทุกครั้ง
