ที่มา: Reuters
วันที่แข่งขัน: 4 กราคม 2026
สนาม: ซาน ซิโร่ (ซาน ซิโร่/จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า), มิลาน
อินเตอร์ มิลานขยับกลับขึ้นไปยืน “หัวแถว” ของเซเรีย อา ได้สำเร็จ หลังเปิดบ้านเอาชนะโบโลญญ่า 3-1 ในเกมที่ภาพรวมคุมจังหวะได้เหนือกว่า โดยเฉพาะการบุกกดดันต่อเนื่องตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนเร่งเครื่องในครึ่งหลังและปิดจ๊อบด้วยประตูที่สามแบบชัดเจน ชัยชนะนัดนี้ทำให้การแข่งขันลุ้นแชมป์ยิ่งดุเดือดขึ้น เพราะแต้มบนหัวตารางเบียดกันมากและมีโอกาสสลับตำแหน่งกันได้แทบทุกสัปดาห์
จากรายงานการแข่งขัน อินเตอร์สร้างโอกาสบุกอย่างต่อเนื่อง แต่ถูกผู้รักษาประตูของโบโลญญ่าเซฟช่วยไว้หลายครั้งในครึ่งแรก กระทั่งช่วงท้ายครึ่งแรก “เลาตาโร่ มาร์ติเนซ” จ่ายให้ “ปิโอเตอร์ ซีลินสกี้” เข้าชาร์จเป็นประตูปลดล็อก แล้วอินเตอร์มาได้ประตูหนีห่างตั้งแต่ต้นครึ่งหลังจากมาร์ติเนซ ก่อนปิดกล่องด้วยมาร์คุส ตูราม ขณะที่โบโลญญ่าตีไข่แตกช่วงท้ายจากซานติอาโก้ คาสโตร แต่ไม่ทันการณ์
ภาพรวมการแข่งขัน
รูปเกมช่วงครึ่งแรกเป็นภาพที่อินเตอร์เดินหน้ากดดันแบบ “คุมพื้นที่” ได้มากกว่า ทั้งการขึ้นเกมจากแดนกลาง การเติมเกมด้านข้าง และการเข้าพื้นที่สุดท้ายด้วยจำนวนผู้เล่นที่มากพอให้มีตัวเลือกจบสกอร์หลากหลาย อย่างไรก็ตาม โบโลญญ่าไม่ได้ถอยตั้งรับจนเสียรูปทั้งหมด พวกเขาพยายามยืนโซนให้แน่นและรอจังหวะสวนกลับ แต่ในแง่จำนวนโอกาสและความต่อเนื่อง อินเตอร์ชัดเจนว่าทำได้ดีกว่า
สิ่งที่ทำให้เกมครึ่งแรกยังไม่ขาด คือการเซฟหลายครั้งของผู้รักษาประตูโบโลญญ่า “เฟเดริโก้ ราวาเกลีย” ที่ช่วยปัดจังหวะอันตรายและลดความเสียหายให้ทีมเยือนไว้ได้มาก แม้จะถูกกดอยู่เป็นช่วง ๆ ก็ตาม
ไฮไลท์สำคัญ
- ปลดล็อกก่อนพักครึ่ง: เลาตาโร่ มาร์ติเนซทำหน้าที่ “คนเชื่อมเกมรุก” ได้เด่นในจังหวะสำคัญ ก่อนจ่ายให้ ปิโอเตอร์ ซีลินสกี้ จบสกอร์เป็นประตูขึ้นนำช่วงท้ายครึ่งแรก ช่วยให้อินเตอร์ได้ความมั่นใจก่อนกลับมาลุยต่อในครึ่งหลัง
- ต้นครึ่งหลังหนีห่าง: อินเตอร์ออกสตาร์ทครึ่งหลังแบบดุดัน และมาได้ประตูเพิ่มจาก เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ที่เข้าทำจากลูกเตะมุม ขยับสกอร์เป็น 2-0 ทำให้เกมเริ่มเข้าทาง “แผนคุมเกม” อย่างชัดเจน
- ปิดกล่องด้วยตูราม: ช่วงท้ายเกมอินเตอร์ยังมีแรงบุกต่อ และมาได้ประตูที่สามจาก มาร์คุส ตูราม ทำให้สถานการณ์แทบไม่เปิดโอกาสให้โบโลญญ่ากลับมา
- โบโลญญ่าได้ปลอบใจ: โบโลญญ่าตีไข่แตกจาก ซานติอาโก้ คาสโตร แต่เป็นประตูช่วงท้ายที่เปลี่ยนผลการแข่งขันไม่ได้
