BREAKING

วันที่แข่งขัน: 22 ธันวาคม 2025
สนาม: อัล อาววัล พาร์ค, ริยาด (ซาอุดีอาระเบีย)
ที่มา: Reuters

ภาพรวมการแข่งขัน

นาโปลีของ อันโตนิโอ คอนเต้ โชว์ความ “นิ่ง-คุมจังหวะ-คมในพื้นที่สุดท้าย” ครบสูตร ก่อนปิดจ๊อบเอาชนะโบโลญญ่า 2-0 คว้าแชมป์ ซูเปอร์คัพอิตาลี ไปครองเป็นสมัยที่ 3 และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2014 เกมชิงที่ริยาดภาพรวมออกมาเป็นนาโปลีที่เหนือกว่าชัด ทั้งการครองเกมและการสร้างโอกาสจบสกอร์ ขณะที่โบโลญญ่าหาจังหวะเข้าทำแบบจะแจ้งได้ค่อนข้างน้อย 

ฮีโร่ของค่ำคืนนี้คือ เดวิด เนเรส ที่ยิงคนเดียวสองประตู พาทีมยกถ้วยแบบไม่ต้องลุ้นจนวินาทีสุดท้าย 

ไฮไลท์สำคัญ

  • ประตู 1-0: เนเรสปั่นโค้งสุดสวยจากนอกกรอบก่อนหมดครึ่งแรก กลายเป็นจุดตั้งต้นที่ทำให้เกมไหลไปในทางของนาโปลีทันที
  • ประตู 2-0: ครึ่งหลังต้นเกม โบโลญญ่าพลาดในจังหวะเล่นจากแดนหลัง ก่อนเนเรสฉกบอลแล้วจบสกอร์เพิ่มความได้เปรียบเป็นสองลูก
  • ตลอดเกมนาโปลีมีโอกาสเข้าทำหลายครั้งตั้งแต่ต้นเกมจากผู้เล่นอย่าง เอลิฟ เอลมาส, สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ และเลโอนาร์โด สปินาซโซลา แต่ถูกเซฟสำคัญของโบโลญญ่าช่วยเอาไว้ช่วงหนึ่ง

จุดเปลี่ยนเกม

จุดเปลี่ยนจริง ๆ มี 2 ช็อตที่ “ตัดสินทิศทางเกม” แบบชัดเจน

  1. ลูกแรกของเนเรส ทำให้โบโลญญ่าที่วางแผนมาเล่นรัดกุม ต้องขยับไลน์ขึ้นและเสี่ยงมากขึ้นทันที เมื่อทีมรองต้องเปิดหน้า เกมจึงเข้าทางนาโปลีที่คุมจังหวะได้ดี
  2. ความผิดพลาดช่วงต้นครึ่งหลัง ที่นำไปสู่ 2-0 คือการปิดฝาโลง เพราะหลังจากนั้นโบโลญญ่าต้องเล่นแบบเร่งรีบ แต่ไม่สามารถเจาะแนวรับนาโปลีให้เป็นโอกาสคุณภาพได้มากพอ

ผู้เล่นเด่น

เดวิด เนเรส (Napoli)

สองประตูของเนเรสไม่ใช่แค่ “จำนวน” แต่สะท้อน “คุณภาพ” ทั้งลูกปั่นจากนอกกรอบที่จบแบบเหนือชั้น และลูกที่สองที่อ่านเกมไว ฉกบอลแล้วจบคม ๆ เปลี่ยนความผิดพลาดของคู่แข่งให้เป็นสกอร์ทันที 

เฟเดริโก ราวาเกลีย (Bologna)

แม้แพ้ 0-2 แต่ผู้รักษาประตูโบโลญญ่ามีจังหวะเซฟช่วยทีมไว้หลายครั้ง ไม่เช่นนั้นสกอร์อาจไหลไปไกลกว่านี้ อย่างไรก็ดี เกมระดับนัดชิง รายละเอียดเล็กน้อยก็มีสิทธิ์ตัดสิน และจังหวะผิดพลาดที่นำไปสู่ประตูที่สองก็ทำให้ทีมเสียเปรียบแบบแก้ยาก 

แท็กติกที่น่าสนใจ

  • นาโปลี (คอนเต้): วางทีมให้ “คุมเกมด้วยวินัย” ไม่จำเป็นต้องเร่งจังหวะตลอด แต่เน้นชนะพื้นที่สำคัญและมีความเด็ดขาดเวลาเข้าพื้นที่สุดท้าย เมื่อได้ประตูนำก็ยิ่งเล่นง่าย—คุมจังหวะ ลดความเสี่ยง และรอจังหวะที่คู่แข่งเปิดช่อง
  • โบโลญญ่า: ต้องการเกมที่รัดกุมและหวังจังหวะสวน/ลูกตั้งเตะ แต่เมื่อโดนขึ้นนำก่อน แผนเดิมแทบใช้ไม่ได้ และพอจำเป็นต้องเล่นจากแดนหลังมากขึ้น ความผิดพลาดก็เพิ่มตามมา

เกร็ดก่อนจบเกม: เส้นทางของโบโลญญ่ากว่าจะมาชิง

โบโลญญ่าเข้าชิงรายการนี้เป็นครั้งแรก หลังผ่านอินเตอร์ มิลานด้วยการดวลจุดโทษในรอบรองฯ ทำให้เกมชิงครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นบททดสอบใหญ่สุดของทีมในเวทีบอลถ้วยสั้น ๆ แบบนัดเดียวตัดสิน 

สรุปหลังเกม

นาโปลีคว้าแชมป์ซูเปอร์คัพอิตาลีด้วยชัยชนะที่ “ชัดเจนและคู่ควร” 2-0 เหนือโบโลญญ่า โดยมีเดวิด เนเรสเป็นตัวตัดสินเกมแบบเต็ม ๆ ผลลัพธ์นี้ยังย้ำภาพของทีมคอนเต้ที่เล่นมีระบบ คุมเกมเป็น และลงโทษคู่แข่งได้ทันทีเมื่อมีช่อง ขณะที่โบโลญญ่าแม้สู้เต็มที่ แต่ความแตกต่างของคุณภาพจังหวะสุดท้ายและความผิดพลาดสำคัญ ทำให้ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ในนัดชิงที่ริยาด