BREAKING

วันที่ข่าว: 16-01-2569
ที่มา: Reuters

ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์สต้องเจอกับข่าวร้ายในจังหวะที่โปรแกรมกำลังแน่นขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อ โธมัส แฟรงก์ ออกมายืนยันว่า ริชาร์ลิซอน มีอาการบาดเจ็บบริเวณ แฮมสตริง และจะต้องพักรักษาตัว ราว 7 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นการเสียกำลังหลักในแนวรุกทันที โดยหนึ่งในเกมที่แฟนบอลกังวลมากที่สุดคือ ดาร์บีลอนดอนกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ช่วงสุดสัปดาห์นี้

การหายไปของกองหน้าชาวบราซิลไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องจำนวนประตูเท่านั้น แต่ยังกระทบ “รูปแบบการเล่น” ที่สเปอร์สใช้ในช่วงหลัง เพราะริชาร์ลิซอนเป็นผู้เล่นที่ช่วยทั้งการเพรสซิ่งหน้าเป้า การวิ่งหาช่องในกรอบ และการชนเซ็นเตอร์เพื่อเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีม

ยืนยันพัก 7 สัปดาห์ กระทบแผนเกมรุกช่วงโปรแกรมหนัก

แฟรงก์ยอมรับตรง ๆ ว่าอาการเจ็บครั้งนี้ทำให้ทีมต้องปรับทันที เพราะช่วงต่อจากนี้มีเกมสำคัญรออยู่หลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นเกมลีกที่แต้มมีผลต่ออันดับอย่างมาก รวมถึงเกมที่ต้องเจอกับคู่แข่งโดยตรงในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของฤดูกาล

ในภาพรวม “7 สัปดาห์” คือช่วงเวลาที่ยาวพอจะเปลี่ยนความมั่นใจของทีมได้ หากไม่มีตัวจบสกอร์ที่ไว้ใจได้ และนั่นทำให้สเปอร์สต้องวางแผนทั้งระยะสั้น (เกมต่อเกม) และระยะกลาง (การจัดการโหลดนักเตะ/การโรเตชัน) ให้แม่นยำขึ้นกว่าที่เคย

ดาร์บีลอนดอนกับเวสต์แฮม: เกมที่เสียริชาร์ลิซอนแล้วน่าห่วง

แม้แฟรงก์จะพยายามลดความกดดันด้วยการชี้ว่า “ต้องโฟกัสที่การเล่นของทีม” มากกว่าความเป็นดาร์บี แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเกมพบเวสต์แฮมคือเกมที่แฟนบอลจับตาเป็นพิเศษ ทั้งเรื่องศักดิ์ศรีและความจำเป็นต้องเก็บแต้ม

เมื่อขาดริชาร์ลิซอน สเปอร์สอาจมีปัญหาใน 3 จุดหลัก

  1. การจบสกอร์ในกรอบเขตโทษ – ตัวที่ชอบยืนค้ำและคอยซ้ำจังหวะสองหายไป
  2. การเล่นบอลยาว/บอลเปิด – ตัวโถมเข้าจุดนัดพบลดลง ทำให้การเปิดจากริมเส้นมีประสิทธิภาพน้อยลง
  3. การไล่เพรสและเกมรับจากแดนหน้า – ภาระจะตกไปที่ผู้เล่นคนอื่นมากขึ้น

ใครจะถูกดันขึ้นมาแทน และสเปอร์สต้องปรับยังไง

การแก้ปัญหาในระยะสั้น “ไม่จำเป็นต้องเป็นการหาใครสักคนมาแทนแบบ 1 ต่อ 1” แต่คือการปรับระบบให้เหมาะกับทรัพยากรที่มี เช่น

  • เพิ่มบทบาทกองหน้าตัวเป้าอีกคนให้ “อยู่ในกรอบ” มากขึ้น เพื่อชดเชยพื้นที่ทำประตู
  • ให้แนวรุกด้านข้างวิ่งตัดเข้าในมากขึ้น เพื่อเพิ่มจำนวนผู้เล่นในเขตอันตราย
  • เน้นเกมรุกแบบคอมบิเนชันในพื้นที่สุดท้าย มากกว่าการฝากบอลเปิดอย่างเดียว

สิ่งสำคัญคือ “ต้องรักษาความเฉียบคม” ในช่วงที่โอกาสเข้าทำอาจไม่ได้มากเหมือนเดิม เพราะเมื่อทีมกำลังขาดตัวจบสกอร์หลัก ความผิดพลาดเล็ก ๆ หน้าประตูจะมีราคาที่แพงขึ้นทันที

ข่าวดีพอให้ใจชื้น: บิสซูมาใกล้กลับมา, อูโดกี-โซลันกีใกล้ฟิต, โรเมโรพ้นแบน

ท่ามกลางข่าวร้าย แฟรงก์ยังมีอัปเดตเชิงบวกเพื่อให้แฟนบอลพอเห็นทางเลือกในการประคองทีมช่วงนี้ โดยระบุว่า

  • อีฟส์ บิสซูมา มีลุ้นกลับมาช่วยทีม หลังภารกิจทีมชาติในทัวร์นาเมนต์ AFCON ของทีมชาติสิ้นสุดลง ทำให้แดนกลางมีตัวเลือกเพิ่มขึ้น และช่วยเรื่องการคุมจังหวะเกม/เกมรับหน้าบ้าน
  • เดสทินี อูโดกี และ โดมินิก โซลันกี กำลังเข้าใกล้สภาพฟิตเต็มร้อย ซึ่งสำคัญมาก เพราะแบ็กที่เติมเกมได้และกองหน้าที่พร้อมลงสนามจะช่วย “ลดภาระการสร้างเกม” ของแนวรุกคนอื่น
  • คริสเตียน โรเมโร กลับมาได้หลังพ้นโทษแบน ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและความดุดันในแนวรับ ทำให้ทีมมีโครงสร้างเกมรับที่มั่นคงขึ้นในช่วงต้องโรเตชันนักเตะ

ภาพรวมคือ แม้จะเสียริชาร์ลิซอน แต่สเปอร์สยังพอมีตัวเลือกให้ “จัดทีมแบบไม่ฝืน” มากเกินไป เพื่อลดความเสี่ยงการเจ็บซ้ำซ้อนในช่วงโปรแกรมถี่

บทสรุป: ช่วง 7 สัปดาห์นี้คือบททดสอบความลึกของขุมกำลัง

การพักยาวของริชาร์ลิซอนคือข่าวร้ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และจะเป็นบททดสอบสำคัญของสเปอร์สใน 7 สัปดาห์ข้างหน้า ทั้งเรื่องการปรับเกมรุก ความเด็ดขาดในพื้นที่สุดท้าย และการบริหารสภาพความฟิตของผู้เล่นคนอื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม ข่าวดีจากการได้ผู้เล่นบางส่วนใกล้คืนสนาม รวมถึงการกลับมาของกำลังหลักในแนวรับ ทำให้สเปอร์สยังมีโอกาส “ประคองสถานการณ์” ได้ หากวางแผนหมุนเวียนและปรับแท็กติกให้เข้ากับสภาพทีมได้ทัน ก่อนลงสนามเกมสำคัญอย่างดาร์บีลอนดอนกับเวสต์แฮมในสุดสัปดาห์นี้