ที่มา: Reuters
วันที่เผยแพร่: 17 ธันวาคม 2025

บาร์เซโลน่าผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย โกปา เดล เรย์ ได้ตามเป้าหมาย หลังบุกชนะ กวาดาลาฮาร่า ทีมจากดิวิชั่นสาม 2-0 ในเกมที่ต้องใช้ความอดทนอย่างมาก ก่อนจะมาได้สองประตูช่วงท้ายจาก อันเดรียส คริสเตนเซ่น และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ปิดงานแบบไม่ให้มีดราม่าปลายเกม
เกมนี้เป็นภาพสะท้อนชัดเจนของฟุตบอลถ้วย: ทีมใหญ่ครองบอลแทบทั้งเกม แต่เจาะไม่เข้า ขณะที่ทีมรองวางแผนรับแน่น เล่นรัดกุม และรอโอกาสสวนกลับให้ “พลาดครั้งเดียวมีสิทธิ์โดนลงโทษ” จนบาร์ซ่าต้องเร่งเครื่องจริงจังในครึ่งหลังเพื่อหาจังหวะปลดล็อก
เกมอึดอัด: ครองบอลเกิน 80% แต่เจาะไม่เข้า
ตามรายงาน บาร์เซโลน่าครองบอลมากกว่า 80% แต่ตลอดช่วงหนึ่งชั่วโมงแรกกลับแทบหาช่องเข้าทำแบบจะแจ้งไม่ได้ เพราะกวาดาลาฮาร่ายืนเป็นบล็อกต่ำและใช้แนวรับแบบ 5 คนที่ระเบียบดีมาก ปิดพื้นที่หน้าเขตโทษจนบอลทะลุช่องทำได้ยาก
สิ่งที่ทำให้เกมดู “ติด ๆ ขัด ๆ” คือเมื่อบาร์ซ่าพยายามต่อบอลเข้ากลาง พื้นที่จะถูกปิดทันที ทำให้ต้องวนออกด้านข้างหลายครั้ง แต่การเปิดจากริมเส้นก็ยังไม่คมพอจะสร้างโอกาสจบสกอร์แบบเน้น ๆ และนี่คือเหตุผลที่แม้ครองเกมได้ แต่สกอร์ยังค้างอยู่ที่ 0-0 ไปนาน
ตัวสำรองพลิกอารมณ์เกม: เฟลิคปรับหมากครึ่งหลัง
ฮันซี่ ฟลิค ตัดสินใจขยับเกมในครึ่งหลังด้วยการส่งผู้เล่นสำคัญลงสนาม โดยรายงานระบุว่ามีการส่ง เปดรี และ ฌูลส์ กุนเด้ ลงมาเพื่อเพิ่มคุณภาพในการเร่งจังหวะและความดุดันในการครองพื้นที่
เมื่อบาร์ซ่าเพิ่มความเร็วในการต่อบอล และเริ่มยืนตำแหน่งสูงขึ้น เกมของกวาดาลาฮาร่าก็เริ่มถูกบีบให้ถอยลึกกว่าเดิม จังหวะเก็บบอลสองและการเคลื่อนที่หาพื้นที่ระหว่างไลน์ของบาร์ซ่าดูมีชีวิตมากขึ้น นี่คือกุญแจที่ทำให้ “ความกดดันสะสม” เริ่มได้ผลในช่วงท้ายเกม
ปลดล็อกนาที 77: คริสเตนเซ่นโขกนำ ก่อนแรชฟอร์ดยิงปิดกล่อง
ประตูแรกเกิดขึ้นในนาทีที่ 77 จากลูกโหม่งของ อันเดรียส คริสเตนเซ่น โดยมาจากการเปิดของ แฟรงกี้ เดอ ยอง และบอลมีจังหวะเปลี่ยนทางจากการแฉลบของ ฮูลิโอ มาร์ติเนซ ก่อนเข้าประตู ช่วยให้บาร์เซโลน่าได้ลมหายใจและทำให้รูปเกมหลังจากนั้น “เปิด” มากขึ้น
