BREAKING

ที่มา: Reuters

วันที่เผยแพร่: 17 ธันวาคม 2025

วงการฟุตบอลซาอุฯ ยังเดินหน้า “ดึงชื่อชั้นยุโรป” อย่างต่อเนื่อง เมื่อ อัล-กาดซิยาห์ (Al-Qadsiah) ในศึก ซาอุฯ โปรลีก ประกาศแต่งตั้ง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือชื่อดังชาวไอร์แลนด์เหนือ เป็นเฮดโค้ชคนใหม่อย่างเป็นทางการ เพิ่มความร้อนแรงให้ลีกที่กำลังเติบโตทั้งด้านการตลาดและมาตรฐานฟุตบอล 

การมาของร็อดเจอร์สวัย 52 ปี ถูกมองว่าเป็น “ดีลเชิงสัญลักษณ์” เพราะเขาเป็นโค้ชที่ผ่านงานระดับสูงมาแล้วหลายเวที ทั้งพรีเมียร์ลีกและยุโรป แถมยังมีภาพจำเรื่องการสร้างทีมให้เล่นเกมรุกและครองบอล ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของหลายสโมสรในซาอุฯ ที่ต้องการยกระดับสไตล์การเล่นให้ทันสมัยมากขึ้น 

เหตุผลที่ร็อดเจอร์สเลือกซาอุฯ: โอกาสใหม่ + โครงการที่ “จริงจัง”

หากมองด้วยมุมฟุตบอลล้วน ๆ ซาอุฯ โปรลีกกำลังอยู่ในช่วง “ขยายโครงสร้าง” อย่างเข้มข้น ทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร และเป้าหมายระยะยาวของสโมสรหลายทีม โดย Reuters ระบุว่า การแต่งตั้งร็อดเจอร์สสะท้อนความทะเยอทะยานของอัล-กาดซิยาห์ที่ต้องการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในทีมชั้นนำของเอเชีย 

นอกจากนี้ “โจทย์งาน” ของอัล-กาดซิยาห์ก็ชัดเจนและท้าทายพอจะดึงดูดโค้ชระดับนี้ เพราะทีมอยู่ในสถานะที่กำลังไต่ระดับ มีพื้นที่ให้สร้างระบบ สร้างวัฒนธรรมทีม และต่อยอดโครงการให้ไปไกลกว่าแค่ผลการแข่งขันระยะสั้น

สไตล์ทำทีมของร็อดเจอร์ส: ครองบอล-เกมรุก-การพัฒนาผู้เล่น

หนึ่งในจุดแข็งของร็อดเจอร์สที่ถูกพูดถึงเสมอคือแนวทาง ฟุตบอลเกมรุกและครองบอล (attacking, possession-based) รวมถึงการจัดระบบทีมให้เล่นเป็นแพตเทิร์นชัดเจน โดย Reuters ระบุว่าเขาคุมเกมในพรีเมียร์ลีกมาแล้วมากกว่า 300 นัด ซึ่งบ่งบอกถึงประสบการณ์เชิงแท็กติกและการบริหารทีมในลีกที่โหดที่สุดลีกหนึ่งของโลก 

แนวทางแบบนี้ “เข้าทาง” ซาอุฯ โปรลีกในยุคใหม่ที่หลายสโมสรไม่ได้ต้องการแค่ชนะ แต่ต้องการสร้างภาพจำฟุตบอลที่ดูสนุก ดึงแฟนบอล และต่อยอดสู่แบรนด์ในระดับทวีป

โปรไฟล์ความสำเร็จ: ผ่านงานใหญ่ทั้งอังกฤษและสกอตแลนด์

ร็อดเจอร์สเป็นกุนซือที่มีผลงานเด่นในหลายช่วงเวลา โดย Reuters ยกตัวอย่างความสำเร็จสำคัญ ได้แก่

  • เคยพา ลิเวอร์พูล ลุ้นแชมป์ลีกอย่างเข้มข้นในปี 2014
  • พา เลสเตอร์ ซิตี้ คว้า เอฟเอ คัพ 2021 ซึ่งเป็นแชมป์ประวัติศาสตร์ของสโมสร
  • และกวาดถ้วยรวม 11 โทรฟี่ใหญ่ กับ เซลติก

