BREAKING

วันที่ข่าว: 26 มกราคม 2569
วันที่แข่งขัน: 24 มกราคม 2569
สนาม: ไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม
ที่มาไฮไลท์:  The Guardian

ภาพรวมการแข่งขัน

บอร์นมัธสร้างหนึ่งในเกมที่ดราม่าที่สุดของสัปดาห์ หลังเปิดบ้านเฉือนลิเวอร์พูล 3-2 ด้วยประตูช่วงทดเจ็บ “วินาทีสุดท้ายของเกม” จาก อามีน อัดลี ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่กี่นาที ลิเวอร์พูลเพิ่งฮึดไล่ตีเสมอ 2-2 จากฟรีคิกสุดสวยของ โดมินิก ซโบสไล

เกมนี้สะท้อนภาพชัดว่า บอร์นมัธไม่ใช่ทีมที่ “ยอมรับบทเป็นรอง” พวกเขาเพรสซิ่งจัด วัดใจจังหวะสอง และเล่นในกรอบเกมของตัวเองได้ดี โดยเฉพาะช่วงครึ่งแรกที่ทำให้ลิเวอร์พูลเสียทรงจนตามหลังถึงสองประตู ก่อนที่หงส์แดงจะรวบรวมสติกลับมาไล่คืน แต่สุดท้ายกลับพลาดในลูกเดียวที่ไม่ควรพลาดที่สุด

ไฮไลท์สำคัญ

  • บอร์นมัธออกตัวแรงและได้รางวัลจากความกล้า เล่นตรงและเร็ว ทำให้แนวรับลิเวอร์พูลต้องถอยลึกและผิดพลาดง่าย
  • ลิเวอร์พูลเริ่มตั้งเกมได้มากขึ้นหลังผ่านช่วงกดดัน และตีตื้นก่อนพักครึ่ง ทำให้โมเมนตัมเริ่มเปลี่ยนฝั่ง
  • ช่วงท้ายเกม ซโบสไลปั่นฟรีคิกตีเสมอ 2-2 จุดไฟความหวังให้แฟนหงส์แดงเต็มสนาม
  • แต่ในช่วงทดเจ็บ บอร์นมัธใช้ความได้เปรียบจากบอลทุ่ม/บอลยาวสร้างความโกลาหลหน้าปากประตู ก่อนอัดลีปิดบัญชีแบบ “ลูกสุดท้ายของเกม”

จุดเปลี่ยนเกม

จุดเปลี่ยนที่แท้จริงไม่ใช่แค่ประตูตีเสมอของซโบสไล แต่คือ “หลังจากตีเสมอแล้ว ลิเวอร์พูลคุมเกมไม่อยู่”

หลายทีมพอไล่กลับมาได้ มักเลือกปิดความเสี่ยงเก็บแต้มเป็นอย่างน้อย แต่เกมนี้ลิเวอร์พูลยังเปิดหน้าในบางจังหวะ และที่สำคัญคือรับมือสถานการณ์ลูกตั้งเตะ/บอลทุ่มไกลในช่วงท้ายได้ไม่เด็ดขาดพอ การปล่อยให้เกิดจังหวะชุลมุนหน้าเขตโทษหลายครั้งติด ๆ กัน คือสัญญาณเตือนที่ไม่ได้ถูกแก้ทันเวลา สุดท้ายโดนลงโทษในวินาทีที่เหลือ “แค่ครั้งเดียว”

ผู้เล่นเด่น

อามีน อัดลี (บอร์นมัธ)
ฮีโร่ตัวจริงของคืนดราม่า ไม่ได้เด่นแค่ประตูชัย แต่การขยับหาพื้นที่และความกล้าที่จะวิ่งเข้าจุดเสี่ยงในกรอบเขตโทษ เป็นเหตุผลที่ทำให้บอร์นมัธมี “คนพร้อมจบสกอร์” ตอนบอลแตกอยู่ตลอด

โดมินิก ซโบสไล (ลิเวอร์พูล)
ฟรีคิกตีเสมอคือคุณภาพระดับเปลี่ยนเกม ช่วงที่ลิเวอร์พูลต้องการความคมและความนิ่ง เขาคือคนที่พาทีมกลับมาอยู่ในเกมได้อีกครั้ง

แนวรับบอร์นมัธ (ภาพรวมทีม)
เกมนี้บอร์นมัธไม่ได้ชนะเพราะหวังสวนอย่างเดียว แต่ชนะเพราะ “วินัยตอนตั้งรับ” และการยืนตำแหน่งรับมือช่วงลิเวอร์พูลโหมหนักได้ดีพอจะพาทีมอยู่รอดจนถึงจังหวะปิดบัญชี

แท็กติก

บอร์นมัธวางแผนชัดเจน:

  • เพรสซิ่งและบีบให้ลิเวอร์พูลเล่นยากในโซนกลาง
  • เวลาตัดบอลได้ เน้นเปลี่ยนจังหวะเร็ว เล่นบอลตรงเข้าพื้นที่อันตราย ไม่ปล่อยให้ลิเวอร์พูลตั้งรูปเกมรับง่าย ๆ
  • ช่วงท้ายเกม เน้นโจมตีด้วยลูกตั้งเตะ/บอลทุ่มไกลและจังหวะสอง ซึ่งเป็นอาวุธที่ทำให้แนวรับคู่แข่งหลุดสมาธิได้ง่ายที่สุด

ฝั่งลิเวอร์พูล จุดที่น่าห่วงคือ “การป้องกันช่วงเปลี่ยนจังหวะ” และความละเอียดในนาทีสำคัญ ต่อให้มีคุณภาพพอตีเสมอได้ แต่ถ้าปิดเกมไม่ลงหรือคุมความเสี่ยงไม่อยู่ เกมแบบนี้พร้อมหลุดมือได้เสมอ

สรุปหลังเกม

ลิเวอร์พูลเหมือนได้แต้มอยู่ในมือ หลังซโบสไลยิงฟรีคิกตีเสมอ 2-2 แต่กลับปล่อยให้บอร์นมัธมีโอกาสสร้างความวุ่นวายช่วงทดเจ็บ และโดน อามีน อัดลี ซัดประตูชัยแบบ “วินาทีสุดท้าย” จบเกมด้วยความช็อกของหงส์แดง

ผลนี้ทำให้การลุ้นพื้นที่หัวตารางของลิเวอร์พูลสะดุดอย่างเจ็บปวด ขณะที่บอร์นมัธได้ชัยชนะที่เพิ่มความมั่นใจมหาศาล—ไม่ใช่แค่เพราะ 3 แต้ม แต่เพราะพวกเขาพิสูจน์ว่า “สู้กับทีมใหญ่ได้ด้วยแผนและความกล้า” จนถึงนาทีสุดท้ายจริง ๆ