BREAKING

ที่มา: Reuters
วันที่ข่าว: 27-01-2569

เอฟเวอร์ตันเก็บแต้มที่มีน้ำหนักไม่น้อยในเกมที่โมเมนตัมแกว่งตลอด 90 นาที ก่อนไล่ตีเสมอลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 ได้สำเร็จจาก ธีแอร์โน แบร์รี ในนาทีที่ 76 ช่วยทีม “หยุดเลือด” หลังครึ่งแรกเล่นต่ำกว่ามาตรฐาน และยังเป็นการยืนยันว่าแนวรุกคนนี้กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจที่สุดของซีซันด้วยผลงานยิงต่อเนื่องในลีก. (Reuters)

เกมสองครึ่งที่คนละเรื่อง: ลีดส์คุมเกมก่อน เอฟเวอร์ตันคัมแบ็กทีหลัง

รูปเกมครึ่งแรกเป็นของลีดส์อย่างชัดเจน พวกเขาเพรสซิ่งได้เป็นระบบ ปิดทางขึ้นเกมตรงกลาง ทำให้เอฟเวอร์ตันต่อบอลไม่ถนัดและหลุดตำแหน่งง่าย จนเสียประตูขึ้นนำจาก เจมส์ จัสติน นาที 28 หลังโจมตีพื้นที่ด้านข้างได้ต่อเนื่อง. 

แต่หลังพักครึ่ง ภาพกลับเปลี่ยนไป เอฟเวอร์ตันเร่งสปีดเกมมากขึ้น กล้าเล่นบอลเร็วและเติมคนเข้าสู่พื้นที่สุดท้ายถี่กว่าเดิม จนสร้างโอกาสจบแบบ “มีลุ้นจริง” หลายครั้ง และสุดท้ายมาได้ประตูตีเสมอจากความเฉียบคมของแบร์รี.

ประตูตีเสมอที่สำคัญ: แบร์รีลงโทษความพลาดเพียงเสี้ยววินาที

จังหวะสำคัญที่สุดของเกมมาถึงในนาทีที่ 76 เมื่อเอฟเวอร์ตันบุกด้วยจังหวะที่ไหลลื่นขึ้นกว่าเดิม บอลถูกเปิด/จ่ายเข้าพื้นที่อันตรายก่อนที่ ธีแอร์โน แบร์รี จะจบสกอร์อย่างเยือกเย็นตีเสมอ 1-1 และยกระดับบรรยากาศในสนามให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง. 

ประตูนี้ไม่ใช่แค่ “ช่วยทีมรอดแพ้” แต่ยังสะท้อนว่าช่วงที่เอฟเวอร์ตันต้องการตัวจบสกอร์ที่ไว้ใจได้ แบร์รีเริ่มทำหน้าที่นั้นได้ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

สถิติที่บอกฟอร์ม: 4 ประตูจาก 5 เกมหลังสุด

แบร์รีกำลังอยู่ในช่วงร้อนแรง โดยสื่อรายงานตรงกันว่าเขายิง 4 ประตูจาก 5 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก และประตูใส่ลีดส์ครั้งนี้ก็เป็นอีกลูกที่ตอกย้ำความมั่นใจในพื้นที่สุดท้าย. 

ในเชิงแท็กติก “กองหน้าฟอร์มติด” มีผลมากกับทีมที่เกมรุกยังไม่ลื่นไหลตลอดทั้งนัด เพราะต่อให้ทีมต้องแก้เกมระหว่างทาง หากมีคนที่เปลี่ยนโอกาสครึ่งเดียวให้เป็นประตูได้ ก็ทำให้แต้มยังอยู่ในมือ

ปรับหมากของมอยส์: เปลี่ยนรูปทรงแล้วเกมไหลขึ้นทันที

จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่การแก้เกมของ เดวิด มอยส์ ที่ปรับแนวทางในครึ่งหลัง โดยมีรายงานว่าเอฟเวอร์ตันสลับไปใช้โครงสร้างที่รัดกุมขึ้น (เช่น 3 เซ็นเตอร์/หลังสาม) และเปลี่ยนตัวเพื่อเพิ่มพลังกับบอลจังหวะสอง ทำให้การไล่เพรสซิ่งและการเติมเกมริมเส้นมีประสิทธิภาพกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด. 

เมื่อเอฟเวอร์ตันดันจังหวะเพรสซิ่งสูงขึ้น ลีดส์เริ่มเล่นยากขึ้นตามลำดับ เกมที่เคยถูกบังคับให้ช้ากลับกลายเป็นเกมที่เจ้าถิ่นคุมโซนได้มากกว่า และโอกาสจบก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

เกือบแซงชนะด้วยซ้ำ: จุดที่ทำให้แฟนทอฟฟี่ส์ยังเสียดาย

หลังตีเสมอได้ เอฟเวอร์ตันยังมีจังหวะเฉียดประตูชัย โดยเฉพาะช็อตที่ อิดริสซา เกย์ ซัดไปชนคาน ทำให้เกมนี้จบด้วยการแบ่งแต้มทั้งที่ครึ่งหลังเจ้าถิ่นโมเมนตัมมาเต็ม. 

มุมหนึ่งนี่คือสัญญาณบวก—เพราะทีมสร้างโอกาสชัดขึ้นและกดดันคู่แข่งได้จริง แต่อีกมุมก็สะท้อนโจทย์เดิมว่าเอฟเวอร์ตันยังต้อง “คมกว่านี้” หากต้องการเปลี่ยน 1 แต้มให้เป็น 3 แต้มในเกมที่สูสี

ตารางคะแนนและความหมายของแต้มนี้

ผลเสมอนัดนี้ช่วยให้เอฟเวอร์ตันขยับขึ้นไปอยู่แถวกลางตาราง (รายงานระบุขึ้นมาอยู่ อันดับ 10 มี 33 แต้มจาก 23 นัด) ขณะที่ลีดส์ยังต้องดิ้นรนต่อในการหนีโซนอันตราย โดยมีแต้มเหนือโซนตกชั้นอยู่ระดับหนึ่งและทุกคะแนนถือว่ามีค่ามาก. 

สำหรับเอฟเวอร์ตัน แต้มนี้ช่วย “ยึดโมเมนตัมทีม” ได้ดี เพราะอย่างน้อยครึ่งหลังทำให้เห็นทิศทางที่ถูกต้อง ทั้งความเข้มข้น การปรับจังหวะบุก และการมีผู้เล่นที่ปิดสกอร์ได้ในช่วงเวลาสำคัญ

สรุปหลังเกม

เอฟเวอร์ตันอาจเริ่มเกมได้ไม่น่าประทับใจและโดนลีดส์คุมเกมในครึ่งแรก แต่การแก้เกมหลังพักครึ่งทำให้ภาพรวมกลับตาลปัตร ก่อนจะได้ ธีแอร์โน แบร์รี มายิงตีเสมอ 1-1 ในนาที 76 เก็บแต้มสำคัญและส่งสัญญาณบวกว่าทีมเริ่มหาจังหวะที่ใช่ของตัวเองเจอในครึ่งหลัง