วันที่ข่าว: 12-01-2569
ที่มา: CAF / Reuters
ศึก TotalEnergies CAF Africa Cup of Nations Morocco 2025 (AFCON 2025) เดินทางมาถึงช่วงที่เข้มข้นที่สุด เมื่อ สมาพันธ์ฟุตบอลแอฟริกา (CAF) ยืนยัน 4 ทีมที่ผ่านเข้าสู่ รอบรองชนะเลิศ ได้สำเร็จ ได้แก่ โมร็อกโก (เจ้าภาพ), ไนจีเรีย, เซเนกัล และอียิปต์ หลังผ่านรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่ดุเดือด มีทั้งเกมตึง เกมพลิก และความกดดันที่เพิ่มขึ้นทุกนาที
ไฮไลต์ที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คือเส้นทางของ อียิปต์ ที่ล้มทีมระดับแชมป์เก่าแบบสุดมัน รวมถึงการที่ โมร็อกโกในฐานะเจ้าภาพ ยังยืนระยะต่อไปได้ ท่ามกลางความคาดหวังของแฟนบอลทั้งประเทศ ขณะที่ ไนจีเรีย และ เซเนกัล ก็ยังคงมาตรฐานทีมลุ้นแชมป์แบบไม่เสียทรง
สรุปผลรอบ 8 ทีมสุดท้าย: ผ่านมาแบบ “ไม่ง่าย” ทุกคู่
รอบก่อนรองฯ รอบนี้มีภาพรวมคล้ายกันคือ “ความผิดพลาดเล็กน้อย” สามารถชี้เป็นชี้ตายได้ทันที และนี่คือผลการแข่งขันที่พา 4 ทีมเข้ารอบตัดเชือก
- เซเนกัล 1-0 มาลี : เกมอึดอัดแต่เซเนกัลคุมรายละเอียดได้ดีกว่า เก็บชัยแบบเน้นผลเพื่อผ่านเข้ารอบ
- โมร็อกโก 2-0 แคเมอรูน : เจ้าภาพเดินเกมมั่นใจ ยิงสำคัญได้ในช่วงที่ต้องการ และรักษาคลีนชีตได้สำเร็จ
- ไนจีเรีย 2-0 แอลจีเรีย : เกมรับแน่น เกมรุกคม ใช้โอกาสไม่เปลืองและปิดเกมได้อยู่หมัด
- อียิปต์ 3-2 ไอวอรี่โคสต์ : หนึ่งในเกมที่เดือดที่สุดของทัวร์นาเมนต์ อียิปต์เล่นด้วยพลังและความเด็ดขาด จนผ่านทีมแชมป์เก่าได้แบบแฟนบอลลุกทั้งบ้าน
โปรแกรมรอบรองฯ: โมร็อกโกชนไนจีเรีย / เซเนกัลดวลอียิปต์
CAF ยังยืนยันคู่รอบรองฯ ออกมาเรียบร้อย โดยเป็น “บิ๊กแมตช์ล้วน” เพราะชื่อชั้นและศักยภาพใกล้เคียงกันมาก
- โมร็อกโก vs ไนจีเรีย
- เซเนกัล vs อียิปต์
(โปรแกรมเตะและสนามแข่งขันถูกระบุโดย CAF ในประกาศยืนยันรอบรองฯ)
โฟกัสทีมเต็ง: จุดแข็ง-จุดต้องระวังของ 4 ทีมสุดท้าย
โมร็อกโก (เจ้าภาพ): แรงเชียร์มหาศาล แต่ “ความกดดัน” คืออีกหนึ่งคู่แข่ง
เจ้าภาพได้เปรียบเรื่องบรรยากาศและแรงส่งจากแฟนบอล แต่ในรอบตัดเชือก สิ่งที่ต่างคือ “ทุกจังหวะมีราคา” และความกดดันอาจส่งผลต่อความนิ่งในการตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม โมร็อกโกมีจุดเด่นที่การเล่นเป็นระบบและมีตัวสร้างความต่างที่แฟนบอลพูดถึงมาก โดยเฉพาะ บราฮิม ดิอาซ ที่ฟอร์มโดดเด่นในทัวร์นาเมนต์นี้ตามรายงานของ Reuters
ไนจีเรีย: เกมรับแน่น + ความคมในพื้นที่สุดท้าย
ไนจีเรียขึ้นชื่อเรื่องสภาพร่างกาย ความเร็ว และการจบสกอร์เมื่อได้โอกาส รอบน็อกเอาต์แบบนี้ “ทีมที่เปลี่ยนโอกาสครึ่งเดียวให้เป็นประตู” มักได้เปรียบเสมอ งานของพวกเขาคือรับมือแรงเชียร์เจ้าภาพ และคุมอารมณ์เกมให้ได้ เพราะเกมใหญ่ใน AFCON มักมีจังหวะปะทะและแรงกดดันสูง
เซเนกัล: ทีมที่เล่นเพื่อชนะเกมใหญ่ได้เสมอ
เซเนกัลเป็นทีมที่มีความสมดุลสูง ทั้งเกมรับที่แข็งแรงและเกมรุกที่มีทีเด็ด เมื่อถึงรอบรองฯ จุดตัดสินมักอยู่ที่ “รายละเอียด” เช่น เซ็ตพีซ การยืนตำแหน่งตอนเปลี่ยนจากรุกเป็นรับ และความนิ่งช่วงท้ายเกม ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เซเนกัลทำได้ดีมาหลายทัวร์นาเมนต์
อียิปต์: โมเมนตัมแรงหลังโค่นแชมป์เก่า และ “ซาลาห์” คือหัวใจ
การผ่านไอวอรี่โคสต์แบบสกอร์สูงทำให้อียิปต์ได้ทั้งความมั่นใจและโมเมนตัม รายงานเชิงภาพรวมยังชี้ว่าฟอร์มของอียิปต์นัดดังกล่าวดู “มีพลังและไหลลื่น” กว่าหลายเกมที่ผ่านมา โดยมี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็นผู้นำทั้งในสนามและนอกสนาม
“ตัวแปรสำคัญ” รอบตัดเชือก: ไม่ใช่แค่ฝีเท้า แต่คือการคุมเกม
รอบรองฯ มักไม่ได้ตัดสินกันที่สถิติครองบอลหรือจำนวนโอกาสยิงเพียงอย่างเดียว แต่จะอยู่ที่ 3 เรื่องนี้
- ความนิ่งเมื่อเกมตึง – ทีมที่ไม่หลุดสมาธิใน 10 นาทีสุดท้ายมักได้เปรียบ
- การป้องกันความผิดพลาดส่วนบุคคล – เกมใหญ่แพ้ชนะได้จากจังหวะเดียว
- การบริหารพละกำลังและการเปลี่ยนตัว – โปรแกรมทัวร์นาเมนต์ทำให้ตัวสำรองมีความหมายมากกว่าปกติ
สรุป
AFCON 2025 ได้ 4 ทีมรอบรองฯ ตามคาดและตามความเข้มของทัวร์นาเมนต์ ได้แก่ โมร็อกโก, ไนจีเรีย, เซเนกัล และอียิปต์ โดยคู่ตัดเชือกคือ โมร็อกโกพบไนจีเรีย และ เซเนกัลดวลอียิปต์ ซึ่งทุกทีมต่างมี “จุดแข็งชัดเจน” และมีตัวแปรร่วมคือ “ความกดดัน” ที่จะทวีคูณขึ้นในเกมชี้ชะตา
