BREAKING

วันที่แข่งขัน: 16-12-68 (ตามเวลาไทย)
สนาม: โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ที่มา: Reuters

ภาพรวมการแข่งขัน

เกมพรีเมียร์ลีกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด กลายเป็น “หนังคนละม้วน” แบบคาดไม่ถึง เมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ บอร์นมัธ สู้กันแบบแลกหมัดจนจบ 90 นาทีด้วยสกอร์ 4-4 ทั้งที่เจ้าถิ่นมีช่วงเวลาขึ้นนำถึง สามครั้ง แต่ปิดเกมไม่ลง และถูกทีมเยือนตามตีเสมอช่วงท้ายแบบเจ็บแสบ 

ไฮไลท์สำคัญ

  • แมนยูฯ ออกนำก่อน จาก อาหมัด ดิยาลโล่ ก่อนเกมจะเปิดหน้าแลกเร็วเกินคาด
  • บอร์นมัธไม่ยอมง่าย ไล่มาด้วยประตูของ อองตวน เซเมนโย่, เอวานิลซอน และ มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ ทำให้เกมพลิกไปมาอย่างต่อเนื่อง
  • ยูไนเต็ดเร่งเครื่องกลับมาได้จาก คาเซมิโร่ และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ยิงฟรีคิกสุดสวย ก่อน มาเตอุส คุนญ่า กดประตูที่ 4 ในนาทีราว ๆ ช่วงท้ายเกมจนแฟนผีคิดว่าน่าจะปิดจ็อบได้แล้ว
  • อย่างไรก็ตาม บอร์นมัธมีทีเด็ดจากตัวสำรองวัย 19 ปี เอลี จูเนียร์ ครูปี้ ยิงตีเสมอ 4-4 ในช่วงท้าย ทำให้เกมจบลงแบบ “แบ่งแต้มสุดเดือด”

จุดเปลี่ยนเกม

จุดเปลี่ยนสำคัญคือช่วงที่แมนยูฯ ขึ้นนำ 4-3 แล้ว “คุมจังหวะไม่อยู่” ปล่อยให้บอร์นมัธได้พื้นที่และจังหวะจบสกอร์ จนนำไปสู่ประตูตีเสมอของครูปี้ ซึ่งทำให้ทุกอย่างที่เจ้าถิ่นพยายามคัมแบ็กกลับมาดูเหมือนยังไม่พอจะคว้า 3 แต้ม

อีกมุมที่ชัดมากคือรูปเกมที่สวิงไปมา เพราะทั้งสองทีมมีความอันตรายในพื้นที่สุดท้าย และเกมนี้ยังออกสถิติ ยิงตรงกรอบทีมละ 9 ครั้ง สะท้อนว่าโอกาส “เข้าได้ทั้งสองฝั่ง” ตลอดทั้งเกม

ผู้เล่นเด่น

  • แมนฯ ยูไนเต็ด:
    • บรูโน่ แฟร์นันด์ส คุมจังหวะเกมและทำประตูจากฟรีคิกสุดคม
    • คาเซมิโร่ เติมขึ้นมามีบทบาทในจังหวะจบสกอร์ ช่วยทีมไล่กลับมา
    • อาหมัด ดิยาลโล่ เปิดหัวให้ทีม และเป็นคนสร้างความปั่นป่วนให้แนวรับบอร์นมัธตั้งแต่ต้น
  • บอร์นมัธ:
    • เอลี จูเนียร์ ครูปี้ ลงมาเปลี่ยนเกม ยิงประตูตีเสมอที่มีค่ามหาศาล
    • กลุ่มแนวรุกอย่าง เซเมนโย่/เอวานิลซอน/ทาเวอร์เนียร์ ทำให้เกมรุกทีมเยือนอันตรายทุกครั้งที่ได้สวน

แท็กติก

ภาพรวมเกมนี้คือ “เกมรุกจัดเต็ม แต่เกมรับยังหลุด” ทั้งสองทีมมีจังหวะบุกที่พาไปถึงพื้นที่สุดท้ายได้จริง และพร้อมจบสกอร์เมื่อเห็นช่อง ทว่าการยืนตำแหน่งและการจัดการจังหวะเปลี่ยนผ่าน (transition) มีรอยรั่วให้โดนลงโทษตลอด จนเกมไหลไปสู่รูปแบบแซงไปแซงมาแทบทั้งคืน

สรุปหลังเกม

ผลเสมอ 4-4 ทำให้แมนยูฯ ได้แค่ 1 คะแนนทั้งที่ยิงถึง 4 ประตู และยังพลาดโอกาสไล่จี้กลุ่มท็อปโฟร์อย่างน่าเสียดาย ขณะที่บอร์นมัธแม้ไม่ชนะ แต่การฮึดตีเสมอช่วงท้ายถือเป็นแต้มที่เรียกความมั่นใจได้มาก โดยเฉพาะเมื่อได้ “ซูเปอร์ซับ” อย่างครูปี้เป็นคนปิดบัญชี