ที่มา: The Guardian
วันที่แข่งขัน: 24 ธันวาคม 2025 (พ.ศ. 2568)
สนาม: Mohammed V Stadium, คาซาบลังกา
AFCON 2025 ยังมีเกมระดับ “ห้ามกระพริบตา” เมื่อ บูร์กินาฟาโซ พลิกสถานการณ์ช่วงทดเจ็บ ยิงคืน 2 ประตูรวด แซงชนะ อิเควทอเรียลกินี 2-1 ทั้งที่คู่แข่งเหลือผู้เล่น 10 คนตั้งแต่นาที 50 ของครึ่งหลัง แต่ตลอดเกือบทั้งเกม บูร์กินาฟาโซกลับเจาะไม่เข้า จนเกือบต้องเจอฝันร้ายจากการโดนสวนขึ้นนำช่วงท้ายเกม
เกมนี้เตะกันที่ Mohammed V Stadium เมืองคาซาบลังกา ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศกดดันแบบทัวร์นาเมนต์—ต่อให้ครองบอลมากกว่า ต่อให้ได้เปรียบตัวผู้เล่น ก็ไม่ได้แปลว่าจะปิดงานได้ง่าย ๆ
รูปเกม: ครองบอลเยอะ แต่ความเฉียบคมยังไม่มา
ครึ่งแรกเป็นเกมที่ทั้งสองทีมค่อนข้างระมัดระวัง บูร์กินาฟาโซพยายามคุมจังหวะและดันเกมรุกมากกว่า แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดความคม ทำให้โอกาสจะแจ้งมีไม่มาก ขณะที่อิเควทอเรียลกินีเลือกยืนเป็นบล็อก เน้นเกมรับให้แน่น แล้วรอฉวยจังหวะสวนกลับเป็นหลัก
แม้ฝั่งบูร์กินาฟาโซจะดู “เป็นฝ่ายบุก” แต่การเจอแนวรับที่ยืนต่ำและมีวินัย ทำให้เกมไหลเข้าพื้นที่สุดท้ายบ่อยก็จริง ทว่าไม่มีจังหวะปิดสกอร์ที่เด็ดขาดพอจะเปลี่ยนเป็นประตู
จุดเปลี่ยนแรก: ใบแดงนาที 50 แต่เกมกลับยากกว่าเดิม
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นช่วงต้นครึ่งหลัง เมื่อ Basilo Ndong ของอิเควทอเรียลกินีโดนใบแดงโดยตรงในนาที 50 ทำให้บูร์กินาฟาโซได้เปรียบตัวผู้เล่นทันที
ตามภาพที่หลายคนคาดคือ ทีมที่เหลือ 10 คนต้องถอยลึกกว่าเดิมเพื่อปิดพื้นที่ และนี่เองที่ทำให้บูร์กินาฟาโซ “ครองบอลได้มากขึ้น” แต่ “เจาะได้ยากขึ้น” เพราะพื้นที่หลังแนวรับแทบไม่เปิดให้เล่นเลย เกมจึงกลายเป็นการล้อมกรอบ—เปิดบอล—ยิงติดบล็อก—เริ่มใหม่ วนซ้ำแบบที่แฟนบอลเริ่มอึดอัด
บูร์กินาฟาโซเคยคิดว่าตัวเองปลดล็อกได้แล้วจากประตูในนาที 71 แต่ถูก VAR จับเป็นจังหวะล้ำหน้า ทำให้ความกดดันยิ่งทับถมเข้าไปอีก
ดราม่าช่วงท้าย: โดนขึ้นนำก่อน แต่ไม่เสียสมาธิ
ทั้งที่อิเควทอเรียลกินีเหลือ 10 คนและตั้งรับแทบทั้งครึ่งหลัง กลับเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนในนาที 85 จากลูกเตะมุม โดย Marvin Anieboh โขกเข้าไปให้ทีมขึ้นนำ 1-0 แบบช็อกแฟนบอลทั้งสนาม
นี่คือจังหวะที่เกมเหมือนจะตัดสินแล้ว เพราะบูร์กินาฟาโซเล่นมาทั้งครึ่งหลังแต่ยิงไม่ได้ กลับมาโดนสวนทีเดียวเสียประตู แถมเวลาที่เหลือไม่มากพอให้แก้ตัว
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือ “ความนิ่ง” ของบูร์กินาฟาโซ พวกเขาไม่หลุดอารมณ์ ไม่รีบจนเสียทรง แต่เร่งเกมแบบมีแบบแผน—ดันไลน์สูงขึ้น เปิดบอลเร็วขึ้น และเติมคนเข้าเขตโทษมากขึ้น เพื่อบีบให้แนวรับคู่แข่งที่เริ่มล้า ต้องรับแรงกดดันต่อเนื่อง
ช่วงทดเจ็บ 8 นาที: จากเกือบแพ้ กลายเป็นชนะใน 3 นาที
ผู้ตัดสินทดเวลา 8 นาที และช่วงเวลานี้เองที่กลายเป็นไฮไลต์ของทัวร์นาเมนต์
- นาที 90+5 บูร์กินาฟาโซตีเสมอ 1-1 จากความชุลมุนในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ György Minoungou จะยิงเข้าไปปลุกความหวังให้ทีมกลับมา
- นาที 90+8 บูร์กินาฟาโซมาได้ประตูชัย 2-1 จากจังหวะเปิดเข้ามาในเขตโทษ ก่อนที่ Edmond Tapsoba จะโหม่งเข้าไป กลายเป็นการแซงชนะที่แทบไม่มีใครคาดว่าจะเกิดขึ้นในรูปแบบนี้
จากสถานการณ์ที่เหมือนจะ “แพ้ทั้งที่เหนือกว่า” กลับกลายเป็น “ชนะด้วยหัวใจ” ในเวลาไม่กี่นาที และทำให้ 3 แต้มนี้มีค่ามากกว่าแค่คะแนน เพราะมันคือการปลุกโมเมนตัม ความเชื่อ และบรรยากาศในทีมแบบทันทีทันใด
ผลลัพธ์ที่ได้มากกว่า 3 แต้ม
ชัยชนะนัดเปิดสนามในทัวร์นาเมนต์อย่าง AFCON มักส่งผลต่อความมั่นใจและการบริหารเกมในนัดต่อ ๆ ไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเป็นชัยชนะที่ต้อง “สู้กับความกดดัน” และต้อง “กลับมาจากการตามหลัง” แบบสุดทาง
สำหรับอิเควทอเรียลกินี นี่คือเกมที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาอุตส่าห์ป้องกันได้ดีแม้เหลือ 10 คน และยังขึ้นนำได้ก่อน แต่สุดท้ายความล้าและแรงกดดันช่วงท้าย ทำให้ปิดเกมไม่ลง
สรุป
เกมนี้คือบทพิสูจน์ว่า “ได้เปรียบตัวผู้เล่น” ไม่ได้การันตีชัยชนะ หากทีมยังขาดความเฉียบคมและไอเดียเจาะแนวรับลึก แต่ในเวลาเดียวกัน ก็เป็นบทพิสูจน์ของบูร์กินาฟาโซว่า พวกเขามีความอดทนและเชื่อมั่นมากพอจะกลับมาได้ แม้จะเหลือเวลาแทบไม่พอ—สองประตูช่วงทดเจ็บ คือหมัดน็อกที่เปลี่ยนความผิดหวังให้กลายเป็นคืนแห่งความทรงจำของ AFCON 2025
