ที่มา: Reuters
วันที่ข่าว: 20-01-69
ไอน์ทรัค แฟรงก์เฟิร์ตประกาศปลด ดิโน ท็อปป์เมิลเลอร์ ออกจากตำแหน่งเฮดโค้ช หลังเจอช่วงผลงานย่ำแย่และมีปัญหาเกมรับต่อเนื่อง ทำให้สโมสรต้องขยับแก้สถานการณ์แบบเร่งด่วน โดยสโมสรระบุว่าการตัดสินใจเกิดจากการประเมินผลงานในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงเกมช่วงต้นปี 2026 ที่ทำให้ภาพรวมทีม “ไม่เป็นไปตามเป้า”
แม้ท็อปป์เมิลเลอร์จะเข้ามาคุมทีมตั้งแต่ปี 2023 และเพิ่งมีการขยายสัญญาไปถึงช่วงกลางปี 2028 แต่แนวโน้มฟอร์มที่แกว่ง โดยเฉพาะเกมรับที่เสียประตูง่าย ทำให้บอร์ดบริหารมองว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนเพื่อหยุดความเสียหายและพาทีมกลับเข้ารูปเข้ารอย
จุดแตกหัก: เกมรับหลุดบ่อย จนแต้มหลุดมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า
รายงานระบุว่า “ปัญหาเกมรับ” คือประเด็นหลักที่ทำให้แฟรงก์เฟิร์ตตัดสินใจเปลี่ยนแปลง เพราะทีมเสียประตูแบบหลีกเลี่ยงได้ในหลายเกมติดต่อกัน และส่งผลโดยตรงต่อคะแนนในลีกช่วงสำคัญของฤดูกาล
หนึ่งในเกมที่ถูกพูดถึงมากคือเกมลีกที่แฟรงก์เฟิร์ตทำได้เพียงบุกเสมอ แวร์เดอร์ เบรเมน 3-3 ซึ่งถูกมองว่าเป็น “สัญญาณเตือนขั้นรุนแรง” จากการคุมเกมไม่ได้ในช่วงเวลาที่ควรปิดจ๊อบ
มีประชุมฉุกเฉิน ก่อนบทสรุป “ต้องเปลี่ยน”
สื่อในเยอรมนีรายงานว่าหลังเกมดังกล่าว สโมสรมีการประชุมฉุกเฉินเพื่อหารืออนาคตของกุนซือ และสุดท้ายจบลงที่การแยกทางอย่างเป็นทางการ โดยฝ่ายบริหารด้านกีฬาย้ำแนวคิดว่า ผลงานลักษณะเดิม ๆ เกิดขึ้นซ้ำ และทีม “ไม่สามารถปล่อยให้สถานการณ์ลากยาวต่อไป”
ภาพรวมจึงชัดเจนว่าไม่ใช่แค่ผลการแข่งขันนัดเดียว แต่เป็นการสะสมของปัญหาในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งถูกมองว่าเริ่มกระทบทั้งความมั่นใจของทีมและเป้าหมายในฤดูกาลนี้
เสียงจากสโมสรและท็อปป์เมิลเลอร์: จบด้วยความผิดหวังแต่ยอมรับการตัดสินใจ
รายงานของ Reuters ระบุว่า แฟรงก์เฟิร์ตชี้การปลดเกิดจาก “การวิเคราะห์ผลงานของทีมในช่วงหลายสัปดาห์” และรวมถึงเกม 3 นัดแรกของปี 2026 ด้วย
ขณะที่ท็อปป์เมิลเลอร์ยอมรับความผิดหวัง โดยกล่าวว่าอยากทำงานกับทีมต่อและเผชิญความท้าทายข้างหน้า แต่ก็ “ยอมรับการตัดสินใจของสโมสร” พร้อมอวยพรให้ทีมก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปสู่ความสำเร็จ
สถานการณ์ในลีก: อยู่อันดับ 7 แต่เป้าหมายสูงกว่านั้น
แม้แฟรงก์เฟิร์ตจะอยู่ อันดับ 7 ในบุนเดสลีกาตามรายงาน แต่สโมสรต้องการความนิ่งมากกว่านี้ โดยเฉพาะเมื่อการแข่งขันแย่งพื้นที่ยุโรปมักตัดสินกันที่ “ความสม่ำเสมอ” และการเก็บแต้มจากเกมที่ควรชนะ
การเปลี่ยนโค้ชในช่วงนี้จึงเหมือนการกดปุ่มรีเซ็ต เพื่อกลับไปตั้งหลักใหม่ทั้งเรื่องโครงสร้างเกมรับ ความชัดเจนในแท็กติก และการจัดการเกมในช่วงท้ายที่เคยเป็นจุดหลุดบ่อยครั้ง
สิ่งที่แฟรงก์เฟิร์ตต้องทำต่อจากนี้
หลังการปลดกุนซือ โจทย์ใหญ่ของแฟรงก์เฟิร์ตมี 3 ข้อหลัก ๆ ที่ต้องเร่งจัดการ
- หากุนซือคนใหม่ให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างทิศทางเดียวกันทั้งทีม
- ซ่อมเกมรับแบบเร่งด่วน ลดความผิดพลาดที่ทำให้เสียประตูง่าย
- เรียกความมั่นใจกลับมา เพราะช่วงเปลี่ยนผ่านมักกระทบสภาพจิตใจนักเตะ
การตัดสินใจครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ “เปลี่ยนตัวคนคุมทีม” แต่เป็นการส่งสัญญาณว่าบอร์ดบริหารต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในสนามแบบจับต้องได้ทันที
สรุป
แฟรงก์เฟิร์ตเดินหน้าปลด ดิโน ท็อปป์เมิลเลอร์ หลังประเมินแล้วว่าฟอร์มช่วงหลังและปัญหาเกมรับทำให้ทีมเสียแต้มต่อเนื่อง โดยมีเกมเสมอเบรเมน 3-3 และการประชุมฉุกเฉินเป็นจุดเร่งให้เกิดบทสรุปครั้งนี้
จากนี้คือช่วงชี้ชะตาว่า “การเปลี่ยนแปลง” จะช่วยหยุดเลือดไหลและพาทีมกลับสู่เส้นทางลุ้นพื้นที่ยุโรปได้เร็วแค่ไหน
