BREAKING

ที่มา Reuters

วันที่ข่าว (เวลาไทย): 03-02-2569

หลังตลาดหน้าหนาวปิดลง สิ่งที่แฟนบอลอยากเห็นที่สุดคือ “ภาพรวมแบบตัดข่าวลือออก” ว่าแต่ละทีมทำอะไรได้จริงในวันสุดท้าย และดีลไหนที่พลาดแบบเฉียดฉิว

เดดไลน์รอบนี้สะท้อนภาพชัดของ Premier League ยุคใหม่: ทีมเลือก “เสริมเฉพาะจุด” มากกว่าทุ่มทั้งแพ็กเกจ บางทีมเร่งแก้เกมรุก บางทีมยืมกองหลังเพื่ออุดรูรั่วทันที ขณะที่ดีลบางส่วนล่มเพราะขั้นตอนสุดท้าย เช่น ตรวจร่างกาย/เอกสารไม่ทัน/รายละเอียดสัญญาไม่ลงตัว 

หมายเหตุเวลาเดดไลน์: ตลาดปิดที่อังกฤษ 2 ก.พ. 2026 เวลา 19:00 GMT (ตรงกับ 3 ก.พ. 2026 เวลา 02:00 น. เวลาไทย


ดีลที่ได้ในวันเดดไลน์ (เกิดขึ้นจริง)

  • Crystal Palace ปิดดีลกองหน้า Jorgen Strand Larsen ค่าตัวราว 48 ล้านปอนด์ และเป็นจิ๊กซอว์เร่งด่วน หลังดีลย้ายออกของ Jean-Philippe Mateta ไป AC Milan ล่มจากประเด็นการตรวจร่างกาย 
  • Wolverhampton Wanderers แก้ปัญหาหลังเสียกองหน้าตัวหลัก ด้วยการดึง Adam Armstrong มาจาก Southampton พร้อมเสริมกลางแบบยืมตัว Angel Gomes จาก Marseille 
  • Everton เติมตัวเลือกริมเส้นด้วยการยืม Tyrique George จาก Chelsea หลัง Jack Grealish บาดเจ็บจนต้องหาคนทดแทนทันที 
  • Brighton & Hove Albion “มีเข้า-มีออก” ส่ง Brajan Gruda กลับ RB Leipzig แบบยืมตัว และเรียก Matt O’Riley กลับจาก Marseille 
  • Sunderland ปล่อย Simon Adingra ไป Monaco (ยืมตัว) แล้วแทนด้วย Nilson Angulo จาก Anderlecht 
  • Nottingham Forest เสริมแบ็กซ้ายด้วย Luca Netz จาก Borussia Monchengladbach 
  • West Ham United อุดแนวรับแบบเร่งด่วนด้วยการยืม Axel Disasi จาก Chelsea จนจบฤดูกาล 
  • Liverpool ปิดดีลเชิงอนาคต ตกลงคว้า Jeremy Jacquet จาก Rennes โดยนักเตะจะอยู่กับทีมเดิมจนจบฤดูกาลก่อนย้ายเข้าอังกฤษ 

ดีลที่พลาดในวันเดดไลน์ (ลือหนัก แต่ไม่เกิด)

  • Arsenal ถูกโยงข่าวใหญ่กับ Newcastle United เพื่อดึง Sandro Tonali แต่สุดท้ายถูกปฏิเสธชัด และมีรายงานว่า “ไม่มีการติดต่อกันโดยตรง” ทำให้ดีลไม่เดิน 
  • ดีลที่เป็น “ดราม่าประจำคืน” คือการย้ายของ Mateta ไป AC Milan ที่ล่มช่วงปลายจากประเด็นการตรวจร่างกาย ทำให้แผนเสริมกองหน้าของพาเลซต้องสลับเป็นการซื้อ Strand Larsen แทนในทันที 
  • ฝั่งพาเลซเองยังมีความพยายาม “ยื้อวินาทีสุดท้าย” กับดีลอื่น ๆ แต่ไม่สำเร็จ (เช่น เป้าหมายเสริมแนวรุก/แนวรับเพิ่มเติม) จบตลาดด้วยการได้ตัวหลักเพียงรายที่ปิดทันก่อนเส้นตาย 

ทำไมหลายดีลถึงล่ม “เฉียดฉิว” ในคืนสุดท้าย

ภาพรวมที่เห็นชัดจากเดดไลน์หนนี้คือ จุดล้มไม่ได้อยู่ที่การตกลงเบื้องต้น แต่เป็น “ขั้นตอนจบงาน” เช่น

  • ตรวจร่างกายแล้วเจอความเสี่ยงที่สโมสรรับไม่ได้
  • เอกสาร/ดีลย่อย (โบนัส, โครงสร้างค่าเหนื่อย, เงื่อนไขยืม-ซื้อขาด) คุยไม่จบภายในเวลา
  • ทีมต้องเปลี่ยนแผนทันทีเมื่อ “ดีลออก” ไม่เกิด จึงเร่ง “ดีลเข้า” แบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า 

ภาพรวมเดดไลน์รอบนี้: “เสริมเฉพาะจุด” และมีแผนสำรองคือคำตอบ

ข้อมูลภาพรวมตลาดชี้ว่าเงินถูกใช้แบบระมัดระวังมากขึ้น แต่ยังมีจังหวะ “ทุ่มเป็นช่วง ๆ” โดยเฉพาะช่วงเดดไลน์และดีลที่ต้องแก้ปัญหาเร่งด่วน
ขณะเดียวกันหลายทีมระดับหัวตารางค่อนข้างเงียบในวันเดดไลน์—บางทีมเลือก “เชื่อในชุดเดิม” มากกว่าเสี่ยงดีลเร่งรีบ 


สรุป

เดดไลน์พรีเมียร์ลีก 2026 คือภาพสะท้อนว่า ต้องเร็ว ต้องชัวร์ และต้องมีแผนสำรอง เพราะทุกดีลมีผลกับแต้มในช่วงโค้งสุดท้ายแบบทันที—ทีมที่ปิดงานได้จะได้ “อาวุธใหม่” ไว้เปลี่ยนเกม ส่วนทีมที่พลาดก็ต้องกลับไปแก้ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่ พร้อมรับความกดดันที่หนักขึ้นทุกสัปดาห์