BREAKING

ที่มา: premierleague

วันที่แข่งขัน: 26-01-2569
รายการ: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2025/26
สนาม: Gtech Community Stadium

น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์เก็บสามแต้มแบบ “ทองคำ” ด้วยการบุกชนะเบรนท์ฟอร์ด 2-0 จากประตูของ อิกอร์ เชซุส และ ไตโว อาโวนิยี ช่วยให้ช่องว่างเหนือโซนตกชั้นขยับเพิ่มเป็น 5 แต้มตามรายงานการแข่งขันอย่างเป็นทางการของพรีเมียร์ลีก ขณะที่ฝั่งเจ้าบ้านต้องหยุดโมเมนตัมในช่วงที่กำลังค่อย ๆ ไต่อันดับลุ้นพื้นที่สูงแบบเงียบ ๆ

เกมนี้เป็นภาพสะท้อนความต่างของ “แรงกดดัน” กับ “ความเฉียบคม” ได้ชัดเจน เบรนท์ฟอร์ดครองบอลเยอะกว่า มีช่วงที่บุกกดต่อเนื่อง แต่ฟอเรสต์เป็นฝ่ายปักหมุดช่วงเวลาสำคัญได้ตรงจุด—ยิงขึ้นนำเร็ว แล้วคุมจังหวะเกมด้วยวินัย ก่อนปิดกล่องด้วยประตูที่สองในครึ่งหลัง จบงานแบบไม่ต้องลุ้นจนวินาทีสุดท้าย

ภาพรวมการแข่งขัน

เบรนท์ฟอร์ดเปิดเกมด้วยความมั่นใจตามสไตล์ทีมที่เล่นในบ้านได้แข็งแรง พยายามใช้การหมุนบอลและโยกแนวรับให้เสียทรง แล้วหาช่องจบจากพื้นที่ริมกรอบเขตโทษ แต่ฟอเรสต์ไม่ปล่อยให้เกมไหลไปตามภาพนั้นนานนัก เพราะเลือก “บีบเป็นจังหวะ” ไม่ไล่เพรสมั่ว และรอวาระสวนกลับที่มีคุณภาพ

จุดที่ทำให้ฟอเรสต์ได้เปรียบคือการจัดระเบียบเกมรับ แผงหลังยืนลึกพอให้ป้องกันพื้นที่อันตรายหน้ากรอบ แต่ก็ไม่ถอยจนโดนบุกย้ำซ้ำ ๆ จนเสียรูป ขณะที่แดนกลางทำงานหนักกับการตัดบอลจังหวะสอง ทำให้เบรนท์ฟอร์ดต้องวนบอลใหม่หลายครั้ง และเมื่อโอกาสยิงไม่จะแจ้งพอ ความกดดันก็ย้อนกลับมาหาเจ้าบ้านเอง

ไฮไลท์สำคัญ

  • นาที 12: ฟอเรสต์ขึ้นนำ 1-0 จาก อิกอร์ เชซุส เปลี่ยนโมเมนตัมทั้งสนามทันที ประตูเร็วแบบนี้ทำให้ “แผนของทีมหนีตกชั้น” ทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะหลังจากนั้นฟอเรสต์สามารถเลือกจังหวะเล่น ไม่ต้องเปิดหน้าแลก
  • ครึ่งหลัง เบรนท์ฟอร์ดพยายามเร่งสปีดเกม หวังตีเสมอให้เร็วที่สุด มีจังหวะกดดันต่อเนื่องและได้ลูกตั้งเตะพอสมควร แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่คมพอ ทั้งการเข้าชาร์จและการยิงจังหวะแรก
  • นาที 79: ฟอเรสต์ได้ประตูตอกฝาโลง 2-0 จาก ไตโว อาโวนิยี เป็นช็อตที่ช่วยลดความเสี่ยงช่วงท้ายเกม และทำให้สามแต้มครั้งนี้ “นิ่ง” ขึ้นทันตา

