ที่มา: Reuters
วันที่เผยแพร่: 17 ธันวาคม 2025

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องเจองานไม่ง่ายในศึก คาราบาว คัพ (EFL Cup) รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อพวกเขาจะเปิดบ้านรับมือ เบรนท์ฟอร์ด โดย เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยืนยันก่อนเกมว่า ทีมมีผู้เล่นตัวหลักหายไปหลายราย ทั้งจากอาการบาดเจ็บและการไปรับใช้ชาติ ทำให้ต้องบริหารทีมแบบรัดกุมท่ามกลางโปรแกรมเดือนธันวาคมที่แน่นเอี้ยด
เกมนี้เตะคืนวันพุธที่ 17 ธันวาคม ที่เอติฮัด สเตเดียม เวลา 19:30 น. (สหราชอาณาจักร) หรือประมาณ 02:30 น. (เวลาไทย เช้าวันที่ 18 ธ.ค.)
รายชื่อแข้งสำคัญที่ “ไม่พร้อม” ก่อนเกม
รายงานระบุว่า ซิตี้จะไม่มี เฌเรมี่ โดกู แนวรุกทีมชาติเบลเยียม ที่ยังเจ็บขาและมีแนวโน้มกลับมาได้ราวช่วงปีใหม่
ขณะเดียวกัน จอห์น สโตนส์ (ปัญหาต้นขา) และ โรดรี (แฮมสตริง) ก็ยังไม่พร้อมลงสนามเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นที่ติดภารกิจทีมชาติในศึก แอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ (AFCON) ได้แก่ โอมาร์ มาร์มูช และ รายาน ไอต์-นูรี ส่งผลให้ตัวเลือกในบางตำแหน่งของซิตี้แคบลงทันที โดยเฉพาะเมื่อต้องหมุนทีมต่อเนื่องหลายรายการในช่วงเดียวกัน
เป๊ปชัดเจน: “โอกาสเข้ารอบตัดเชือกอยู่แค่เอื้อม ต้องคว้าไว้”
กวาร์ดิโอล่าย้ำว่าถึงจะมีปัญหาตัวผู้เล่น แต่เกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายคือโอกาสที่ต้อง “พยายามฉวยไว้” เพราะทีมอยู่ห่างรอบรองชนะเลิศเพียงนัดเดียว และไม่ใช่ทุกฤดูกาลที่จะเดินมาถึงจุดนี้ได้ง่าย ๆ
มุมนี้สะท้อนแนวคิดของเป๊ปชัดเจนว่า คาราบาวคัพยังมีความหมายต่อทีม ทั้งในแง่การลุ้นถ้วย และการใช้เป็นเวทีวัดความพร้อมของผู้เล่นสำรอง/ดาวรุ่ง—โดยซิตี้เองก็มีสถิติประสบความสำเร็จในรายการนี้สูงในยุคของเขา
แผนโรเตชันมาแน่: โกลเปลี่ยนตัว และดาวรุ่งมีลุ้น
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ เป๊ปยืนยันว่า เจมส์ แทรฟฟอร์ด จะได้ลงเฝ้าเสาในเกมนี้ แทน จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ซึ่งเพิ่งถูกยกให้เป็นผู้รักษาประตูชายยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 (ตามรายงาน) นี่คือสัญญาณชัดว่า ซิตี้จะหมุนทีมเพื่อรับมือความล้าจากตารางแข่งถี่
นอกจากผู้เล่นชุดที่ไม่ได้ลงเต็มเกมล่าสุด เป๊ปยังส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการดึงผู้เล่นจากอะคาเดมีเข้ามาเสริม เพื่อประคองทีมให้ผ่านช่วง “โหดสุดของเดือนธันวาคม” โดยเฉพาะเมื่อยังมีเกมพรีเมียร์ลีกตามมาในสุดสัปดาห์ต่อเนื่อง
ผลกระทบทางแท็กติก: เมื่อขาด “ตัวคุมจังหวะ” และปีกความเร็ว
การไม่มี โรดรี ส่งผลโดยตรงต่อการคุมจังหวะเกมและการกันสวนกลับ เพราะบทบาทของเขาเป็นเหมือน “แกนบาลานซ์” ระหว่างเกมรุกกับเกมรับ ขณะที่การขาด โดกู ก็ลดมิติการลากกินตัวและความอันตรายในพื้นที่ริมเส้น ทำให้ซิตี้อาจต้องปรับรูปแบบการเข้าทำเป็นการต่อบอลและเจาะพื้นที่ครึ่งช่อง (half-space) มากขึ้น แทนการโจมตีด้วยสปีดด้านข้างแบบเดิม
ส่วนในเกมรับ การไม่มี สโตนส์ ย่อมกระทบทั้งการยืนตำแหน่งและการออกบอลจากแนวหลัง ซึ่งอาจทำให้เป๊ปเลือกใช้แนวรับที่ “เล่นเซฟขึ้น” เพื่อไม่เปิดพื้นที่ให้เบรนท์ฟอร์ดเล่นเกมสวนกลับได้ถนัด
เบรนท์ฟอร์ดไม่ใช่งานง่าย: ซิตี้ต้อง “เอาจริง” ตั้งแต่นาทีแรก
แม้ชื่อชั้นซิตี้เหนือกว่า แต่เกมบอลถ้วยรอบลึกแบบนี้จังหวะผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจเปลี่ยนเกมได้ทันที ยิ่งซิตี้มีแนวโน้มโรเตชันสูง ความต่อเนื่องในการประสานงานอาจไม่ลื่นเท่าชุดหลัก ทำให้สิ่งที่เป๊ปเน้นเรื่อง “ความเป็นผู้นำในสนาม” และการมีผู้เล่นประสบการณ์คุมสถานการณ์ ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น
สรุป
แมนฯ ซิตี้ เข้าสู่เกมคาราบาวคัพรอบ 8 ทีมกับเบรนท์ฟอร์ด โดยต้องรับมือกับปัญหาผู้เล่นหายหลายราย ทั้ง โดกู, สโตนส์, โรดรี รวมถึงแข้งที่ไป AFCON อย่าง มาร์มูช และ ไอต์-นูรี แต่ในมุมของเป๊ป เกมนี้คือโอกาสสำคัญเพราะห่างรอบรองฯ แค่นัดเดียว และจะเป็นบททดสอบ “ความลึกของขุมกำลัง” ของซิตี้อย่างแท้จริง
