วันที่เผยแพร่: 15-01-2569
ที่มา: Sky Sports

อีกประเด็นร้อนของเดือนมกราคมไม่ใช่แค่ “ซื้อใครเพิ่ม” แต่คือ “จะกันใครย้ายฟรี” เพราะมีผู้เล่นชื่อดังหลายรายที่สถานะสัญญาเริ่มเข้าสู่ช่วงอ่อนไหว ซึ่งหมายถึงหากไม่ต่อสัญญาให้ทัน สโมสรอาจเสียแบบไม่ได้เงินเลยในซัมเมอร์ถัดไป
ยิ่งไปกว่านั้น กติกาในช่วงตลาดหน้าหนาวทำให้สถานการณ์ “กดดันขึ้นทันที” เพราะเมื่อสัญญาเข้าสู่ 6 เดือนสุดท้าย นักเตะสามารถคุยข้อตกลงล่วงหน้ากับสโมสร นอกอังกฤษ ได้ และย้ายออกแบบไม่มีค่าตัวในช่วงซัมเมอร์ (โดยสัญญาในพรีเมียร์ลีกส่วนใหญ่สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.)
ทำไมเดือนมกราคมถึงเป็น “เส้นตายทางอ้อม” ของหลายทีม
เหตุผลคือเกมมันเปลี่ยนจาก “เจรจาแบบมีเวลา” ไปเป็น “เจรจาแบบมีตัวเลือก” ทันที
- ถ้านักเตะเริ่มคุยกับทีมต่างประเทศได้ สโมสรเจ้าของสัญญาจะเสียอำนาจต่อรอง
- ถ้าปล่อยให้ลากยาวไปถึงปลายฤดูกาล สโมสรอาจต้องเลือกระหว่าง ยอมเสียฟรี หรือ ขายถูก เพราะคนซื้อรู้ว่ารออีกนิดก็ได้ฟรี
พรีเมียร์ลีกเองระบุชัดว่าช่วงตลาดมกราคม นักเตะที่กำลังหมดสัญญาหลังจบฤดูกาลสามารถเจรจาและประกาศ “พรีคอนแทร็กต์” กับทีมต่างประเทศได้ ( นี่จึงเป็นช่วงที่หลายสโมสรต้อง “ตัดสินใจให้ไว” มากกว่าที่แฟนบอลคิด
รายชื่อเด่นที่สื่ออังกฤษจับตา “เสี่ยงหมดสัญญา 2026”
สื่ออังกฤษอย่าง Sky Sports รวบรวมรายชื่อผู้เล่นจากทั้ง 20 สโมสรที่อาจหมดสัญญาหลังจบฤดูกาล และมีโอกาสย้ายฟรีในซัมเมอร์ 2026 โดยมีชื่อดังหลายรายอยู่ในลิสต์เดียวกัน เช่น
กลุ่มเซ็นเตอร์แบ็ก/แนวรับที่ทีมใหญ่ไม่อยากเสีย
- Marc Guéhi (Crystal Palace) เคสนี้ถูกพูดถึงหนัก เพราะเป็นหนึ่งใน “ซาก้า” แผงหลังที่หลายทีมระดับท็อปจับตา และถ้ายังไม่ต่อสัญญา โอกาสเสียฟรีก็เป็นเรื่องที่ Palace ต้องคิดให้หนัก
- Ibrahima Konaté (Liverpool) มีรายงานว่าลิเวอร์พูลยังต้องการต่อสัญญา แต่ก็ต้องคุมโครงสร้างค่าเหนื่อย และเริ่มมองตลาด “ตัวแทนล่วงหน้า” เผื่อไว้แล้ว
- John Stones (Manchester City) เป็นอีกชื่อที่อนาคตยังไม่ชัด ทำให้ฝั่งทีมต้องชั่งใจเรื่องแผนระยะยาวในตำแหน่งเซ็นเตอร์
กลุ่มมิดฟิลด์/ตัวประสบการณ์สูง (เสี่ยงหลุดโครงสร้างค่าเหนื่อย)
