วันที่แข่งขัน: 11-01-69
สนาม: Swansea.com Stadium
ผลการแข่งขัน: สวอนซี ซิตี้ 2-2 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน (ต่อเวลา) / สวอนซีแพ้จุดโทษ 5-6
ที่มาไฮไลท์: สรุปเหตุการณ์จากคลิปไฮไลท์หลังเกม

ภาพรวมการแข่งขัน
เกมเอฟเอคัพรอบนี้ออกมา “สูสีและพลิกไปมา” สวอนซีครองบอลมากกว่า พยายามต่อเกมจากแดนกลางและโจมตีริมเส้น ส่วนเวสต์บรอมเน้นยืนทรงรับให้แน่น แล้วรอฉกจังหวะสวนกลับแบบคม ๆ จนสุดท้ายต้องตัดสินกันด้วยการดวลจุดโทษ หลังสู้กันถึง 120 นาทีแบบไม่มีใครยอมใคร
ไฮไลท์สำคัญ
- ครึ่งแรกยังไม่มีสกอร์ ทั้งสองทีมจบสกอร์ไม่เด็ดขาดพอในจังหวะสุดท้าย
- ครึ่งหลังสวอนซีปลดล็อกจาก อีอม จี-ซอง นาที 48 ขึ้นนำ 1-0 และได้โมเมนตัมจากเสียงเชียร์ในบ้าน
- เวสต์บรอมตอบโต้เร็ว ตีเสมอ 1-1 จาก จอช มายา นาที 53 ทำให้เกมกลับมาเปิดหน้าแลกกันมากขึ้น
- ช่วงต่อเวลา เวสต์บรอมแซงนำ 2-1 จาก เจ็ด วอลเลซ นาที 108 เหมือนจะปิดจ๊อบได้แล้ว
- แต่สวอนซีไม่ยอม ไล่ตีเสมอ 2-2 จาก เซย์ดาน อินูซซา นาที 112 ยื้อเกมไปถึงการดวลจุดโทษ
- ดวลเป้าจบด้วยความระทึก เวสต์บรอมยิงได้เฉียบกว่า เอาชนะไป 6-5 ส่งสวอนซีตกรอบ
จุดเปลี่ยนเกม
จุดเปลี่ยนอยู่ที่ “ช่วงต่อเวลา” เมื่อเวสต์บรอมได้ประตูขึ้นนำก่อน ทำให้รูปเกมบีบให้สวอนซีต้องเร่งเกมและเสี่ยงมากขึ้น ทว่าการตอบสนองของสวอนซีหลังเสียประตูถือว่ายอดเยี่ยม เพราะยังคุมสติและหาช่องเจาะจนตีเสมอได้ทัน ส่งผลให้ความกดดันย้ายไปอยู่ที่การดวลจุดโทษเต็ม ๆ
ผู้เล่นเด่น
- อีอม จี-ซอง (สวอนซี): เติมเกมรุกดี มีจังหวะจบที่เปลี่ยนเกมให้ทีมได้เปรียบก่อน
- จอช มายา (เวสต์บรอม): ประตูตีเสมอสำคัญ ช่วยให้ทีมกลับเข้าสู่เกมอย่างรวดเร็ว
- เจ็ด วอลเลซ (เวสต์บรอม): ประตูในช่วงต่อเวลาเพิ่มความได้เปรียบและทำให้เกมเปลี่ยนหน้า
- เซย์ดาน อินูซซา (สวอนซี): ประตูตีเสมอ 2-2 ช่วงท้ายต่อเวลา ทำให้ทีมยังมีลุ้นต่อจนถึงดวลเป้า
แท็กติก
สวอนซีพยายามเล่นเกมรุกแบบค่อยเป็นค่อยไป ใช้การครองบอลและการสอดขึ้นของผู้เล่นแนวรุกเพื่อสร้างโอกาส ขณะที่เวสต์บรอมวางแผนรับลึกเป็นระเบียบ ตัดการจ่ายบอลเข้าพื้นที่อันตราย แล้วใช้เกมสวนกลับที่เน้นจังหวะสุดท้ายให้คมที่สุด ภาพรวมคือเกมที่ “รายละเอียดเล็ก ๆ” อย่างความคมในช่วงสำคัญ และความนิ่งในช่วงดวลเป้า เป็นตัวตัดสินผลลัพธ์
สรุปหลังเกม
สวอนซีแสดงหัวใจนักสู้ ไล่ตีเสมอได้ในช่วงต่อเวลา แต่สุดท้ายพลาดในช่วงดวลจุดโทษ ส่วนเวสต์บรอมผ่านเข้ารอบต่อไปจากความเฉียบคมและความนิ่งในช่วงตัดสิน ถือเป็นหนึ่งในเกมที่ดราม่าที่สุดของรอบนี้
