BREAKING

ศึก Emirates FA Cup รอบ 3 กลับมาแล้ว และนี่คือรอบที่แฟนบอลทั่วโลกเฝ้ารอทุกปี เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทีมพรีเมียร์ลีก “ทยอยลงสนามครบ” เจอกับทีมจากลีกอื่น ๆ พร้อมโอกาสเห็น ม้ามืดล้มยักษ์ ได้เสมอ โดยโปรแกรมรอบนี้จะลงเตะครบ 32 คู่ ในช่วง ศุกร์ 9 ถึงจันทร์ 12 มกราคม 2026 ตามตารางที่สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (The FA) ยืนยันอย่างเป็นทางการ 

ทำไมรอบ 3 ถึงพิเศษกว่ารอบอื่น

  1. ทีมใหญ่เข้ามาครบ
    รอบ 3 คือรอบที่เกมเข้มข้นขึ้นทันที เพราะทีมระดับท็อปต้องลงเล่นภายใต้ความกดดัน “แพ้คือกลับบ้าน” แถมหลายทีมต้องคิดเรื่องโรเตชันในช่วงโปรแกรมถี่
  2. น็อกเอาต์เกมเดียวจบ ไม่มีรีเพลย์
    ยุคนี้ FA Cup ในรอบ “Competition Proper” ถูกปรับให้ ไม่มีรีเพลย์ตั้งแต่รอบแรก proper เป็นต้นไป เพื่อแก้ปัญหาโปรแกรมแน่น
    ดังนั้นภาพจำแบบ “เสมอแล้วไปเตะใหม่” แทบไม่เหลือแล้ว—เกมที่จบเสมอจะต้องหาผู้ชนะในวันนั้น (ต่อเวลา/จุดโทษตามระเบียบการแข่งขัน) ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกพูดถึงชัดเจนหลังการยกเลิกรีเพลย์และการแข่งขันถูกเล่นให้รู้ผลในวันเดียว

กำหนดการแข่ง 9–12 ม.ค. 2026 (พร้อมคู่ไฮไลท์)

The FA ระบุว่าตารางแข่งรอบ 3 ถูกจัดกระจายตั้งแต่ คืนวันศุกร์ถึงคืนวันจันทร์ และมีถึง 22 แมตช์ที่รับชมสดได้ ตามรายละเอียดการถ่ายทอด 

คืนวันศุกร์ (9 ม.ค.) เปิดหัว 4 คู่

เริ่มด้วยชุดเกมเวลา 19:30 (GMT) เช่น Wrexham vs Nottingham Forest เป็นหนึ่งในคู่ที่คนจับตา เพราะออร่าม้ามืดชนทีมลีกสูงสุดมักมีอะไรให้ลุ้นเสมอ 

วันเสาร์ (10 ม.ค.) “วันรวมทีมพรีเมียร์ลีก”

ไฮไลท์ที่แฟนบอลพูดถึงมาก ได้แก่

  • Tottenham vs Aston Villa เกมระดับบิ๊กแมตช์ที่มีประวัติ “เข้มตั้งแต่รอบ 3”
  • Newcastle vs Bournemouth เกมพรีเมียร์ลีกชนกันเองตั้งแต่รอบนี้
  • Manchester City vs Exeter City โจทย์สำคัญคือ “โรเตชันแต่ห้ามพลาด”
  • Macclesfield vs Crystal Palace คู่ที่ชวนลุ้นในแง่แรงฮึดทีมรองและความนิ่งของทีมใหญ่

วันอาทิตย์ (11 ม.ค.) อัดแน่นคู่เดือด

  • Manchester United vs Brighton ถือเป็นคู่ที่มีเรื่องเล่าก่อนเกมและสถิติที่ถูกหยิบมาพูดถึงเยอะ
  • Portsmouth vs Arsenal อีกคู่ที่ชัดเจนว่าทีมใหญ่ต้องระวังเกมเยือนสนามบรรยากาศเดือด

คืนวันจันทร์ (12 ม.ค.) ปิดรอบด้วยคู่เดียว

  • Liverpool vs Barnsley เป็นแมตช์ปิดท้ายของรอบ 3 และ The FA ยังระบุว่า การจับสลากรอบ 4 จะถูกจัดก่อนเกมนี้ด้วย

หมายเหตุเวลา: ตารางของ The FA ระบุเป็น GMT ถ้าแฟนบอลไทยอยากเทียบเวลาไทย ให้บวก 7 ชั่วโมง (เช่น 19:30 GMT = 02:30 เวลาไทยของวันถัดไป)

“สถิติก่อนเกม” ที่ช่วยทำคอนเทนต์ได้สนุกขึ้น

The FA รวบรวมสถิติ/เกร็ดก่อนเกมไว้หลายคู่ ช่วยต่อยอดเป็นบทความพรีวิวได้ง่าย เช่น

  • Tottenham มีสถิติผ่านรอบ 3 บ่อยมากในช่วงหลายฤดูกาลหลัง ๆ (แนว “ทีมใหญ่ไม่ค่อยพลาดรอบนี้”)
  • Wrexham มีโมเมนตัมการล้มทีมจากดิวิชันสูงกว่าในรอบ 3 ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้เกมกับ Forest ถูกมองว่า “มีสิทธิ์พลิก”
  • หลายคู่เป็น “เจอกันครั้งแรกในเอฟเอคัพ” หรือเจอกันไม่บ่อย ทำให้เพิ่มความสดใหม่ของเนื้อหาได้

เรื่องถ่ายทอดสด + เงินสนับสนุนที่ทีมได้

The FA ยืนยันว่าในรอบ 3 นี้มีแมตช์ที่รับชมสดได้จำนวนมาก และยังมีรายละเอียดด้าน “เงินสนับสนุน/ค่าถ่ายทอด” ที่เป็นประเด็นสำคัญในเชิงโครงสร้างฟุตบอลด้วย โดย

  • ทุกสโมสรทั้ง 64 ทีม จะได้รับเงินจากกองทุนรางวัลสำหรับผลแพ้/ชนะ
  • และเกมที่ถูกเลือกถ่ายทอดจะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมแตกต่างกันตามรูปแบบการออกอากาศ

สรุป

เอฟเอคัพรอบ 3 คือช่วงเวลาที่ “ฟุตบอลอังกฤษสนุกที่สุดช่วงหนึ่งของปี” เพราะมีครบทั้งเกมทีมใหญ่, เกมดาร์บี/ทีมพรีเมียร์ลีกชนกันเอง และเกมที่ทีมรองบุกมาใส่สุดเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ โดยปีนี้เตะครบ 32 คู่ ระหว่าง 9–12 มกราคม 2026 และเป็นระบบน็อกเอาต์ที่ความผิดพลาดครั้งเดียวอาจพาทีมใหญ่ร่วงได้ทันที