BREAKING

วันที่ข่าว: 26 ธ.ค. 2025 (2568)
ที่มา: ESPN.com

ถ้าพูดถึง “บ็อกซิ่งเดย์” แฟนพรีเมียร์ลีกจะนึกถึงวันฟุตบอลชุก ๆ เปิดทีวีแทบทั้งวันก็มีเกมให้ลุ้นต่อเนื่อง แต่อย่างที่เห็นกันในฤดูกาล 2025/26 ภาพจำนี้ถูก “รีเซ็ต” แบบชัดเจน เพราะวันที่ 26 ธันวาคม 2025 พรีเมียร์ลีกจัดแข่งเพียง 1 คู่เท่านั้น คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 

คำถามคือ…ทำไมลีกที่ขึ้นชื่อเรื่อง “โปรแกรมโหดช่วงคริสต์มาส” ถึงยอมลดเกมในวันที่เป็นธรรมเนียมสำคัญของฟุตบอลอังกฤษ?

1) พรีเมียร์ลีกยืนยันเอง: ปฏิทินถูกบีบจาก “บอลยุโรปที่ขยาย” + วันหยุดสุดสัปดาห์ที่น้อยลง

พรีเมียร์ลีกอธิบายตรง ๆ ว่าความท้าทายเรื่องการจัดตารางในช่วงหลังมาจาก การขยายการแข่งขันฟุตบอลสโมสรยุโรป ซึ่งทำให้ต้องมีการปรับ “ปฏิทินฟุตบอลในประเทศ” ตั้งแต่ฤดูกาลก่อน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงบางส่วนของรายการในประเทศ (เช่น FA Cup) และผลลัพธ์คือ พรีเมียร์ลีกกลายเป็นการแข่งขันที่มี 33 สุดสัปดาห์ น้อยกว่าหลายฤดูกาลก่อนหน้า ทั้งที่จำนวนแมตช์ยังเท่าเดิม 380 นัดเหมือนเดิมตั้งแต่ปี 1995 

เมื่อ “สุดสัปดาห์ให้ใช้” ลดลง ลีกจึงถูกบังคับให้จัดคิวตามปฏิทินว่าในปีนั้น ๆ วันที่สำคัญตกวันอะไร และปีนี้ 26 ธ.ค. ไม่เอื้อให้ลงเกมชุกแบบเดิมได้ง่าย พรีเมียร์ลีกยังระบุด้วยว่า “ฤดูกาลหน้า” จะมีเกมบ็อกซิ่งเดย์มากขึ้น เพราะวันที่ 26 ธ.ค. ตรงกับวันเสาร์ 

2) ประเด็นใหญ่ของปีนี้: เน้น “วันพัก” มากกว่าความชุกของโปรแกรม

อีกเหตุผลที่ทำให้บ็อกซิ่งเดย์ปีนี้เงียบ คือพรีเมียร์ลีกเลือกให้ความสำคัญกับ “การเพิ่มเวลาพักฟื้น” ระหว่างเกมช่วงเทศกาล เพื่อหลีกเลี่ยงการลงเล่นถี่เกินไป โดยลีกยืนยันว่ามีการจัด “ข้อตกลงพิเศษ” ให้ช่วงระหว่างนัดในรอบเทศกาลมากขึ้น และตั้งเป้าว่า ไม่มีทีมใดต้องลงเล่นภายใน 60 ชั่วโมง นับจากเกมก่อนหน้า 

พูดให้ชัดคือ ลีกยอม “กระจายเกม” ออกไปวันใกล้เคียง แทนการอัดเกมจำนวนมากในวันเดียว เพื่อบริหารความเสี่ยงนักเตะล้าและเจ็บ ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกวิจารณ์หนักมาตลอดหลายปีว่าโปรแกรมคริสต์มาสของอังกฤษ “โหดเกินไป” เมื่อเทียบกับลีกใหญ่อื่นในยุโรป

