BREAKING

วันที่แข่งขัน: 20-01-2569
สนาม: เอเม็กซ์ สเตเดียม
ที่มา: Reuters

พรีเมียร์ลีกคืนวันจันทร์จบแบบ “มันส์จัด” เมื่อ ไบรท์ตัน ต้องไล่ตามหลังจากจุดโทษปริศนา ก่อนจะมาฮึดตีเสมอช่วงทดเจ็บ นาที 90+1 จากลูก จักรยานอากาศสุดสวยของ ชาราลัมปอส คอสตูลาส ตัวสำรองวัย 18 ปี ช่วยให้ทีมเก็บ 1 แต้มสำคัญในบ้าน จบเกมเสมอ 1-1 ท่ามกลางเสียงเฮลั่นของแฟนบอลในเอเม็กซ์ สเตเดียม 

ผลเสมอนัดนี้ทำให้เกมมีทุกอารมณ์—ตั้งแต่ความขุ่นเคืองกับจังหวะ VAR ในครึ่งแรก ไปจนถึงความหวังที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นในครึ่งหลัง ก่อนระเบิดเป็นโมเมนต์แห่งฤดูกาลจากท่าไม้ตายจักรยานอากาศช่วงท้ายเกม

ภาพรวมการแข่งขัน

ช่วงต้นเกม ไบรท์ตันออกสตาร์ตด้วยความมั่นใจ พยายามคุมบอลและบีบพื้นที่แดนกลางเพื่อหาช่องเข้าทำ แต่บอร์นมัธรับมือได้ดีและค่อย ๆ เปลี่ยนจังหวะเกมให้เป็นของตัวเอง โดยอาศัยการขึ้นเกมที่เร็วและไดเร็กต์มากขึ้น

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดในครึ่งแรก เมื่อบอร์นมัธได้จุดโทษหลัง VAR เข้าไปมีส่วนในการตัดสิน และ มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ สังหารไม่พลาด ส่งทีมเยือนออกนำ 1-0 

ครึ่งหลัง ไบรท์ตันเร่งเครื่องชัดเจน เปิดเกมบุกต่อเนื่อง พยายามเพิ่มความดุดันในพื้นที่ริมเส้นและครอสเข้าเขตโทษมากขึ้น แม้จะกดดันยาว ๆ แต่จังหวะ “จบจริง” ยังมาไม่ถี่ จนกระทั่งเข้าสู่ทดเวลาเจ็บและได้ประตูตีเสมอแบบสุดดราม่า

ไฮไลท์สำคัญ

  • นาที 32: บอร์นมัธได้จุดโทษหลัง VAR กลับคำตัดสินจากจังหวะที่เกี่ยวข้องกับ อามีน อัดลี โดยชี้ว่าเกิดการฟาวล์จากผู้รักษาประตู บาร์ต แฟร์บรูกเกน ก่อนที่ ทาเวอร์เนียร์ จะยิงให้บอร์นมัธนำ 1-0 
  • นาที 90+1: ไบรท์ตันตีเสมอ 1-1 จากลูก จักรยานอากาศ ของ ชาราลัมปอส คอสตูลาส ตัวสำรองวัย 18 ปี โดยเริ่มจากจังหวะชุลมุนในกรอบและมีการ “โขกเช็ด/ตั้ง” จากเพื่อนร่วมทีมให้ได้ลอยตัวจบสกอร์แบบเหนือชั้น 

ลูกตีเสมอนี้ไม่ใช่แค่ประตูสวย แต่เป็นประตูที่ “เปลี่ยนความรู้สึกทั้งสนาม” จากความอึดอัด กลายเป็นความสะใจในเสี้ยววินาทีเดียว