จุดเปลี่ยนเกม

จุดเปลี่ยนของเกมไม่ใช่แค่ “ประตูแรก” แต่คือสิ่งที่เกิดหลังจากนั้น ฟอเรสต์ไม่แตกตื่น ไม่รีบถอยลึกแบบเสียสมดุล และไม่พยายามครองบอลฝืนสไตล์ตัวเอง กลับกัน พวกเขาเลือกยืนเป็นบล็อกที่ชัดเจน—ปล่อยให้เบรนท์ฟอร์ดครองบอลในพื้นที่ที่ไม่อันตราย แล้วค่อยบีบเมื่อบอลไหลเข้าช่องกลาง

อีกมุมหนึ่ง เบรนท์ฟอร์ดเจอปัญหาเกมรุกที่ต้องการ “ความแม่นยำ” มากกว่าปริมาณการบุก เมื่อเปิดบอลเข้าเขตโทษได้ แต่การเข้าทำขั้นสุดท้ายยังขาดความเด็ดขาด ขณะที่ฟอเรสต์อ่านทางบอลได้ดีและชนะการดวลหลายจังหวะ ทำให้โอกาสทองที่ควรจะเป็นประตูตีเสมอไม่เกิดขึ้น

ผู้เล่นเด่น

อิกอร์ เชซุส คือคนที่เปลี่ยนเกมตั้งแต่ต้น ครึ่งแรกฟอเรสต์ไม่ได้มีโอกาสเยอะ แต่เมื่อได้จังหวะที่ใช่ เขาเปลี่ยนเป็นประตูได้ทันที และนั่นคือความต่างระหว่างทีมที่ “เอาตัวรอด” กับทีมที่ “ครองเกมแต่ไร้ผลลัพธ์”

ไตโว อาโวนิยี ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะประตูที่สองคือการปิดแมตช์อย่างแท้จริง ช่วงเวลานั้นเบรนท์ฟอร์ดกำลังพยายามใส่สุดเพื่อทวงประตู การโดนสวนแล้วเสียลูกที่สองเท่ากับโดนตัดกำลังใจ และทำให้แผนไล่บี้ช่วงท้ายพังทันที

ส่วนฝั่งเกมรับ ฟอเรสต์ได้เครดิตจากการคุมพื้นที่ในกรอบเขตโทษ การยืนตำแหน่ง และการช่วยกันบล็อกจังหวะยิงหลายครั้ง ซึ่งเป็นรายละเอียดที่มักชี้ชะตาคะแนนในเกมหนีตกชั้น

แท็กติก

รูปเกมสะท้อนแท็กติกแบบ “คุมความเสี่ยง” ของฟอเรสต์อย่างชัดเจน:

  • ตั้งบล็อกเกมรับเป็นชั้น ๆ ไม่หลุดตำแหน่งง่าย
  • ให้ความสำคัญกับพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษ มากกว่าการไล่แย่งบอลสูงแบบเสี่ยงโดนแทงทะลุ
  • เมื่อได้บอล เลือกสวนกลับแบบมีเป้าหมาย ไม่รีบเปิดบอลทิ้ง และพยายามพาบอลขึ้นเป็นชุดเพื่อซื้อเวลาและพาทีมขึ้นมาหายใจ

ขณะที่เบรนท์ฟอร์ดพยายามใช้การโจมตีจากด้านข้างและการเติมเกมของวิง/ฟูลแบ็กเพื่อเพิ่มจำนวนคนในพื้นที่สุดท้าย แต่เมื่อเกมไม่เป็นใจตั้งแต่เสียประตูเร็ว การไล่ตามด้วยความเร่งรีบทำให้จังหวะจบสกอร์ไม่คมเท่าที่ควร

สรุปหลังเกม

ชัยชนะ 2-0 นัดนี้คือสามแต้มที่มีมูลค่ามากกว่าตัวเลข เพราะทำให้ฟอเรสต์ “หายใจโล่ง” ด้วยการหนีโซนตกชั้นเป็น 5 แต้ม และได้ความมั่นใจเต็มกระเป๋าก่อนเข้าสู่ช่วงที่ทุกแต้มมีความหมาย ส่วนเบรนท์ฟอร์ดต้องกลับไปทบทวนความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้าย เพราะเกมแบบนี้คือภาพจำของทีมที่เล่นดีแต่ไม่ชนะ—และในลีกที่การแข่งขันเบียดกันสุด ๆ การสะดุดในบ้านอาจทำให้เป้าหมายพื้นที่สูงต้องเหนื่อยขึ้นอีกหลายเท่าตัว