3) ESPN ชี้: ปฏิทินฟุตบอลโลกแน่นขึ้น ทำให้พรีเมียร์ลีกต้องยอมลดเกมในวันที่เคยเป็นธรรมเนียม

มุมมองจาก ESPN อธิบายว่า พรีเมียร์ลีกโยงเหตุผลไปที่ “global fixture calendar” หรือปฏิทินการแข่งขันระดับโลกที่แน่นขึ้น และยอมรับว่าเงื่อนไขหลายอย่างทำให้จำนวนเกมบ็อกซิ่งเดย์ถูกลดลงในปีนี้ 

เมื่อรวมกับความจริงที่รายการยุโรป “กินวันแข่งขัน” มากขึ้น และหลายสโมสรอังกฤษต้องรับมือทั้งลีก+บอลถ้วย+ยุโรป ลีกจึงต้องเลือก “จัดตารางแบบรักษาสมดุล” มากกว่า “จัดให้มันส์ที่สุดในวันเดียว”

4) ผลลัพธ์ที่แฟนบอลเห็นชัด: เกมถูกย้ายไป 27–28–30 ธ.ค. แทน

แม้ 26 ธ.ค. จะมีแค่คู่เดียว แต่ไม่ได้แปลว่า “ช่วงบ็อกซิ่งเดย์หายไป” เพราะพรีเมียร์ลีกย้ายเกมส่วนใหญ่ไปเตะในวันที่ 27 ธ.ค. และปิดรอบด้วยเกมวันที่ 28 ธ.ค. ก่อนจะมีเกมอีกชุดในวันที่ 30 ธ.ค. ดังนั้น “ความชุก” ยังมีอยู่ เพียงแค่ถูกกระจายไปหลายวันแทนที่จะรวมในวันเดียวเหมือนภาพจำเดิม

5) แล้วทีมต่าง ๆ ได้หรือเสียอะไรจากการเปลี่ยนแปลงนี้?

สิ่งที่ “ได้”

  • เวลาพักเพิ่มขึ้น ลดโอกาสเจ็บจากการลงเล่นถี่
  • คุณภาพเกมมีโอกาสดีขึ้น เพราะนักเตะฟื้นตัวมากกว่าเดิม
  • ทีมที่มีบอลยุโรปอาจ บริหารความฟิตได้สมเหตุสมผล ในช่วงที่โปรแกรมแน่นที่สุดของฤดูกาล

สิ่งที่ “เสีย”

  • แฟนบอลจำนวนมากมองว่าบ็อกซิ่งเดย์คือ “เทศกาลฟุตบอลของอังกฤษ” การมีแค่ 1 คู่ในวันจริงจึงทำให้บรรยากาศดรอปลง
  • ในมุมธุรกิจ/คอนเทนต์ “วันเดียวจบ” ทำได้ยากขึ้น เพราะเกมกระจายหลายวัน ต้องปรับแผนข่าวและไฮไลท์ให้ต่อเนื่อง

สรุป: ไม่ได้หายไป แต่ “เปลี่ยนรูปแบบ” เพื่อรับมือปฏิทินยุคใหม่

บ็อกซิ่งเดย์พรีเมียร์ลีกปี 2025 ที่มีแข่งแค่ 1 คู่ ไม่ใช่เพราะลีกอยากทำลายธรรมเนียม แต่เกิดจาก ข้อจำกัดของปฏิทินที่ถูกบีบ โดยเฉพาะผลพวงจาก บอลยุโรปที่ขยาย ทำให้สุดสัปดาห์สำหรับจัดลีกน้อยลง และพรีเมียร์ลีกตัดสินใจ “เพิ่มเวลาพัก” ให้มากขึ้นจนยอมกระจายเกมไปวันถัด ๆ ไป เพื่อหลีกเลี่ยงการลงเตะถี่เกิน 60 ชั่วโมง