วันที่ข่าว: 1 มกราคม 2569 (2026)
ที่มา: Reuters
เชลซีสร้างแรงสั่นสะเทือนรับปีใหม่ เมื่อสโมสรประกาศแยกทางกับ เอ็นโซ มาเรสกา ในวันที่ 1 มกราคม 2569 (2026) หลังผลงานช่วงหลังแกว่งลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเกมลีกที่ชนะได้เพียง 1 นัดจาก 7 เกมหลังสุด จนบอร์ดบริหารมองว่าจำเป็นต้อง “รีเซ็ตทิศทางทีม” เพื่อพยุงเป้าหมายที่ยังเหลืออยู่ในฤดูกาลนี้
การตัดสินใจครั้งนี้ถูกมองว่า “ช็อก” ไม่ใช่แค่เพราะจังหวะเวลาในวันปีใหม่ แต่ยังเพราะมาเรสกาเคยได้รับคำชื่นชมจากช่วงที่ทีมทำผลงานดีและดูเหมือนกำลังจับจังหวะฟุตบอลของตัวเองได้ อย่างไรก็ตาม พรีเมียร์ลีกคือเวทีที่ความสม่ำเสมอเป็นตัวตัดสิน เมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้า ความกดดันจากตารางคะแนนและเป้าหมายระยะยาวย่อมบังคับให้สโมสรต้องขยับอย่างรวดเร็ว
ทำไมเชลซีต้อง “ตัดตอน” ตอนนี้
ตามรายงานที่อ้างอิงถ้อยแถลงของสโมสร การเปลี่ยนแปลงถูกอธิบายในกรอบว่า เชลซียังมี “เป้าหมายสำคัญ” ให้ไล่ล่าในหลายรายการ และการเปลี่ยนหัวหน้าผู้ฝึกสอนอาจเป็นทางเลือกที่เพิ่มโอกาสให้ทีมกลับมาเข้าที่เข้าทางได้เร็วที่สุด
ในทางฟุตบอล เหตุผลหลักหนีไม่พ้น “ผลการแข่งขัน” โดยเฉพาะช่วงที่ทีมสะดุดในลีกต่อเนื่องจนทำให้พื้นที่ลุ้นอันดับสูง ๆ สั่นคลอน และบอร์ดต้องตัดสินใจเพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้สถานการณ์ลากยาวจนกระทบทั้งแต้มและบรรยากาศในทีม
สถานการณ์ในตารางคะแนนและโมเมนตัมทีม
หลังเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงดังกล่าว เชลซีถูกระบุว่ารั้งอันดับ 5 ของตาราง และยังต้องเร่งเก็บแต้มเพื่อรักษาเป้าหมาย “พื้นที่ยุโรป/แชมเปียนส์ลีก” ให้ได้ (ข้อมูลล่าสุดในรายงานหลังเกมวันที่ 4 ม.ค. ที่เสมอแมนฯ ซิตี้)
อีกจุดที่สะท้อนความผันผวนคือ สภาพทีมต้องรับมือกับโปรแกรมถี่ในเดือนมกราคม และความเปลี่ยนแปลงบนม้านั่งสำรองมักส่งผลโดยตรงต่อทั้งระบบการเล่นและความมั่นใจของนักเตะ หาก “จูนไม่ติด” ในช่วง 2–3 นัดแรก ก็มีโอกาสลุกลามเป็นวิกฤตแต้มได้ทันที
ใครคุมทีมชั่วคราว และบรรยากาศหลังช็อกปีใหม่
หลังแยกทาง มาเรสกา เชลซีให้ คาลัม แม็คฟาร์เลน (Calum McFarlane) ซึ่งเป็นเฮดโค้ชทีมยู-21 ขึ้นมารับบทบาทกุนซือชั่วคราว โดยเจ้าตัวให้ภาพว่าเป็นช่วงเวลา “วุ่นวาย” และเกิดขึ้นรวดเร็วมาก แต่พยายามทำให้ทีมกลับมาโฟกัสกับเกมถัดไปทันที
แม็คฟาร์เลนยังย้ำความเป็นมืออาชีพและความร่วมมือในทีม โดยชื่นชมแกนนำอย่าง รีซ เจมส์ ที่ช่วยประคองกลุ่มในช่วงเปลี่ยนผ่าน ขณะเดียวกันนักเตะเองก็ยอมรับว่าเป็นสถานการณ์ที่ยาก แต่ต้อง “ยืนเป็นหนึ่งเดียว” และเดินหน้าต่อ
ปฏิกิริยาจากคนวงใน: กวาร์ดิโอลาชี้ เชลซีเสีย “กุนซือชั้นยอด”
ประเด็นที่ทำให้ข่าวนี้ดังไปทั่ว คือการที่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ออกมาพูดถึงอดีตผู้ช่วยของตนว่าเป็น “คนและโค้ชที่ยอดเยี่ยม” พร้อมมองว่าเชลซีต้องสูญเสียกุนซือที่มีคุณภาพจากการตัดสินใจของฝ่ายบริหาร
คำพูดของเป๊ปสะท้อนมุมมองที่น่าสนใจ: ในฟุตบอลระดับบน บางครั้ง “คุณภาพ” อาจไม่พอ หากผลลัพธ์ระยะสั้นไม่เป็นไปตาม KPI ของสโมสร โดยเฉพาะทีมที่ตั้งเป้าหมายสูงและลงทุนหนักอย่างเชลซี
เชลซีต้องรีบตอบ 3 โจทย์ใหญ่หลังเปลี่ยนกุนซือ
- ประคองผลการแข่งขันในโปรแกรมหนัก
ช่วงเปลี่ยนผ่าน หากทีมเสียแต้มต่อเนื่อง อันดับอาจไหลและกระทบความมั่นใจแบบลูกโซ่ - รักษาบรรยากาศในทีมและความชัดเจนของบทบาท
เมื่อหัวหน้าทีมเปลี่ยน นักเตะจะถามทันทีว่า “แผนคืออะไร” และ “ใครเป็นตัวหลัก” หากไม่มีความชัดเจน เกมรับ-เกมรุกมักหลุดง่าย - หากุนซือถาวรให้เร็ว แต่ต้อง “ใช่” มากกว่าคำว่า “ไว”
สโมสรต้องเลือกคนที่เข้ากับโครงสร้างและแนวทางระยะยาว ไม่อย่างนั้นการรีเซ็ตจะวนซ้ำ
สรุป
การแยกทางกับเอ็นโซ มาเรสกาในวันที่ 1 มกราคม 2569 คือการตัดสินใจที่สะท้อนความโหดของพรีเมียร์ลีกอย่างชัดเจน—เมื่อผลงานช่วงหลังไม่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะสถิติชนะเพียง 1 จาก 7 เกมลีกล่าสุด บอร์ดจึงเลือก “เปลี่ยนตอนนี้” เพื่อเพิ่มโอกาสให้ทีมกลับสู่เส้นทางเป้าหมายที่ยังมีให้ลุ้นในฤดูกาลนี้ พร้อมตั้งคาลัม แม็คฟาร์เลนคุมทีมชั่วคราวระหว่างเดินหน้าหากุนซือคนใหม่