จุดเปลี่ยนเกม

  1. VAR และจุดโทษที่ทำให้เกมเดือดตั้งแต่ครึ่งแรก
    จังหวะตัดสินที่กลับคำ ทำให้เกมมีแรงปะทะทางอารมณ์ทันที ทั้งฝั่งทีมในสนามและแฟนบอลบนอัฒจันทร์ ส่งผลให้หลังจากนั้นทุกการปะทะและทุกการตัดสินถูกจับตามากเป็นพิเศษ 
  2. ความอดทนของไบรท์ตันในครึ่งหลัง
    แม้จะไม่ได้สร้างโอกาสจะแจ้งแบบรัว ๆ แต่ไบรท์ตันคุมแรงกดดันไว้ได้ ไม่เร่งจนเสียรูป และค่อย ๆ สะสมความได้เปรียบในแดนคู่แข่ง จนสุดท้าย “หนึ่งจังหวะ” ก็เพียงพอให้กลับมาได้แต้ม
  3. โมเมนต์ลูกจักรยานอากาศนาที 90+1
    เมื่อเกมกำลังจะหมดเวลา ประตูระดับนี้คือสิ่งที่เปลี่ยนผลการแข่งขันทันที และยังเปลี่ยนมุมมองต่อผู้เล่นดาวรุ่งคนหนึ่งแบบฉับพลันด้วย

ผู้เล่นเด่น

ชาราลัมปอส คอสตูลาส (ไบรท์ตัน)
ลงมาเป็นตัวสำรอง แต่กลายเป็นฮีโร่ด้วยประตูตีเสมอ “ระดับไฮไลท์ประจำสัปดาห์” และนี่คืออีกหนึ่งสัญญาณว่าดาวรุ่งรายนี้มีของในเกมใหญ่ (รายงานระบุว่าเขายิงเป็นประตูที่ 2 ของฤดูกาล) 

มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ (บอร์นมัธ)
รับบทคนสำคัญของทีมเยือนในครึ่งแรก ทั้งการยืนตำแหน่งและการจบสกอร์จากจุดโทษที่ทำให้บอร์นมัธมีโอกาสบุกมาเก็บสามแต้ม

แนวรับบอร์นมัธ (ภาพรวม)
ช่วงครึ่งหลังโดนบีบหนัก แต่ยังยืนระยะได้ดีเกือบครบ 90 นาที ก่อนจะมาเสียประตูจากจังหวะพิเศษที่ยากจะป้องกันจริง ๆ

แท็กติก

  • ไบรท์ตัน: ครึ่งหลังเพิ่มความถี่ในการโจมตี โดยพยายามเร่งจังหวะเข้าพื้นที่สุดท้าย ใช้บอลด้านข้างและการเปิดเข้าเขตโทษมากขึ้น พร้อมเสริมพลังจากม้านั่งสำรองเพื่อเปลี่ยนสปีดเกม
  • บอร์นมัธ: ครึ่งแรกเล่นได้เป็นระบบและมีโอกาสหนีห่าง แต่ครึ่งหลังถอยตั้งรับลึกขึ้นตามแรงกดดัน ทำให้ต้องรับมือกับบอลสองและจังหวะเก็บตกหน้ากรอบมากขึ้น ซึ่งเป็นต้นทางของความเสี่ยงในช่วงท้ายเกม 

สรุปหลังเกม

จบเกม ไบรท์ตัน 1-1 บอร์นมัธ กับบทสรุปที่แฟนบอลพูดถึงไปอีกนาน—เพราะเป็นนัดที่มีทั้งดราม่าจาก VAR และประตูระดับ “คลิปวนซ้ำ” จากท่าไม้ตายจักรยานอากาศของดาวรุ่งวัย 18 ปีจากรายงานหลังเกม ไบรท์ตันเก็บเพิ่มเป็น 30 แต้มจาก 22 นัด ส่วนบอร์นมัธมี 27 แต้มจาก 22 นัด แม้ทีมเยือนจะเสียดายที่ไม่ปิดเกมได้ แต่ฝั่งไบรท์ตันก็ได้แต้มสำคัญจากความพยายามจนวินาทีสุดท้าย