โปรไฟล์ระดับนี้ทำให้การมารับงานในซาอุฯ ไม่ได้ถูกมองเป็น “งานพัก” แต่เป็นงานที่มีเป้าหมายชัด โดยเฉพาะเมื่อสโมสรเจ้าบ้านกำลังยกระดับอย่างจริงจัง

ความท้าทายในซาอุฯ โปรลีก: เกมเร็ว-ตัวต่างชาติคุณภาพ-แรงกดดันจากความคาดหวัง

ความท้าทายของร็อดเจอร์สมีหลายชั้น โดยเฉพาะในลีกที่คุณภาพผู้เล่นต่างชาติสูงขึ้นทุกปี และหลายทีมลงทุนหนักจนการแข่งขันเข้มข้นขึ้นแบบเห็นได้ชัด

ในเชิงแท็กติก โค้ชยุโรปที่ย้ายมาใหม่มักต้องปรับ 3 เรื่องหลัก:

  1. จังหวะเกม ที่บางนัดเร็วและเปลี่ยนโมเมนตัมไว
  2. สมดุลทีม ระหว่างสตาร์ต่างชาติและแกนหลักท้องถิ่น
  3. ความคาดหวัง เพราะแฟนบอลและผู้บริหารอยากเห็นผลลัพธ์ทันที

สำหรับร็อดเจอร์ส การนำสไตล์ครองบอลเข้ามาใช้จริง ต้องอาศัยการซ้อมที่ละเอียดและความเข้าใจแท็กติกของผู้เล่นทั้งทีม ซึ่งจะเป็นบททดสอบว่าทีมจะ “ยกระดับระบบ” ได้เร็วแค่ไหน

เป้าหมายของสโมสร: ขยับสู่ทีมแถวหน้าเอเชีย

ฝั่งสโมสรแสดงจุดยืนชัดว่า การแต่งตั้งครั้งนี้เป็น “หมุดหมายสำคัญ” โดย เจมส์ บิสโกรฟ (James Bisgrove) ซีอีโอของอัล-กาดซิยาห์ ชี้ว่าการมาของร็อดเจอร์สสะท้อนความทะเยอทะยานของทีมในการก้าวขึ้นเป็นพลังสำคัญของฟุตบอลเอเชีย

ขณะที่ คาร์ลอส อันตอน (Carlos Anton) ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสร ระบุว่าแนวคิดฟุตบอลของร็อดเจอร์ส “สอดคล้อง” กับทิศทางเชิงกลยุทธ์ของทีม
แปลเป็นภาษาบอลได้ง่าย ๆ คือ สโมสรไม่ได้มองแค่คุมทีมให้ชนะ แต่ต้องการ “โค้ชที่เข้ากับโปรเจกต์” และสร้างสไตล์ทีมได้ในระยะยาว

สถานการณ์ปัจจุบันของอัล-กาดซิยาห์: อันดับ 5 และยังลงทุนต่อเนื่อง

Reuters ระบุว่าอัล-กาดซิยาห์อยู่ในอันดับ 5 ของซาอุฯ โปรลีก ณ ช่วงเวลาที่มีการประกาศแต่งตั้ง และสโมสรยังคงลงทุนด้านฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง
นี่คือฐานที่ “พอมีแรงส่ง” ให้ร็อดเจอร์สเข้ามาปรับทีม โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ แต่ก็ยังมีพื้นที่ให้ยกระดับอีกเยอะ ทั้งเรื่องความสม่ำเสมอ เกมรับ-เกมรุก และการจัดการเกมใหญ่

สรุป

การที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ตกลงรับงานคุม อัล-กาดซิยาห์ คืออีกหนึ่งดีลที่สะท้อนว่า ซาอุฯ โปรลีกจริงจังกับการยกระดับฟุตบอล ไม่ใช่แค่การดึงนักเตะดังเท่านั้น แต่รวมถึงการดึง “มันสมองจากยุโรป” เพื่อสร้างระบบทีมในระยะยาว