BREAKING

วันที่ข่าว/วันที่แข่งขัน: 12 มกราคม 2569
ที่มา: The Guardian

อาร์เซน่อลเดินหน้าต่อในศึกเอฟเอคัพรอบ 3 ได้ตามเป้าหมาย หลังบุกไปเอาชนะพอร์ทสมัธ 4-1 แม้จะโดนเจ้าถิ่นยิงนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 3 แต่ “ปืนใหญ่” ตั้งหลักได้ไว ไล่ยิงคืนแบบเป็นระบบ ก่อนที่ กาบริเอล มาร์ติเนลลี จะระเบิดฟอร์มกดแฮตทริกพาทีมตีตั๋วสู่รอบ 4 อย่างสวยงาม

เกมนี้เป็นอีกแมตช์ที่ มิเกล อาร์เตต้า ใช้โอกาสโรเตชันหลายตำแหน่ง แต่ภาพรวมยังคุมจังหวะของเกมได้ดี โดยเฉพาะ “ความเฉียบจากลูกนิ่ง” ที่กลายเป็นอาวุธทำลายเกมรับพอร์ทสมัธตลอดทั้ง 90 นาที


ภาพรวมการแข่งขัน: โดนนำไว แต่ปืนใหญ่ไม่หลุดแผน

พอร์ทสมัธเปิดฉากได้เร้าใจเมื่อ โคลบี้ บิชอป ซ้ำจังหวะหน้าประตูให้ทีมขึ้นนำอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 3 เรียกเสียงเชียร์ในแฟรตตัน พาร์กกระหึ่มทั้งสนาม

อย่างไรก็ตาม อาร์เซน่อลใช้เวลาไม่นานในการกลับสู่เกม และตีเสมอได้ในนาทีที่ 8 จากจังหวะที่บอลไปถูก อังเดร ดอซเซลล์ เปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง ก่อนที่หลังจากนั้น “ปืนใหญ่” จะเริ่มครองบอลมากขึ้น คุมพื้นที่แดนกลาง และค่อย ๆ บีบให้พอร์ทสมัธถอยลงไปรับลึก


ลำดับเหตุการณ์สำคัญ: ลูกนิ่งคือคำตอบ

หลังตีเสมอได้ อาร์เซน่อลยกระดับความกดดันต่อเนื่อง และมาได้ประตูแซงนำจากมาร์ติเนลลีในช่วงครึ่งแรก ก่อนที่ครึ่งหลังจะเพิ่มอีกสองประตูจากเจ้าตัว ทำให้เกมขาดและเปลี่ยนจาก “งานยาก” เป็น “ผ่านสบาย” ในท้ายที่สุด

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่รูปแบบการได้ประตู ซึ่งรายงานระบุว่าอาร์เซน่อลทำผลงานได้โดดเด่นจาก ลูกเตะมุม/ลูกตั้งเตะ และใช้รายละเอียดเล็ก ๆ ในจังหวะเซ็ตพีซลงโทษเจ้าถิ่นได้อย่างชัดเจน


จุดเปลี่ยนเกม: ความนิ่งหลังเสียประตู + การยืนตำแหน่งเวลาบุกลูกนิ่ง

สิ่งที่ทำให้อาร์เซน่อล “ไม่หลุดเกม” คือการตอบสนองหลังเสียประตูเร็ว พวกเขาไม่ได้เร่งจังหวะจนเสียทรง แต่ค่อย ๆ ตั้งเกมตามแผนเดิม เล่นบอลเข้าพื้นที่อันตรายแบบมีชั้นเชิง และเมื่อได้ลูกนิ่งก็ทำได้ “คม” ทันที

พอร์ทสมัธเองสู้ได้ดีในช่วงต้น และพยายามยืนเกมให้ได้นานที่สุด แต่เมื่อเสียประตูจากลูกตั้งเตะซ้ำ ๆ ภาระในเกมรับยิ่งหนักขึ้น และจังหวะสวนกลับก็เริ่มลดความเฉียบลงตามแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น


ผู้เล่นเด่น: มาร์ติเนลลีกลับมาในโหมดที่แฟนปืนอยากเห็น

เกมนี้ถูกพูดถึงมากที่สุดแน่นอนว่าเป็นคืนของ กาบริเอล มาร์ติเนลลี ที่ทำ “แฮตทริกแรก” ของเขากับอาร์เซน่อล และเปลี่ยนบรรยากาศจาก “โดนนำไว” ให้กลายเป็น “เกมที่คุมได้ทั้งหมด”

นอกจากจำนวนประตู ความน่าสนใจคือรูปแบบการจบสกอร์ที่หลากหลาย และการเคลื่อนที่หาพื้นที่ในจังหวะลูกนิ่งที่ฉลาดขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าความมั่นใจกำลังกลับมาเต็ม ๆ ก่อนช่วงโปรแกรมใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้า


แท็กติกที่เห็นชัด: โรเตชันได้ แต่ “มาตรฐานทีม” ยังอยู่

รายงานระบุว่าอาร์เตต้าปรับทีมหลายตำแหน่ง (มีการเปลี่ยนจากชุดหลักหลายราย) แต่โครงสร้างการเล่นยังชัดเจน:

  • ครองบอลเพื่อคุมจังหวะ
  • บีบพื้นที่แดนกลางให้คู่แข่งเล่นยาก
  • และใช้ลูกนิ่งเป็นอาวุธสำคัญในการเจาะเกมรับที่ตั้งโซนแน่น

นี่คือสัญญาณเชิงบวกในมุม “ขุมกำลัง” เพราะเอฟเอคัพรอบต้น ๆ มักเป็นพื้นที่ทดสอบความพร้อมของตัวสำรอง และเกมนี้อาร์เซน่อลแสดงให้เห็นว่า ต่อให้โรเตชัน ก็ยังรักษาคุณภาพเกมได้


ความหมายของชัยชนะ: โมเมนตัม + ความมั่นใจแนวรุก

ชัยชนะ 4-1 นอกจากพาทีมเข้ารอบ 4 แล้ว ยังเป็นชัยชนะที่ช่วยเติมโมเมนตัมในหลายมิติ

  • มาร์ติเนลลีกลับมาเป็นประเด็นด้านบวกแบบชัดเจน
  • ทีมได้ลองตัวเลือกบางตำแหน่งโดยไม่เสียผลลัพธ์
  • และย้ำว่าจุดแข็งจากลูกตั้งเตะยัง “ใช้งานได้จริง” ในเกมน็อกเอาต์

สรุป

อาร์เซน่อลผ่านเอฟเอคัพรอบ 3 แบบไม่พลาดเป้า ด้วยการแซงชนะพอร์ทสมัธ 4-1 หลังโดนนำเร็วแต่ตอบโต้ได้ไว ก่อนมาร์ติเนลลีจะกดแฮตทริกพาทีมคุมเกมอยู่หมัด เกมนี้ตอกย้ำทั้ง “ความพร้อมของขุมกำลัง” และ “ความอันตรายจากลูกนิ่ง” ที่สามารถเป็นกุญแจสำคัญในช่วงโปรแกรมใหญ่ถัดจากนี้