BREAKING

ที่มา NBC Sports)

วันที่ข่าว: 29-01-2569

หลังจบเกมนัดที่ 8 ของศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก (UCL) รอบลีกเฟส ได้บทสรุปชัดเจนตามกติกาใหม่แบบ 36 ทีม: อันดับ 1–8 เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายอัตโนมัติ, อันดับ 9–24 ต้องไปเล่นรอบเพลย์ออฟเหย้า-เยือน, และ อันดับ 25–36 ตกรอบยุโรปทันที (

ไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือ “หัวตารางแน่นมาก” และ ทีมอังกฤษมาเต็มแบบไม่ต้องลุ้น เพราะติดท็อป 8 ถึง 5 ทีม ขณะเดียวกันบิ๊กเนมอย่าง เรอัล มาดริด ต้องเริ่มเส้นทางน็อกเอาต์ตั้งแต่รอบเพลย์ออฟ แม้จะจบถึงอันดับ 9 ก็ตาม 


ท็อป 8 เข้ารอบ 16 ทีมทันที: อังกฤษยึดพื้นที่ครึ่งตาราง

อันดับ 1–8 (เข้ารอบอัตโนมัติ)

  1. อาร์เซนอล – 24 แต้ม
  2. บาเยิร์น มิวนิค – 21 แต้ม
  3. ลิเวอร์พูล – 18 แต้ม
  4. สเปอร์ส – 17 แต้ม
  5. บาร์เซโลนา – 16 แต้ม
  6. เชลซี – 16 แต้ม
  7. สปอร์ติ้ง – 16 แต้ม
  8. แมนฯ ซิตี้ – 16 แต้ม 

ภาพรวมบอกชัดว่า “ความสม่ำเสมอ” คือกุญแจ โดยเฉพาะฝั่งอังกฤษที่ อาร์เซนอล/ลิเวอร์พูล/สเปอร์ส/เชลซี/แมนฯ ซิตี้ ยืนระยะได้ดีตลอด 8 นัด จนล็อกที่นั่งรอบ 16 ทีมแบบไม่ต้องพึ่งดวงจับสลากเพลย์ออฟ 


โซนเพลย์ออฟ 9–24: บิ๊กเนมกระจุกตัว มีสิทธิ์เจอบิ๊กแมตช์ก่อนเวลา

ทีมอันดับ 9–16 (เป็น “ทีมวาง” ในเพลย์ออฟ)

  1. เรอัล มาดริด – 15 แต้ม
  2. อินเตอร์ – 15 แต้ม
  3. PSG – 14 แต้ม
  4. นิวคาสเซิล – 14 แต้ม
  5. ยูเวนตุส – 13 แต้ม
  6. แอตเลติโก มาดริด – 13 แต้ม
  7. อตาลันตา – 13 แต้ม
  8. เลเวอร์คูเซน – 12 แต้ม 

ตรงนี้คือเหตุผลที่แฟนบอลพูดกันว่า “เพลย์ออฟเดือด” เพราะทีมที่ชื่อชั้นระดับลุ้นแชมป์หลายทีมไปกองอยู่โซนนี้ โดยเฉพาะ มาดริด/อินเตอร์/PSG ที่ปกติแฟนบอลคาดว่าจะจบท็อป 8 แต่ปีนี้หลุดมาเริ่มน็อกเอาต์เร็วขึ้น 

ทีมอันดับ 17–24 (ไม่เป็นทีมวาง)

  1. ดอร์ทมุนด์ – 11 แต้ม
  2. โอลิมเปียกอส – 11 แต้ม
  3. คลับ บรูช – 10 แต้ม
  4. กาลาตาซาราย – 10 แต้ม
  5. โมนาโก – 10 แต้ม
  6. คาราบัก – 10 แต้ม
  7. โบโด/กลิมท์ – 9 แต้ม
  8. เบนฟิกา – 9 แต้ม 

แม้กติกาเพลย์ออฟจะให้ “ทีมวาง (9–16)” ได้เปรียบในทางทฤษฎี แต่รายชื่อฝั่ง 17–24 ก็ไม่ได้เบาเลย โดยเฉพาะ ดอร์ทมุนด์/เบนฟิกา/โมนาโก ที่มีประสบการณ์ยุโรปสูง ทำให้มีโอกาสเกิดคู่เดือดแบบ “ชื่อชั้นชนกัน” ตั้งแต่ด่านแรกของน็อกเอาต์ 


โซนตกรอบ 25–36: หลุดเส้นเดียว จบเลย ไม่มีถ้วยยุโรปให้ไปต่อ

ทีมอันดับ 25 ลงไปตกรอบยุโรปทันที ซึ่งปีนี้มีหลายทีมที่แฟนบอลคุ้นชื่ออย่าง มาร์กเซย, PSV, นาโปลี, อาแจ็กซ์, แฟรงก์เฟิร์ต หลุดเส้นแบบเจ็บ ๆ โดยรายละเอียดอันดับ 25–36 เป็นไปตามตารางสรุปหลังจบลีกเฟส 


ทำไม “มาดริดเพลย์ออฟ” ถึงเป็นประเด็นใหญ่

เรอัล มาดริดจบถึง อันดับ 9 (15 แต้ม) ซึ่งยังถือว่าอยู่หัวแถวเพลย์ออฟและเป็นทีมวาง แต่ด้วยภาพจำของมาดริดใน UCL ที่มักเป็นทีม “เดินเกมน็อกเอาต์เก่ง” ทำให้การต้องเริ่มตั้งแต่เพลย์ออฟถูกมองว่าเพิ่มความเสี่ยง—เพราะเป็นรอบเหย้า-เยือนที่พลาดนัดเดียวอาจเสียโมเมนตัมทั้งเส้นทางได้ 

ขณะเดียวกัน การที่ อินเตอร์/PSG/นิวคาสเซิล อยู่โซนเดียวกัน ยังทำให้แฟนบอลเริ่มจินตนาการถึงโอกาสเจอคู่หนักเร็วขึ้น โดยเฉพาะถ้าการจับสลากพา “ทีมวาง” ไปเจอทีมประสบการณ์สูงฝั่ง 17–24 


สรุปภาพรวม: ลีกเฟสจบแล้ว แต่ความเดือดเพิ่งเริ่ม

บทสรุปลีกเฟสปีนี้ชัดมาก:

  • ท็อป 8 ได้พักและรอเข้ารอบ 16 ทีมทันที (อังกฤษมา 5 ทีมแบบโหดจริง) 
  • อันดับ 9–24 ต้องลุยเพลย์ออฟ ซึ่งปีนี้มีบิ๊กเนมเยอะ ทำให้แฟนบอลมีลุ้น “คู่เดือดก่อนเวลา”

อันดับ 25–36 ตกรอบยุโรปทันที ไม่มีทางลัดให้แก้ตัว