BREAKING

วันที่: 14-01-2569
ที่มา: Premier League

หนึ่งในรายละเอียดที่แฟนบอลต้องรู้คือ เอฟเอคัพรอบ 4 จะไม่มีรีเพลย์ หากเสมอใน 90 นาทีจะเข้าสู่ช่วงต่อเวลา และหากยังเสมอจะตัดสินด้วยการดวลจุดโทษทันที ซึ่งเพิ่มระดับความกดดันของเกม และทำให้ “ทีมใหญ่พลาดไม่ได้” มากกว่าเดิม 

กติกา “ไม่มีรีเพลย์” รอบ 4 คืออะไร?

ในอดีต หากเกมเอฟเอคัพจบเสมอภายใน 90 นาที หลายรอบจะมีการ รีเพลย์ (เตะใหม่) เพื่อหาผู้ชนะ แต่ในฤดูกาลหลัง ๆ เอฟเอคัพเริ่มปรับรูปแบบให้กระชับขึ้น และสำหรับ รอบ 4 ได้ยืนยันชัดเจนว่า

  • เสมอครบ 90 นาที ➝ ต่อเวลาพิเศษ (Extra Time)
  • หากยังเสมอ ➝ ดวลจุดโทษ (Penalty Shootout) ทันที 

ผลลัพธ์คือ “เกมนัดเดียวรู้เรื่อง” ทำให้ทุกทีมต้องเล่นแบบรัดกุมกว่าเดิม โดยเฉพาะช่วงท้ายเกมที่ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจเปลี่ยนเส้นทางทั้งฤดูกาลได้ทันที

ทำไมถึงยกเลิกรีเพลย์? เหตุผลหลักคือ “ตารางแน่นเกินไป”

The FA ระบุว่าการขยายรูปแบบ “ไร้รีเพลย์” ครอบคลุมตั้งแต่รอบแรกของรอบหลัก (Competition Proper) เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปฏิทินการแข่งขัน เพื่อรับมือความหนาแน่นที่เกิดจากรายการยุโรปที่ขยายตัว และเพื่อทำให้เอฟเอคัพวางโปรแกรมแบบสุดสัปดาห์ได้ชัดเจนขึ้น 

พูดง่าย ๆ คือ ลดเกมที่ “เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น” (จากรีเพลย์) เพื่อคุมภาระนักเตะและทำให้โปรแกรมลีก/ถ้วยอื่นเดินได้ลื่นกว่าเดิม

ผลกระทบที่เห็นชัด: ทีมใหญ่กดดันขึ้น ทีมเล็กก็ “มีโอกาส” มากขึ้น

1) ทีมใหญ่พลาดไม่ได้จริง

เมื่อไม่มีรีเพลย์ “ช่องแก้ตัว” หายไป เกมที่เคยคิดว่าเสมอแล้วค่อยไปจบที่บ้านในนัดรีเพลย์ กลายเป็นต้องปิดงานให้ได้ภายใน 120 นาที หรือเสี่ยงวัดดวงที่จุดโทษทันที

  • ถ้าโรเตชันเยอะเกินไป = เสี่ยงโดนลากถึงดวลจุดโทษ
  • ถ้าต่อเวลา = ภาระร่างกายเพิ่ม กระทบเกมลีกนัดถัดไปทันที

2) ทีมเล็ก/รองมี “อาวุธใหม่”

การเจอกับทีมใหญ่ในบอลถ้วย สิ่งที่ทีมเล็กมักหวังคือ “ยื้อให้ได้” แล้วรอจังหวะเซ็ตพีซหรือเกมสวนกลับ
พอไม่มีรีเพลย์ แผนนี้ยิ่งชัดเจนขึ้น เพราะยื้อถึงต่อเวลา = โอกาสทำเซอร์ไพรส์สูงขึ้น และถ้าลากไปถึงจุดโทษ…อะไรก็เกิดได้ในคืนเดียว

เชิงแท็กติก: โค้ชต้องคิด “เกมยาว” ตั้งแต่นาทีแรก

กติกาใหม่นี้ส่งผลต่อการวางหมากแบบชัด ๆ โดยเฉพาะใน 3 จุดหลัก

(ก) การจัดตัวจริงและการโรเตชัน
ทีมใหญ่จะชั่งน้ำหนักมากขึ้นว่าจะ “พักตัวหลัก” ได้แค่ไหน เพราะเกมที่ยื้อไปต่อเวลาอาจกลายเป็นดาบสองคม

(ข) การเปลี่ยนตัวและบริหารพลังงาน
เมื่อมีความเป็นไปได้สูงที่จะเล่นเกิน 90 นาที การเปลี่ยนตัวต้องคำนวณทั้งเรื่องความสด ความเร็ว และ “ตัวเตะจุดโทษ” เผื่อไว้ล่วงหน้า

(ค) สภาพจิตใจช่วงท้ายเกม
ช่วงนาที 70–90 จะเป็นจุดที่ทีมเริ่มเลือกแล้วว่า “จะปิดเกม” หรือ “จะเซฟแล้วไปวัดต่อเวลา/จุดโทษ” ซึ่งทำให้เกมหลายคู่ยิ่งตึงและเข้มข้นกว่าเดิม

แฟนบอลควรรู้อะไรเพิ่มก่อนดูรอบ 4?

  • ถ้าเสมอใน 90 นาที อย่าเพิ่งปิดจอ เพราะยังมีต่อเวลาและอาจไปถึงจุดโทษทันที
  • เกมที่เป็นรองมัก “ยื้อแบบมีแผน” มากขึ้น ทำให้รูปเกมอาจอึดอัด แต่ลุ้นหนักช่วงท้าย
  • ทีมใหญ่ที่เน้นถ้วยนี้ จะพยายามยิงให้ได้ก่อนเข้าช่วง 90 นาที เพราะต่อเวลา = ภาระเพิ่มต่อโปรแกรมทันที 

สรุป

การยืนยันว่า เอฟเอคัพรอบ 4 ไม่มีรีเพลย์ และหากเสมอจะ ต่อเวลา + จุดโทษทันที ทำให้บอลถ้วยเก่าแก่ที่สุดของอังกฤษยิ่งเข้มข้นกว่าเดิม ทั้งในมุมความกดดันของทีมใหญ่ และโอกาสสร้างเทพนิยายของทีมรองหรือทีมเล็กที่พร้อมสู้แบบ “นัดเดียวรู้เรื่อง”