BREAKING

วันที่แข่งขัน: 24-01-69
สนาม: เทิร์ฟ มัวร์
รายการ: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ที่มา: Premier League

สเปอร์สรอดพ้นความพ่ายแพ้แบบหวุดหวิดหลัง คริสเตียน โรเมโร ขึ้นโขกตีเสมอในนาที 90 ช่วยให้ทีมบุกแบ่งแต้มจากเบิร์นลีย์ด้วยสกอร์ 2-2 แม้จะได้แต้มกลับลอนดอน แต่ผลเสมอนัดนี้ยังทำให้ทัพไก่เดือยทอง “ไร้ชัยในพรีเมียร์ลีกตลอดปี 2026” ต่อไป ขณะที่เบิร์นลีย์ต้องเจ็บช้ำอีกครั้ง เมื่อสามแต้มที่เกือบอยู่ในมือถูกฉกไปในช่วงท้ายเกม 


ภาพรวมเกม

เกมที่เทิร์ฟ มัวร์เป็นภาพสะท้อนฤดูกาลของทั้งสองทีมอย่างชัดเจน—สเปอร์สมีช่วงที่คุมเกมได้และสร้างโอกาสจะแจ้ง แต่ยังปิดเกมไม่ลง ส่วนเบิร์นลีย์ในฐานะทีมหนีตกชั้น แสดงให้เห็นถึงพลังใจและความกล้าเล่น โดยเฉพาะในครึ่งหลังที่เร่งจังหวะจนเกือบได้ชัยชนะที่รอคอยมานาน 

สเปอร์สออกนำก่อนจากจังหวะจบสกอร์ของ มิกกี้ ฟาน เดอ เฟน นาที 38 ก่อนที่เบิร์นลีย์จะตีเสมอได้ทันทีช่วงท้ายครึ่งแรกจาก แอ็กเซล ตวนเซเบ้ ทำให้จบ 45 นาทีแรกที่ 1-1 และเปิดเกมครึ่งหลังให้ดุเดือดกว่าเดิม 


ไฮไลท์สำคัญ

  • นาที 38 | สเปอร์ส 0-1: ฟาน เดอ เฟนเติมขึ้นมาจบสกอร์ให้ทีมเยือนขึ้นนำ
  • ท้ายครึ่งแรก | 1-1: ตวนเซเบ้ซัดตีเสมอให้เจ้าถิ่นก่อนพักครึ่ง
  • นาที 76 | เบิร์นลีย์ 2-1: ไลล์ ฟอสเตอร์ ทำประตูให้เบิร์นลีย์แซงนำ จุดประกายเสียงเชียร์ทั้งสนาม
  • นาที 90 | 2-2: โรเมโรโขกตีเสมอ ช่วยสเปอร์สเซฟแต้มแบบสุดดราม่า 

ประตูของโรเมโรไม่ได้เป็นแค่ “ลูกตีเสมอ” แต่เป็นลูกที่ดับความหวังของเบิร์นลีย์ในการคว้าชัยชนะในลีกที่พวกเขารอคอยมาตั้งแต่เดือนตุลาคมอีกด้วย 


จุดเปลี่ยนเกม

จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ช่วงหลังเบิร์นลีย์ขึ้นนำ 2-1—เจ้าถิ่นเริ่มถอยลงมาป้องกันพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษมากขึ้น ขณะที่สเปอร์สเพิ่มจำนวนผู้เล่นในแดนบน และพยายามใช้บอลด้านข้างกับลูกตั้งเตะเพื่อกดดันต่อเนื่อง

เมื่อเกมเข้าสู่ช่วงท้าย ความต่างเล็ก ๆ ระหว่าง “การเคลียร์บอลให้ขาด” กับ “ปล่อยให้มีจังหวะสอง” กลายเป็นเรื่องชี้เป็นชี้ตาย และสเปอร์สใช้ช่วงเวลานั้นกดดันจนได้ประตู 2-2 ในที่สุด 


ผู้เล่นเด่น

คริสเตียน โรเมโร (สเปอร์ส)
จากกองหลังที่ต้องรับแรงปะทะตลอดเกม สู่ฮีโร่นาที 90—ลูกโขกของเขาไม่เพียงพาให้ทีมชนะ แต่มีค่ามหาศาลในแง่ “หยุดเลือด” ของทีมที่กำลังไร้ชัยในลีกปี 2026

ไลล์ ฟอสเตอร์ (เบิร์นลีย์)
ประตูแซงนำในนาที 76 ทำให้เทิร์ฟ มัวร์แทบระเบิด และเกือบเป็นประตูที่พาเบิร์นลีย์ปลดล็อกชัยชนะในลีกหลังรอมานาน ทว่าจบเกมกลับต้องกลายเป็นความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งนัด 

แอ็กเซล ตวนเซเบ้ (เบิร์นลีย์)
ประตูตีเสมอท้ายครึ่งแรกมีความหมายมาก เพราะทำให้เบิร์นลีย์ “กลับมาอยู่ในเกม” และเล่นครึ่งหลังด้วยความมั่นใจจนพลิกขึ้นนำได้จริง 


แท็กติกที่น่าสนใจ

สเปอร์สพยายามเร่งเกมผ่านบอลเร็วและการเติมจากแบ็ก/เซ็นเตอร์ที่พาบอลขึ้นหน้าเพื่อเพิ่มจำนวนผู้เล่นในพื้นที่สุดท้าย แต่ปัญหาคือการ “คุมจังหวะหลังขึ้นนำ” ยังไม่เฉียบพอ ทำให้เมื่อเสียประตูตีเสมอ เกมไหลไปอยู่ในโซนอันตรายหลายช่วง

ด้านเบิร์นลีย์เล่นด้วยแนวคิดชัดเจน: ป้องกันเป็นบล็อกแน่น รอโต้กลับ และใช้บอลยาว/ลูกสองให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นสูตรที่เกือบพาพวกเขาเก็บสามแต้มสำคัญในการหนีตกชั้นได้สำเร็จ 


สรุปหลังเกม

ผลเสมอ 2-2 ทำให้สเปอร์สยังต้องแบกรับความกดดันต่อเนื่อง เพราะสถิติ ยังไม่ชนะเกมลีกในปี 2026 ยืดต่อไป ขณะที่เบิร์นลีย์พลาดชัยชนะที่ควรได้ และยังต้องรอคอยสามแต้มในพรีเมียร์ลีกต่อไป—โดยเฉพาะเมื่อชัยชนะในลีกครั้งล่าสุดของพวกเขาย้อนกลับไปถึงเดือนตุลาคม 

สำหรับทั้งสองทีม นี่ไม่ใช่แค่ “แต้มเดียว” แต่คือแต้มที่มีผลต่อสภาพจิตใจโดยตรง: สเปอร์สรอดแพ้แต่ยังต้องหาคำตอบเรื่องการปิดเกม ส่วนเบิร์นลีย์ได้เห็นว่าทีมมีศักยภาพพอจะชนะ—เพียงแต่ต้องทำให้ดีจนวินาทีสุดท้าย