วันที่แข่งขัน: 21-01-69
สนาม: Tottenham Hotspur Stadium
ผลการแข่งขัน: สเปอร์ส 2-0 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
ผู้ทำประตู: คริสเตียน โรเมโร 14’ | โดมินิก โซลันกี้ 37’
ใบแดง: ดาเนียล สเวนส์สัน 26’
[Highlight] UEFA Champions League : สเปอร์ส vs ดอร์ทมุนด์ (21-01-69)
วันที่แข่งขัน: 21-01-69
สนาม: Tottenham Hotspur Stadium
ผลการแข่งขัน: สเปอร์ส 2-0 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
ผู้ทำประตู: คริสเตียน โรเมโร 14’ | โดมินิก โซลันกี้ 37’
ใบแดง: ดาเนียล สเวนส์สัน 26’
ภาพรวมการแข่งขัน
เกมนี้เป็นคืนที่สเปอร์ส “คุมโทนได้ตั้งแต่ต้น” ด้วยจังหวะเพรสที่กล้าและชัดเจน เล่นบอลเร็วในพื้นที่สุดท้ายจนแนวรับดอร์ทมุนด์ตั้งทรงไม่ทัน หลายจังหวะของเจ้าบ้านไม่ได้หวือหวาเกินเหตุ แต่เน้นทำให้จบในพื้นที่อันตรายให้ได้จริง ๆ
ดอร์ทมุนด์พยายามประคองเกมด้วยการครองบอลและหาช่องจากด้านข้าง ทว่าพอเสียประตูเร็ว แถมต้องเหลือ 10 คนตั้งแต่กลางครึ่งแรก แผนทั้งหมดแทบถูกบังคับให้เล่นแบบ “เอาตัวรอด” มากกว่าบุกเอาคืน ทำให้ภาพรวมทั้งเกมไหลเข้าทางสเปอร์สอย่างต่อเนื่อง
ไฮไลท์สำคัญ
- ประตูนำ 1-0 (14’): โรเมโรเติมเข้ามาในจังหวะเซตพีซและจบสกอร์ระยะเผาขนแบบเฉียบขาด เป็นประตูที่ทำให้เจ้าบ้านได้ความมั่นใจทันที
- ใบแดงที่เปลี่ยนเกม (26’): สเวนส์สันโดนไล่ออก ทำให้ดอร์ทมุนด์ต้องถอยบล็อกลึกและลดจำนวนคนในเกมรุก สเปอร์สจึงยิ่งกล้าเติมและบุกซ้ำได้ง่ายขึ้น
- ปิดครึ่งแรกแบบได้เปรียบ (37’): โซลันกี้ซ้ำจ่อ ๆ เป็น 2-0 จากจังหวะบอลเข้าพื้นที่อันตรายที่ต่อเนื่อง ช่วยให้สเปอร์สเข้าสู่ครึ่งหลังด้วยสถานการณ์ที่ “คุมได้หมด”
จุดเปลี่ยนเกม
แม้สเปอร์สจะเริ่มได้ดีกว่าอยู่แล้ว แต่จุดที่ทำให้เกมเอนข้างชัดเจนคือ ช่วง 10 นาทีหลังใบแดง เพราะจากเดิมดอร์ทมุนด์ยังพอมีจังหวะยื้อและตั้งเกมได้ กลายเป็นต้องจัดระเบียบเกมรับใหม่แบบเร่งด่วน ช่องว่างระหว่างไลน์เริ่มเกิด และสเปอร์สใช้จังหวะนั้นเร่งเกมจนได้ประตูที่สอง
จากนั้นเกมกลายเป็นเรื่องของการบริหารความเสี่ยง สเปอร์สไม่จำเป็นต้องไล่แลกทุกจังหวะ ขอแค่ไม่เปิดพื้นที่สวนกลับ และคุมเกมให้ไหลไปตามที่ต้องการ ซึ่งพวกเขาทำได้เนียนมาก
ผู้เล่นเด่น
- คริสเตียน โรเมโร: ไม่ใช่แค่ยิงประตูนำ แต่ยังคุมเกมรับด้วยการอ่านบอลแรกและการดันไลน์ประคองจังหวะ ยิ่งเมื่อคู่แข่งเหลือ 10 คน ความนิ่งของเขายิ่งทำให้ทีมไม่หลุดทรง
- โดมินิก โซลันกี้: ยืนตำแหน่งดีและ “อยู่ถูกที่ถูกเวลา” ในจังหวะที่ต้องการคนปิดงาน ประตูของเขาคือหมัดที่ทำให้เกมขาดตั้งแต่ครึ่งแรก
- เกมริมเส้นของสเปอร์ส: จังหวะเติมและการใส่บอลเข้ากรอบเขตโทษมีคุณภาพ ทำให้ดอร์ทมุนด์ต้องหันหน้าเข้าประตูตลอด และคุมพื้นที่ในกรอบได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
แท็กติก
สเปอร์ส:
เริ่มเกมด้วยความเข้มข้น เน้นเพรสสูงและโจมตีเร็วเมื่อแย่งบอลได้ จุดเด่นคือการพาบอลเข้า “พื้นที่ครึ่งช่อง” แล้วจ่ายตัดสินใจให้ไว พอได้ตัวผู้เล่นมากกว่า จึงปรับเป็นคุมจังหวะ ลดความเสี่ยง แต่ยังคงคุณภาพในการเข้าพื้นที่สุดท้าย
ดอร์ทมุนด์:
หลังใบแดงต้องลดความทะเยอทะยานในเกมรุกลงชัดเจน เปลี่ยนเป็นบล็อกต่ำและหวังจังหวะสวนกลับ/บอลตั้งเตะมากกว่า แต่เมื่อสเปอร์สคุมเกมด้วยสกอร์นำ 2 ลูก ทำให้โอกาสกลับมาน้อยลง และต้องเล่นในรูปแบบที่ไม่ถนัดตลอดครึ่งหลัง
สรุปหลังเกม
สเปอร์สชนะดอร์ทมุนด์ 2-0 จากครึ่งแรกที่เฉียบคมทั้งการเริ่มเกมและการปิดงาน โรเมโรยิงนำเร็ว ก่อนโซลันกี้ซ้ำให้สกอร์ขาด ขณะที่ใบแดงนาที 26 ยิ่งทำให้เกมเข้าทางเจ้าบ้านแบบเต็ม ๆ สุดท้ายเป็นชัยชนะที่ไม่ต้องหวือหวา แต่ “มืออาชีพ” และคุมสถานการณ์ได้ตั้งแต่นาทีแรกจนจบ
