BREAKING

ที่มา: Reuters 

วันที่เผยแพร่: 17 ธันวาคม 2025

เชลซีได้ตั๋วสู่รอบรองชนะเลิศศึก คาราบาวคัพ (EFL Cup) หลังบุกชนะคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 3-1 ในเกมที่ต้องยอมรับว่า “ไม่ง่ายอย่างที่คิด” โดยจุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่การปรับหมากช่วงพักครึ่งและการส่งตัวสำรองลงมาเปลี่ยนจังหวะเกม จนท้ายที่สุดคุณภาพของทีมพรีเมียร์ลีกก็เป็นฝ่ายเฉือนชัยไปได้ 

เกมนี้แข่งท่ามกลางบรรยากาศสนามที่คึกคักและแฟนเจ้าถิ่นกดดันสุด ๆ โดยคาร์ดิฟฟ์ในฐานะทีมจากลีกระดับสาม (League One) ที่เป็น “ทีมเดียวที่ไม่ใช่พรีเมียร์ลีก” ที่เหลืออยู่ในรายการนี้ แสดงให้เห็นชัดว่าพวกเขาไม่ได้มาลองของ แต่มีแผนรับ-สวนกลับที่ทำให้เชลซีอึดอัดอยู่นาน 

ครึ่งแรก: คาร์ดิฟฟ์สู้ได้แบบมีทรง เชลซียังไม่ติดเครื่อง

ช่วง 45 นาทีแรก เกมของเชลซีดูไม่ไหลลื่นเท่าที่ควร จังหวะเข้าทำติด ๆ ขัด ๆ ขณะเดียวกันคาร์ดิฟฟ์เล่นอย่างมีวินัยและกล้าเพรสในบางจังหวะ ทำให้ภาพรวมครึ่งแรกเป็นเกมที่ใกล้เคียงกว่าที่หลายคนคาดหมาย โดยเจ้าถิ่นมีโอกาสลุ้นขึ้นนำจากจังหวะของ อิซาอัค เดวีส์ (Isaak Davies) ที่เกือบทำให้เชลซีงานเข้าได้ก่อน 

จุดเปลี่ยนที่ม้านั่ง: “เปลี่ยนตัวพักครึ่ง” แล้วเกมเริ่มเป็นของเชลซี

ไฮไลต์สำคัญของเกมคือการแก้เกมของ เอ็นโซ มาเรสก้า ที่ตัดสินใจขยับหมากช่วงพักครึ่ง ส่ง อเลฮานโดร การ์นาโช่ และ เจา เปโดร ลงสนาม ซึ่ง Reuters ชี้ชัดว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ “เปลี่ยนโมเมนตัมของเกม” ให้เชลซีเร่งจังหวะและสร้างโอกาสได้ถี่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 

การ์นาโช่เป็นคนปลดล็อกประตูแรกในนาที 57 ก่อนที่เกมจะเดือดขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อคาร์ดิฟฟ์ไม่ยอมง่าย ๆ และยังหาช่องกลับมาสู้ได้ตลอด 

ไทม์ไลน์ประตู: นำก่อน–โดนตีเสมอ–แล้วปิดเกมด้วยคุณภาพ

  • 0-1 การ์นาโช่ นาที 57: ตัวสำรองลงมาสร้างความแตกต่างทันที ช่วยให้เชลซีขึ้นนำและคุมเกมได้มากขึ้น
  • 1-1 เดวิด เทิร์นบูลล์ นาที 75: คาร์ดิฟฟ์ตีเสมอจากลูกโหม่งที่ปลุกสนามให้เดือดอีกครั้ง และทำให้เชลซีต้องกลับมา “ตั้งสติ” ใหม่
  • 1-2 เปโดร เนโต้: เชลซีได้ประตูนำอีกครั้งจากลูกยิงของเนโต้ที่มีจังหวะเปลี่ยนทาง ก่อนจะกลายเป็นประตูสำคัญที่ทำให้ทีมเยือนกลับมาคุมสถานการณ์ได้
  • 1-3 การ์นาโช่ (ทดเจ็บ): การ์นาโช่ปิดกล่องยิงประตูที่สองของตัวเองช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ย้ำให้เห็นว่า “ซูเปอร์ซับ” คือคำตอบของเกมนี้

คนเด่นของเกม: การ์นาโช่ “ตัวเปลี่ยนเกม” และ เจา เปโดร ที่ทำให้เกมรุกมีมิติ

หากจะเลือกคนที่อิมแพ็กต์ที่สุด เกมนี้ต้องยกให้ การ์นาโช่ ที่ลงมาแล้วทำ 2 ประตูทันที (ประตูแรกเป็นการปลดล็อกเกม ประตูท้ายคือการตอกฝาโลง) ขณะที่ เจา เปโดร ก็ถูกพูดถึงว่ามีส่วนช่วยยกระดับเกมรุกและการเชื่อมเกมในแดนหน้า ทำให้เชลซีมีทางเลือกมากกว่าครึ่งแรกอย่างชัดเจน 

ฝั่งคาร์ดิฟฟ์ แม้จบด้วยความพ่ายแพ้ แต่ภาพรวมได้รับคำชมเรื่องวินัยและความกล้าเล่น โดยเฉพาะบรรยากาศสนามที่ขายหมดและพลังแฟนบอลที่ทำให้ทีมพรีเมียร์ลีกต้องเจองานหนักจริง ๆ 

มาเรสก้าส่งสัญญาณ “พร้อมลุยต่อ” หลังผ่านคืนกดดัน

หลังเกม Reuters รายงานว่า มาเรสก้าแสดงความพอใจและพูดถึงความรู้สึกเชิงบวกกับเชลซี หลังทีมฝ่าความอึดอัดและเก็บชัยได้สำเร็จ โดยยังชื่นชมลูกทีมเรื่องความอดทนและความเป็นมืออาชีพในช่วงที่มีแรงกดดันรายล้อม 

เส้นทางถ้วยเริ่มชัด: เชลซีเข้ารอบรองฯ พร้อมรอผลคู่อื่น

ชัยชนะนัดนี้ทำให้เชลซีผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศทันที ขณะที่คู่อื่นในรอบก่อนรองฯ ยังมีเกมสำคัญอย่าง แมนฯ ซิตี้ พบ เบรนท์ฟอร์ด, นิวคาสเซิล พบ ฟูแล่ม และ อาร์เซนอล พบ คริสตัล พาเลซ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดภาพรวม “เส้นทางสู่แชมป์” ในช่วงถัดไป 

นอกจากนี้ Reuters ยังระบุว่าเชลซีมีคิวลงสนามต่อในพรีเมียร์ลีกพบ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นอีกเกมใหญ่ที่ท้าทายทันทีหลังผ่านเกมบอลถ้วยอันเข้มข้น 

สรุป

เชลซีอาจเริ่มเกมแบบไม่หวือหวา แต่สุดท้ายพิสูจน์ให้เห็นว่า “ขุมกำลังและการแก้เกม” คือสิ่งที่ช่วยพาทีมไปต่อ เมื่อ การ์นาโช่ และตัวสำรองอื่น ๆ ลงมาเปลี่ยนจังหวะจนทีมบุกชนะคาร์ดิฟฟ์ 3-1 ตีตั๋วสู่ รอบรองฯ คาราบาวคัพ ได้สำเร็จ พร้อมส่งสัญญาณว่าเส้นทางลุ้นถ้วยใบนี้ยังเปิดกว้างสำหรับพวกเขา