BREAKING

วันที่ข่าว: 12-01-69

ศึกคาราบาวคัพ 2025/26 เดินทางมาถึง “รอบรองชนะเลิศ” แบบเหย้า-เยือน ที่หลายคนยกให้เป็นช่วงเวลาตัดสินโมเมนตัมของฤดูกาล เพราะนอกจากจะได้ลุ้นถ้วยแรกของปีแล้ว ตารางแข่งยังชนกับโปรแกรมลีกและบอลถ้วยอื่นแบบแน่นเอี๊ยด ทำให้เลกแรกสัปดาห์นี้มีความหมายมากกว่าที่คิด

ไฮไลต์อยู่ที่ 2 คู่ใหญ่

  • แชมป์เก่า นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ปะทะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
  • เชลซี ดวล อาร์เซน่อล
    ซึ่งทั้งสองคู่ถูกวางคิวแข่งในสัปดาห์ที่เริ่ม 12 มกราคม 2026 ก่อนกลับไปชี้ขาดกันอีกครั้งในช่วงต้นกุมภาพันธ์

โปรแกรมคาราบาวคัพ รอบรองชนะเลิศ (เลกแรก)

1) นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้

  • แข่ง: อังคาร 13 ม.ค. 2026
  • เวลา: 20:00 น. (สหราชอาณาจักร) / 03:00 น. (ไทย) เช้าวันที่ 14 ม.ค.
  • สนาม: เซนต์ เจมส์ พาร์ก
    เกมนี้ถูกยืนยันทั้งวันแข่งและเวลาเตะเรียบร้อย โดยเป็นเลกแรกที่นิวคาสเซิลได้เล่นในบ้าน

2) เชลซี vs อาร์เซน่อล

  • แข่ง: พุธ 14 ม.ค. 2026
  • เวลา: 20:00 น. (สหราชอาณาจักร) / 03:00 น. (ไทย) เช้าวันที่ 15 ม.ค.
  • สนาม: สแตมฟอร์ด บริดจ์
    เลกแรกเป็นคิวของเชลซีเปิดบ้านก่อน โดยตาราง “Upcoming fixtures” ของการแข่งขันระบุวันและเวลาเตะไว้ชัดเจน

ทำไม “เลกแรก” ถึงสำคัญมากในระบบเหย้า-เยือน

รอบรองฯ คาราบาวคัพเล่น 2 นัดรวมผล (สกอร์รวมสองเลก) ทำให้เกมแรกไม่ใช่แค่ “ขอไม่แพ้” เสมอไป แต่เป็นการวางหมากเพื่อไปคุมเกมในเลกสองทันที โดยกติกาการตัดสินระบุว่า ถ้าสกอร์รวมเสมอกันหลังจบ 90 นาทีในเลกสอง จะต่อเวลาพิเศษ และหากยังเสมอจึงตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ

นั่นหมายความว่า “ยิงได้-เสียไม่ได้” ในเลกแรก ส่งผลต่อแผนรับ-รุกของเลกสองโดยตรง โดยเฉพาะเมื่อทีมต้องสลับไปเล่นนอกบ้านในนัดชี้ขาด


วิเคราะห์ก่อนเกม: นิวคาสเซิล vs แมนฯ ซิตี้

ภาพรวมความเดือด
คู่นี้คือการชนกันของแชมป์เก่าที่กำลังมั่นใจ กับทีมที่ขึ้นชื่อว่า “คุณภาพขุมกำลังลึก” และคุ้นเคยกับเกมใหญ่ตลอดทั้งฤดูกาล โดยเลกแรกที่เซนต์ เจมส์ พาร์ก มักขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศกดดันทีมเยือนแบบสุด ๆ

จุดชี้ขาดที่น่าจับตา

  • แรงกดดันจากเกมรับเจ้าบ้าน vs การคอนโทรลเกมของซิตี้: เลกแรกซิตี้มักต้องการคุมจังหวะให้เกม “นิ่ง” ที่สุด
  • รายละเอียดลูกตั้งเตะ: เกมน็อกเอาต์สองเลก รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างลูกนิ่ง/เตะมุม มักเปลี่ยนทิศทางของทั้งคู่ได้
  • เป้าหมายขั้นต่ำของแต่ละทีม: นิวคาสเซิลอยากได้ “สกอร์นำ” ติดมือก่อนบุกไปเลกสอง ขณะที่ซิตี้จะพยายามเลี่ยงความเสียหายและรักษาโอกาสกลับไปปิดจ็อบในบ้าน

วิเคราะห์ก่อนเกม: เชลซี vs อาร์เซน่อล

ศึกแห่งแท็กติกและจังหวะเกม
เชลซีได้เล่นในบ้านก่อน ทำให้โจทย์สำคัญคือ “ต้องคุมความเสี่ยง” ไม่เสียประตูง่าย ๆ ขณะเดียวกันอาร์เซน่อลที่ต้องไปเยือน จะเน้นความรัดกุมและหาจังหวะทำเกมสวนกลับหรือเล่นงานจากความผิดพลาดในแดนกลาง

สิ่งที่แฟนบอลควรโฟกัส

  • แดนกลางใครคุมเกมได้ก่อน: หากทีมใดตั้งเกมได้เร็ว จะบังคับให้คู่แข่งต้องถอยไปเล่นตามแผนที่ไม่ถนัด
  • การตัดสินใจในจังหวะสุดท้าย: รอบรองฯ มักมีพื้นที่น้อย โอกาสยิงชัด ๆ ไม่ได้มาบ่อย
  • ผลลัพธ์ที่ “พอดี” สำหรับเลกสอง: เชลซีอยากได้ชัยชนะโดยไม่เสียประตู ส่วนอาร์เซน่อลถ้าบุกมาได้ผลเสมอหรือแพ้สกอร์เดียว โอกาสกลับไปแก้ตัวในเลกสองยังเปิดกว้าง

เลกสองเตะเมื่อไหร่? เป้าหมายคือ “ตั๋วไปเวมบลีย์”

หลังเลกแรกจบ สองคู่จะกลับไปเตะเลกสองในช่วงต้นกุมภาพันธ์ (สัปดาห์เริ่ม 2 ก.พ. 2026) โดย อาร์เซน่อลพบเชลซี วันที่ 3 ก.พ. และ แมนฯ ซิตี้พบ นิวคาสเซิล วันที่ 4 ก.พ.

ผู้ชนะของแต่ละสายจะได้สิทธิ์ไปชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์ ซึ่งกำหนดวันแข่งไว้ที่ วันอาทิตย์ 22 มีนาคม 2026


สรุป

คาราบาวคัพเข้าสู่ช่วงที่เข้มข้นที่สุดของฤดูกาล และเลกแรกสัปดาห์นี้คือเกมที่ “ห้ามหลุด” สำหรับทั้งสี่ทีม เพราะสกอร์นัดแรกจะกำหนดแนวทางแท็กติกของเลกสองแบบชัดเจนทันที ไม่ว่าจะเป็น นิวคาสเซิลชนซิตี้ หรือ เชลซีดวลอาร์เซน่อล แฟนบอลเตรียมรับความเดือดได้เลย—เพราะนี่คือทางลัดสู่ถ้วยแชมป์และตั๋วไปเวมบลีย์