หลังขึ้นนำไม่นาน บาร์เซโลน่ายังเจอจังหวะเสียวจากเกมสวนกลับของเจ้าบ้าน และหนึ่งในภาพสำคัญของเกมคือ มาร์ค-อันเดร แทร์ สเตเก้น ที่กลับมาลงสนามหลังห่างหายไปนาน สามารถเซฟจังหวะสำคัญช่วยทีมไม่ให้เสียประตูตีเสมอ
จากนั้นในช่วงทดเจ็บ มาร์คัส แรชฟอร์ด มายิงประตูตอกฝาโลง จากแอสซิสต์ที่ Reuters ระบุว่าเป็นจังหวะจ่ายแบบมีชั้นเชิงของ ลามีน ยามาล ทำให้เกมจบที่ 2-0 และการผ่านเข้ารอบของบาร์ซ่าชัดเจนแบบไม่ต้องลุ้นจนวินาทีสุดท้าย
ทำไมครองบอลเยอะแต่เจาะยาก
เกมนี้เป็นตัวอย่างคลาสสิกของการเจอกับ “บล็อกต่ำ + แนวรับ 5 คน” ที่วินัยสูง
- พื้นที่หน้าเขตโทษถูกปิด ทำให้บอลแทงทะลุช่องลำบาก
- เกมริมเส้นถูกบีบให้เปิดจากตำแหน่งที่ไม่ถนัด และถูกประกบสองชั้น
- เมื่อทีมรองรับลึกมาก โอกาสยิงแบบโล่ง ๆ แทบไม่มี ทีมใหญ่จึงต้องอาศัยลูกตั้งเตะ/ครอสคุณภาพ/ความผิดพลาดเล็ก ๆ ของแนวรับคู่แข่ง
สุดท้าย บาร์เซโลนาปลดล็อกได้จาก “ความต่อเนื่องของแรงกดดัน” และจังหวะที่บอลถูกเปลี่ยนทาง ซึ่งเป็นสิ่งที่มักเกิดขึ้นเมื่อทีมหนึ่งบุกหนักเป็นเวลานาน
จุดเด่น-จุดบอดที่บาร์ซ่าต้องเอาไปแก้
จุดเด่น
- ความนิ่งในการคุมเกม และยังรักษารูปแบบการครองบอลได้แม้เจอเกมอึดอัด
- การแก้เกมครึ่งหลังด้วยตัวสำรองคุณภาพ ทำให้จังหวะและความเร็วดีขึ้น
- แทร์ สเตเก้นมีจังหวะเซฟสำคัญช่วยให้ทีมไม่เสียโมเมนตัม
จุดบอด
- ประสิทธิภาพการเจาะเกมรับลึกยังไม่คมพอในช่วงต้นเกม
- หากโดนสวนกลับแล้วเสียประตูขึ้นมาก่อน เกมจะยากขึ้นมาก (เพราะคู่แข่งจะยิ่งถอยลึกกว่าเดิม)
ภาพรวมเส้นทางถ้วย: ผ่านด่านแรกแล้ว แต่บททดสอบจริงยังรออยู่
การผ่านเข้ารอบ 16 ทีมคือ “ผ่านด่านที่ต้องชนะ” สำหรับทีมอย่างบาร์เซโลน่า แต่เกมนี้ก็ทิ้งการบ้านชัดเจนว่า ในรอบต่อ ๆ ไปที่คุณภาพคู่แข่งสูงขึ้น พื้นที่และเวลาในการเล่นจะน้อยลง บาร์ซ่าจำเป็นต้องยกระดับความเฉียบคมในการจบสกอร์ และความหลากหลายในการเข้าทำ เพื่อไม่ให้เกมติดล็อกจนต้องไปลุ้นปลายเกมบ่อยเกินไป
สรุป
บาร์เซโลน่าบุกชนะกวาดาลาฮาร่า 2-0 ลิ่วรอบ 16 ทีมโกปา เดล เรย์ จากประตูท้ายเกมของคริสเตนเซ่นและแรชฟอร์ด แม้ครองบอลท่วมท้นแต่เจาะยากตลอดเกม ก่อนคุณภาพและจังหวะเร่งในครึ่งหลังจะพาทีมปลดล็อกสำเร็จ—ชนะตามเป้า พร้อมได้บทเรียนเรื่องการเจาะเกมรับลึกไปต่อยอดในรอบถัดไป
