BREAKING

วันที่แข่งขัน: 21 มกราคม 2569
สนาม: เอสตาดิโอ เด ลา เซรามิกา
รายการ: ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก (ลีกเฟส)
ที่มา: Reuters

อีกหนึ่งเกมดราม่าของค่ำคืนยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เมื่อ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ได้ประตูชัยช่วงท้ายเกม บุกเฉือน บียาร์เรอัล 2-1 แบบ “หัวใจจะวาย” จากการจบสกอร์นาที 90 ของตัวสำรอง โอลิเวอร์ เอ็ดวาร์ดเซน ช่วยให้ทีมเก็บสามแต้มที่มีความหมายมากที่สุดในช่วงเวลาที่ฟอร์มในถ้วยยุโรปกำลังถูกกดดันหนัก 

ชัยชนะนัดนี้ไม่ใช่แค่สามคะแนนธรรมดา แต่คือการ “ต่อชีวิต” ในการลุ้นติด ท็อป 24 เพื่อไปต่อในเส้นทางรอบน็อกเอาต์ ก่อนเข้าสู่เกมสุดท้ายของลีกเฟสที่ทุกแต้มมีผลต่อชะตาทั้งฤดูกาล 


ภาพรวมเกม: จากตามหลังสู่แซงชนะใน 30 นาทีสุดท้าย

บียาร์เรอัลในฐานะเจ้าบ้านพยายามคุมเกมด้วยจังหวะขึ้นเกมที่รัดกุม และใช้ความได้เปรียบในแดนกลางเพื่อบีบอาแจ็กซ์ให้เล่นยาก แต่ฝั่งทีมเยือนยังประคองตัวเองได้ดี รอจังหวะเปลี่ยนเกมจากลูกตั้งเตะและการเติมเกมริมเส้น

เกมมาถึงจุดเปลี่ยนในครึ่งหลัง เมื่อบียาร์เรอัลขึ้นนำก่อน ทำให้บรรยากาศในสนามเหมือนเกมกำลังจะเข้าทางเจ้าถิ่นเต็มตัว…แต่สิ่งที่ตามมาคือการตอบโต้ของอาแจ็กซ์ที่ “นิ่งพอ” และ “คมพอ” ในช่วงเวลาสำคัญ 


ไทม์ไลน์ประตู: นำก่อน-ตีเสมอ-ปิดกล่องนาที 90

  • นาที 49 บียาร์เรอัล 1-0 : เจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำจาก ทานี โอลูวาเซยี ทำให้เกมเอนมาทางบียาร์เรอัลอย่างชัดเจน 
  • นาที 61 อาแจ็กซ์ 1-1 : อาแจ็กซ์ไม่ปล่อยให้เกมไหลหนี ตีเสมอจาก ออสการ์ กลูคห์ ที่ยิงฟรีคิกเปลี่ยนโมเมนตัมทันที 
  • นาที 90 อาแจ็กซ์ 2-1 : ไฮไลต์ของคืน—ตัวสำรอง โอลิเวอร์ เอ็ดวาร์ดเซน จบสกอร์จากจังหวะ “คัตแบ็ก” ที่ อันตอน กาเอล แบ็กเติมสูงตบเข้ากลาง ก่อนเอ็ดวาร์ดเซนยิงปิดเกมให้ทีมเยือนเฮลั่น 

จังหวะสุดท้ายนี้สะท้อนชัดว่าอาแจ็กซ์ “เชื่อในเกมของตัวเองจนวินาทีสุดท้าย” และการส่งตัวสำรองลงมาก็ให้ผลแบบจับต้องได้ทันที


จุดเปลี่ยนเกม: ฟรีคิกตีเสมอ + การเติมจากฟูลแบ็กที่กลายเป็นแอสซิสต์ทอง

ถ้าจะเลือก 2 เหตุการณ์ที่เปลี่ยนภาพทั้งเกม ต้องให้กับ

  1. ฟรีคิกของกลูคห์ (นาที 61)
    ประตูนี้ไม่ได้แค่ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากัน แต่ทำให้บียาร์เรอัลที่กำลังได้ใจ “ชะงัก” และต้องกลับมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ในแผนการเล่น 
  2. การเติมเกมของกาเอล + การจบสกอร์ของเอ็ดวาร์ดเซน (นาที 90)
    ภาพนี้คือสูตรสำเร็จของทีมที่ต้องการแต้ม—กล้าเติม กล้าตัดสินใจ และคมในจังหวะสุดท้าย โดยเฉพาะการ “ตบเข้ากลาง” ที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพ ก่อนตัวสำรองเข้ามาปิดงานแบบไม่ลังเล 

ผลลัพธ์ต่อการลุ้นเข้ารอบ: อาแจ็กซ์กลับมามีลมหายใจเต็มปอด

ตามรายงาน Reuters ชัยชนะนัดนี้ถือเป็น การชนะ 2 เกมติด ของอาแจ็กซ์ หลังจากที่พวกเขา แพ้มา 5 นัดรวด ในช่วงเริ่มต้นรายการ ทำให้สถานการณ์จากที่แทบไม่มีทางกลับ กลายเป็น “ยังมีโอกาส” หากปิดงานได้ในเกมสุดท้าย 

เกมถัดไปของอาแจ็กซ์คือการเปิดบ้านพบ โอลิมเปียกอส ซึ่งจะเป็น “นัดชี้ชะตา” ในการไต่อันดับให้เข้าโซนท็อป 24 ให้ได้ 

ขณะที่ฝั่งบียาร์เรอัล ผลการแข่งขันนี้ทำให้สถานการณ์ในยุโรปจบลงแบบเจ็บปวด—Reuters ระบุว่าเจ้าบ้านมีเพียง 1 แต้ม และ ตกรอบแน่นอน แม้ผลงานในลีกจะอยู่ในระดับสูง (ถึงขั้นรั้งอันดับ 3 ของลาลีกาในช่วงเวลานั้น) 


สรุปหลังเกม

อาแจ็กซ์พิสูจน์ให้เห็นว่า “เกมยุโรปยังไม่จบจนกว่านกหวีดจะดัง” จากวันที่เคยไร้แต้มและถูกกดดันหนัก สู่คืนที่ได้ประตูชัยนาที 90 บุกเชือดบียาร์เรอัล 2-1 พร้อมต่อชีวิตลุ้นเข้ารอบแบบมีความหวังอีกครั้ง

ต่อจากนี้ทุกอย่างจะไปวัดกันที่นัดสุดท้าย เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ทีมใหญ่ต้องแสดงความนิ่งและความคม—และถ้าอาแจ็กซ์ยังรักษาโมเมนตัมแบบคืนนี้ได้ โอกาส “พลิกชะตา” ให้ไปต่อก็ไม่ได้ไกลเกินเอื้อม