- Bernardo Silva (Manchester City) ถูกพูดถึงว่าตัวนักเตะรับรู้โอกาส “ออกได้ในซัมเมอร์” และยังเป็นกำลังหลักอยู่ ทำให้ทีมต้องตัดสินใจว่าจะต่อหรือวางแผนแทนที่
- Casemiro (Manchester United) มีประเด็นเรื่องออปชันขยายสัญญาและภาระค่าเหนื่อย—ถ้าไม่ต่อก็เข้าทาง “โละค่าใช้จ่าย” แต่ถ้าปล่อยฟรีก็เจ็บเหมือนกัน
- Yves Bissouma (Tottenham) อยู่ในกลุ่มที่ถูกจับตาเช่นกัน โดยมีรายละเอียดเรื่องสถานะกับทีม/การใช้งานในฤดูกาลนี้
ชื่ออื่น ๆ ที่สะท้อนว่า “ไม่ได้มีแค่บิ๊กทีม”
นอกจากรายชื่อจาก Sky Sports แล้ว ESPN ยังทำสรุปผู้เล่นที่เข้าช่วงสัญญาท้าย ๆ ของ ทุกสโมสรพรีเมียร์ลีก ตอกย้ำว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะทีมใหญ่ แต่เป็น “โจทย์ทั้งลีก”
ทำไม “เซ็นเตอร์แบ็ก + มิดฟิลด์ตัวรับ” ถึงถูกพูดถึงเป็นพิเศษ
รายงานและบทวิเคราะห์หลายชิ้นมักโยงไปที่การหาตัวแทนล่วงหน้า โดยเฉพาะ เซ็นเตอร์แบ็ก และ มิดฟิลด์ตัวรับ เพราะสองตำแหน่งนี้ต้องใช้เวลาในการ “จูน” มากกว่าปกติ
- เซ็นเตอร์ต้องเข้าใจไลน์ ยืนตำแหน่ง การสื่อสาร และการอ่านเกมร่วมกับเพื่อน
- มิดฟิลด์ตัวรับคือแกนสมดุลทีม ทั้งการบังพื้นที่ ตัดเกม และเริ่มเกมรุก
ดังนั้นถ้าทีมปล่อยให้สัญญายืดเยื้อจนใกล้จบฤดูกาลเกินไป ต่อให้มีเงินซื้อแทน ก็อาจไม่ทันเวลาปรับตัวสำหรับการลุ้นแชมป์/ลุ้นพื้นที่ยุโรป
3 ทางเลือกที่สโมสรต้องชั่งใจ (และแต่ละทาง “เจ็บคนละแบบ”)
- ต่อสัญญาให้จบ
ดีที่สุดในมุมทีม แต่ต้องยอม “ต้นทุนค่าเหนื่อย” และบางครั้งนักเตะอาจขอเงื่อนไขสูงขึ้นเพราะรู้ว่ามีอำนาจต่อรอง - ขายทำเงินตั้งแต่มกราคม/ซัมเมอร์ต้น ๆ
แลกกับการไม่เสียฟรี แต่ต้องยอมเสี่ยงกระทบผลงานกลางฤดูกาล โดยเฉพาะทีมที่กำลังลุ้นเป้าหมายใหญ่ - ปล่อยลากไป แล้วค่อยตัดสินใจ
เหมือน “แทงกั๊ก” เผื่อหวังให้นักเตะเปลี่ยนใจต่อสัญญา แต่ถ้าเกมไม่เข้าทาง—อาจจบที่เสียฟรี และเสียทั้งโครงสร้างทีม
สรุป: ตลาดมกราคมปีนี้ ไม่ได้เดือดแค่ “ซื้อเข้า” แต่เดือดที่ “กันเสียฟรี”
เมื่อกติกาเปิดช่องให้ผู้เล่นที่เข้าสู่ 6 เดือนสุดท้ายเริ่มคุยล่วงหน้ากับทีมต่างประเทศได้ สโมสรจึงต้องเร่งประเมินว่าใครคือ “ตัวหลักที่ต้องรั้ง” และใครคือ “ดีลที่ต้องตัดใจ” เพราะการเสียผู้เล่นแบบไม่มีค่าตัว ไม่ได้กระทบแค่การเงิน แต่กระทบแผนทีมทั้งฤดูกาล—โดยเฉพาะตำแหน่งเซ็นเตอร์และมิดฟิลด์ตัวรับที่ต้องใช้เวลาปรับตัวสูง