จุดเปลี่ยนเกม
จุดเปลี่ยนสำคัญมี 2 ช่วงหลัก
- ประตู 1-0 ก่อนจบครึ่งแรก
ตลอด 45 นาทีแรก อินเตอร์บุกหนักแต่ยังไม่ผ่านมือราวาเกลีย การได้ประตูช่วงท้ายครึ่งแรกจึงสำคัญมาก เพราะทำให้เกมจากที่ “ยังอึดอัด” กลายเป็น “อินเตอร์เล่นง่ายขึ้น” ในครึ่งหลังทันที - ประตู 2-0 ต้นครึ่งหลัง
ทันทีที่อินเตอร์หนีเป็น 2-0 เกมบังคับให้โบโลญญ่าต้องขยับสูงขึ้น ซึ่งเปิดพื้นที่ให้เจ้าบ้านเล่นจังหวะสองและเปลี่ยนสปีดเกมได้ดีขึ้น โอกาสของตูรามและจังหวะเกือบได้ประตูเพิ่ม (รวมถึงลูกที่ชนคาน) คือภาพสะท้อนว่าอินเตอร์เริ่มคุมโมเมนตัมได้เบ็ดเสร็จ
ผู้เล่นเด่น
เลาตาโร่ มาร์ติเนซ: ยิงหนึ่ง จ่ายหนึ่ง และเป็นศูนย์กลางเกมรุก
เลาตาโร่คือ “คนกำหนดจังหวะ” ในพื้นที่สุดท้ายของอินเตอร์อย่างแท้จริง เกมนี้เขามีทั้งแอสซิสต์ให้ซีลินสกี้ และทำประตูหนีห่างจากลูกเตะมุม ทำให้บทบาทของเขาไม่ได้มีแค่การจบสกอร์ แต่ยังเป็นตัวเชื่อมที่ทำให้เกมรุกไหลลื่นตามที่ทีมต้องการ
เฟเดริโก้ ราวาเกลีย: คนที่ทำให้สกอร์ไม่ขาดกว่านี้
แม้แพ้ 1-3 แต่ผู้รักษาประตูโบโลญญ่าช่วยเซฟไว้หลายครั้งจนอินเตอร์ต้องใช้ความอดทนกว่าจะได้ประตูแรก และยังช่วยลดความเสียหายในหลายจังหวะสำคัญตลอดเกม
มาร์คุส ตูราม: ประตูปิดกล่องที่ “ฆ่าเกม”
จังหวะทำประตูของตูรามในช่วงท้ายคือสิ่งที่ล็อกผลการแข่งขัน ทำให้อินเตอร์ไม่ต้องลุ้นยาว และสามารถกลับไปคุมทรงจนจบเกมได้อย่างมั่นใจ
แท็กติก
อินเตอร์ชนะเกมนี้ด้วยองค์ประกอบที่ครบทั้ง “การคุมพื้นที่ + ความหลากหลายเกมรุก”
- เมื่อเจอเกมรับโบโลญญ่าที่พยายามอัดแน่น อินเตอร์ใช้การขึ้นเกมหลายช่องทาง ทั้งด้านข้างและการสอดเข้าพื้นที่อันตราย
- การเพรสซิ่งและการเก็บบอลจังหวะสองช่วยให้เจ้าบ้านได้บุกต่อเนื่อง ไม่ปล่อยให้คู่แข่งตั้งเกมสวนกลับง่าย
- ลูกตั้งเตะก็เป็นอีกอาวุธสำคัญ โดยประตูของเลาตาโร่มาจากลูกเตะมุม ซึ่งสะท้อนว่าทีมเตรียมรายละเอียดเกมมาแม่นยำ
อีกด้าน โบโลญญ่าทำได้ดีในช่วงแรกที่ยังยืนระเบียบรับแน่น และมีผู้รักษาประตูที่ช่วยเซฟ แต่พอถูกบังคับให้ต้อง “เปิดเกม” เพื่อทวงประตูคืน พื้นที่ด้านหลังเริ่มเกิดและอินเตอร์ใช้ตรงนั้นสร้างโอกาสได้บ่อยขึ้นจนมาได้ประตูที่สามในที่สุด
สรุปหลังเกม
อินเตอร์ มิลานชนะโบโลญญ่า 3-1 ด้วยภาพรวมที่เหนือกว่า ทั้งจำนวนโอกาส ความต่อเนื่อง และประสิทธิภาพในช่วงจังหวะสำคัญ โดยเฉพาะเลาตาโร่ที่ทำได้ทั้งยิงและแอสซิสต์ ชัยชนะครั้งนี้ส่งอินเตอร์กลับขึ้นนำจ่าฝูงด้วย 39 คะแนน เพิ่มความเดือดให้การลุ้นแชมป์ เพราะแต้มของกลุ่มหัวตารางยังเบียดกันมากและพร้อมสลับอันดับได้ทุกสัปดาห์
