BREAKING

วันที่แข่งขัน: 21-01-69
สนาม: Estádio José Alvalade
ผลการแข่งขัน: สปอร์ติง 2-1 เปแอสเช
ผู้ทำประตู: หลุยส์ ซัวเรซ 74’, 90’ | ควิชา ควารัตสเคเลีย 78’
ที่มาไฮไลท์: ไฮไลท์ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2025/26

ภาพรวมการแข่งขัน

เกมลีกเฟส นัดที่ 7 คู่นี้เดินเรื่องแบบ “ช้าแต่หนัก” ในช่วงแรก ทั้งสองทีมระวังตัวสูง จังหวะเข้าทำมีแต่ไม่ปล่อยให้หลุดง่าย เปแอสเชเป็นฝ่ายคุมบอลมากกว่าและพยายามเจาะด้วยการต่อบอลสั้นเข้ากลาง ขณะที่สปอร์ติงวางบล็อกแน่น รอจังหวะสวนกลับและเล่นให้เกมอยู่ในพื้นที่ที่ตัวเองควบคุมได้

ความต่างเริ่มชัดในครึ่งหลัง เมื่อสปอร์ติงยกระดับความกล้าในการไล่บีบและพาบอลขึ้นหน้าตรงขึ้น ทำให้เกมจากที่เป็นการชิงจังหวะ กลายเป็นการวัด “ความคม” ในพื้นที่สุดท้าย และนั่นคือจุดที่เจ้าบ้านทำได้เฉียบกว่าพอดีในช่วงเวลาสำคัญ


ไฮไลท์สำคัญ

  • สปอร์ติงเปลี่ยนสปีดเกมได้ถูกจังหวะ: ครึ่งแรกเน้นรัดกุม ครึ่งหลังเริ่มชนะการดวลกลางสนามและเก็บบอลจังหวะสองได้มากขึ้น ทำให้มีคลื่นบุกต่อเนื่อง
  • ประตูนำ 1-0 (74’): หลุยส์ ซัวเรซจบสกอร์ได้คมในจังหวะที่แนวรับเปแอสเชเริ่มเสียระยะห่าง เป็นประตูที่สะท้อนว่าการเติมเกมของสปอร์ติง “มาถูกเวลา”
  • เปแอสเชตีเสมอเร็ว 1-1 (78’): ควิชา ควารัตสเคเลียลงมาเปลี่ยนความเร็วเกมรุกทันที จังหวะยิงเป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาด ทำให้โมเมนตัมกลับมาเป็นของทีมเยือนในพริบตา
  • ประตูชัย 2-1 (90’): ซัวเรซปิดบัญชีช่วงท้ายจากจังหวะต่อเนื่องหน้าปากประตู บทสรุปของเกมที่ตัดสินกันด้วยความนิ่งและการยืนตำแหน่งในวินาทีสุดท้าย

จุดเปลี่ยนเกม

จุดเปลี่ยนจริง ๆ อยู่หลังสปอร์ติงขึ้นนำไม่นาน แม้เปแอสเชจะตีเสมอได้อย่างรวดเร็ว แต่การเสียประตูแรกทำให้ทีมเยือนต้องเปิดเกมมากขึ้น พอเกมเปิด พื้นที่ด้านหลังไลน์รับก็เริ่มมีให้เล่น และสปอร์ติงอ่านตรงนี้ได้ดี—ไม่เร่งพร่ำเพรื่อ แต่รอจังหวะที่แนวรับหลุดระยะแล้วค่อยกดให้สุด

อีกจุดคือช่วงท้ายเกมเรื่อง “สมาธิในรายละเอียด” ลูกที่ดูเหมือนเคลียร์ได้ กลับกลายเป็นจังหวะอันตรายเมื่อการประกบหลุดแค่เสี้ยววินาที และสปอร์ติงลงโทษได้ทันที


ผู้เล่นเด่น

  • หลุยส์ ซัวเรซ (Sporting): สองประตูคือคำตอบทั้งหมด เขาไม่ได้เด่นแค่การจบ แต่เด่นที่การเลือกตำแหน่งและความนิ่งในจังหวะที่บอลเด้งบอลชุลมุน—กองหน้าที่ “อยู่ถูกที่” ในเวลาที่ทีมต้องการ
  • ควิชา ควารัตสเคเลีย (PSG): ลงมาแล้วเพิ่มความอันตรายทันที ทั้งการลากกินตัว การเร่งจังหวะ และการจบสกอร์ที่เฉียบ เป็นคนที่ทำให้เปแอสเชกลับมาอยู่ในเกม
  • แนวรับสปอร์ติง: เกมรับมีวินัย อ่านเกมดี ยอมให้ครองบอลได้แต่ไม่ยอมให้เข้าพื้นที่อันตรายง่าย ๆ ทำให้เปแอสเชต้องพยายามยิง/แทงในจังหวะยากหลายครั้ง

แท็กติก

สปอร์ติง:
เน้นบล็อกกลาง-ต่ำที่แน่น คุมช่องกลางให้เปแอสเชต้องไปเล่นกว้าง เมื่อแย่งบอลได้จะเล่นตรงและเร็วขึ้นในครึ่งหลัง จุดสำคัญคือการเพิ่มความดุดันในการเพรสช่วงกลางสนาม จนเริ่มชนะบอลสองและได้บุกซ้ำ

เปแอสเช:
ครองบอลและพยายามเจาะด้วยการต่อบอลสั้น ใช้ผู้เล่นเทคนิคสูงดึงตัวประกบเพื่อสร้างช่อง แต่เมื่อเจาะไม่เข้า จังหวะสุดท้ายเริ่มต้องเสี่ยงมากขึ้น พอเกมเปิดจึงโดนโต้กลับง่ายขึ้น และเสียสมาธิในช่วงท้ายที่กลายเป็นประตูตัดสินเกม


สรุปหลังเกม

สปอร์ติงชนะเปแอสเช 2-1 ในเกมที่วัดกันด้วยความคมและสมาธิช่วงท้าย หลุยส์ ซัวเรซกลายเป็นฮีโร่ด้วยสองประตู โดยเฉพาะลูกปิดเกมนาที 90 ที่ทำให้เกมที่เหมือนจะจบเสมอ กลายเป็นชัยชนะสุดดราม่าของเจ้าบ้าน ส่วนเปแอสเชแม้จะมีช่วงที่กลับมาได้จากประตูของควารัตสเคเลีย แต่สุดท้ายพลาดในรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ฟุตบอลระดับนี้ไม่ให้อภัย