BREAKING

ที่มา: Reuters
วันที่เผยแพร่: 5 กุมภาพันธ์ 2569

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เดินหน้าสู่รอบชิงชนะเลิศ คาราบาวคัพ แบบไม่ต้องลุ้นยาว หลังเปิดบ้านเอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 3-1 ในนัดที่สองของรอบรองฯ ทำให้สกอร์รวมสองนัดขาดลอย 5-1 ปิดจ็อบอย่างเด็ดขาด และตอกย้ำมาตรฐานเกมถ้วยของทีมภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา 

เกมนี้ถูกมองว่า “จบตั้งแต่ครึ่งแรก” ในแง่โมเมนตัม เพราะซิตี้เร่งสปีดตั้งแต่ต้น และจบสกอร์ได้เฉียบคม โดย โอมาร์ มาร์มูช เป็นคนเด่นที่สุดจากผลงาน 2 ประตู ก่อนที่ ทิจจานี ไรย์นเดอร์ส จะบวกเพิ่มอีกลูก ส่งให้สถานการณ์ของนิวคาสเซิลยิ่งยากขึ้นไปอีก 

รูปเกม: ซิตี้คมจัด ครึ่งแรกยิง “สามเม็ด” ปิดประตูคัมแบ็ก

ด้วยความได้เปรียบจากเลกแรกที่ซิตี้นำมาก่อน ทำให้รูปเกมในเอติฮัดเน้นความเด็ดขาดเมื่อมีโอกาส และพวกเขาทำได้ตรงตามแผน ช่วงครึ่งแรกซิตี้ใช้การเคลื่อนที่ของแนวรุกและการเข้าทำที่รวดเร็ว บีบให้แนวรับทีมเยือนพลาดหลายจังหวะ ก่อนยิงนำแบบทิ้งห่างจนแทบการันตีเข้าชิงตั้งแต่พักครึ่ง 

รายงานระบุว่า อองตวน เซเมนโย มีส่วนสำคัญกับเกมรุก โดยทำหน้าที่เป็น “ตัวเชื่อม” และมีส่วนช่วยสร้างจังหวะเข้าทำให้ซิตี้ถึงสองประตู ขณะที่มาร์มูชปิดงานด้วยความคมกริบในพื้นที่สุดท้าย 

ครึ่งหลัง: นิวคาสเซิลฮึด แต่ช่องว่างจากเลกแรกใหญ่เกินไป

หลังโดนกดหนักในครึ่งแรก นิวคาสเซิลพยายามยกระดับในครึ่งหลังและได้ประตูปลอบใจจาก แอนโธนี อีแลงกา ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง อย่างไรก็ตาม ช่องว่างจากเกมแรกและความนิ่งของซิตี้ทำให้การไล่กลับมาแบบปาฏิหาริย์แทบเป็นไปไม่ได้ 

Reuters ยังระบุว่า อีแลงกามีโอกาสจะทำให้สกอร์สูสีขึ้น แต่พลาดจังหวะสำคัญไปสองครั้ง ซึ่งสะท้อนภาพรวมของนิวคาสเซิลในเกมนี้ที่ “มีช่วงดี” แต่ไม่เฉียบพอจะสร้างแรงกดดันต่อเนื่องได้ 

มาร์มูชเด่นจัด: ยิงสอง ชี้ชะตาเกม และสถิติน่าจับตา

ค่ำคืนนี้ชื่อของ โอมาร์ มาร์มูช ถูกยกเป็นพระเอกแบบไม่มีข้อกังขา นอกจากกด 2 ประตูในเกมสำคัญ ยังถูกพูดถึงเรื่องฟอร์มช่วงหลังที่ร้อนแรง โดย Reuters ระบุว่าเขายิงไปแล้ว 12 ประตูในฤดูกาลนี้ และมีสถิติทำได้ถึง 5 ประตู เมื่อลงเล่นเกมเหย้าพบกับนิวคาสเซิล (รวมทุกรายการ/ช่วงเวลาในฤดูกาล) 

เข้าชิงเจออาร์เซนอลที่เวมบลีย์ (22 มี.ค.) ศึกกุนซือสายเดียวกัน

ชัยชนะนัดนี้ส่งให้แมนฯ ซิตี้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบ อาร์เซนอล ที่ผ่านอีกสายมาได้เรียบร้อย โดยนัดชิงถูกระบุว่าจะเล่นที่ เวมบลีย์ วันที่ 22 มีนาคม และยังเพิ่มสีสันด้วยการดวลแท็กติกระหว่าง กวาร์ดิโอลา กับ มิเกล อาร์เตตา อดีตผู้ช่วยคนสำคัญของเขา

สรุปหลังเกม

แมนฯ ซิตี้ทำงานได้แบบ “มืออาชีพ” ยิงขาดในครึ่งแรกก่อนคุมเกมจนจบ เอาชนะนิวคาสเซิล 3-1 และผ่านเข้าชิงด้วยสกอร์รวม 5-1 ตามเป้าหมาย ส่วนเดอะแม็กพายส์แม้จะมีช่วงที่ยกระดับได้ แต่ความเสียหายในช่วงต้นเกมและช่องว่างจากเลกแรกทำให้หมดสิทธิ์คัมแบ็ก สุดท้ายซิตี้ได้ตั๋วเวมบลีย์ และเตรียมชนอาร์เซนอลเพื่อลุ้นแชมป์คาราบาวคัพต่อไป